วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

(เรื่องสั้น/Short story) สัตว์ประหลาดเมฆ สัตว์ประหลาดฝน โคโลยูโดะ

เรื่องสั้น short story

สัตว์ประหลาดเมฆสัตว์ประหลาดฝน โคโลยูโดะ

เวลา 13.40 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2013ฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมาในเขตที่อยู่อาศัยของชนเผ่าปกาเกอะญอ หลังฝนหยุดตกเมฆฝนเหล่านั้นก็ลอยผ่านไปที่อื่น ทว่า ได้มี"เมฆสีแดง"กลุ่มใหญ่ลอยผ่านมา....
ฝนสีแดงได้ตกลงมาจากเมฆสีแดงกลุ่มนั้น น้ำสีแดงที่ตกลงบนพื้นมันค่อยคืบคลานเข้ารวมตัวกันกับหยดน้ำกลายเป็นผืนน้ำสีแดงขนาดใหญ่ค่อยๆคืบคลานเข้าไปดูดกลืนวัตถุสิ่งของผู้คนและสัตว์ในหมู่บ้านแห่งนั้น
"เมี๊ยว!!!!!!" "โฮ่งๆๆๆๆๆ!!!!!โฮ่ง!!!!โฮ่ง!!!!!" "ว๊าย!!!!" "ช่วยด้วย!!!!" "อ๊าก!!!!" เมื่อหมู่บ้านถูกดูดกลืนจนหมดสิ้นน้ำสีแดงก็ระเหยตัวเองกลายเป็นไอสีแดงขึ้นไปบนฟ้ารวมตัวกับเมฆสีแดงตามเดิม แล้วลอยหายไปจากท้องฟ้า
.....2 มกราคม 2013 19นาฬิกา 00นาที
หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ได้มีฝนตกในตอนนั้น....
และเมื่อฝนหยุดตก เมฆสีแดงได้โจมตีที่นั่น มันดูดกลืนทุกอย่างในนั้นจนหมดสิ้นทั้งหมู่บ้าน
   บ้านของอัศวิน และ อลินดา วันที่3 มกราคม 2013 เวลา 9นาฬิกา 00นาที
ซ ร ซ ร ฟ ฟ ร ด ซ ร ดรด ฟฟม มซร (<---โน๊ตเพลงของเพลงของรายการหนึ่งของโทรทัศน์ช่องหนึ่ง)
"อลินดา เราไปเที่ยวอควาเรี่ยมกันมั๊ย"
"หนูไม่ใช่แฟนพี่นะ....."
"เอ่อ....เดี๋ยวนะ..." ที่น่าตลกคืออัศวินหน้าแดงเฉย
เวลา 12นาฬิกา 45นาที ของวันเดียวกัน
ณ อควาเรียมในจังหวัดชลบุรี
อัศวินและอลินดาเดินผ่านอ่างดาวทะเลไป...  โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าน้ำในอ่างดาวทะเลเป็นน้ำสีแดง
เมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปในอควาเรียม ทุกคนในที่นั่นต่างก็แตกตื่นวิ่งหนีกันกระจัดกระจาย อลินดาเห็นดังนั้นจึงว่า"เขาหนีอะไรกันน่ะ" อัศวินเห็นดังนั้นจึงวิ่งไปข้างนอกกับอลินดาและภาพที่อยู่ต่อหน้าทั้งสองคนนั้นคือ ผืนน้ำสีแดงขนาดใหญ่กำลังดูดกลืนสิ่งก่อสร้างและผู้คนจำนวนหนึ่งถนนซีเมนต์,ตึกที่ก่อด้วยปูน,รูปปั้นคอนกรีต อัศวินและอลินดาตกใจกลัวเป็นอันมากจึงพากันไปหนีไปที่อื่นจนรอดพ้นผืนน้ำสีแดงมาได้
เวลา 13 นาฬิกา 38นาที เมฆสีแดงลอยอยู่เหนือจังหวัดกรุงเทพและฝนสีแดงก็ตกที่นั่นแล้วเข้ากลืนกินทุกสิ่งในนั้นเหล่าผู้คนและสัตว์แตกตื่นป็นอันมาก ถุงลอยปลิวว่อนไปทั่วฟ้า รถคว่ำชนกันเอง ผู้คนเหยียบกันตายบนผืนน้ำสีแดงที่หลั่งไหลอยู่บนพื้นผิวโลก ของใช้ของกินทุกสิ่งอยู่บนถนนสิ้น ตึกรามบ้านช่องสิ่งมีชีวิตนั้นถูกดูดกลืนไปเสียสิ้น ที่คลังแสงกองทัพอากาศประเทศไทย น้ำสีแดงได้กลืนเครื่องบินรบGrippenไปลำหนึ่ง แต่เครื่องบินลำนั้นเกิดระเบิดขึ้นน้ำสีแดงที่คลังแสงของกองทัพอากาศจึงระเหยกลายเป็นไอสีแดงขึ้นไปบนฟ้า ขณะเดียวกัน จากการโจมตีของน้ำสีแดงทำให้ปั๊มน้ำมันทุกแห่งเกิดระเบิดขึ้นทั่วทั้งกรุงเทพ น้ำสีแดงจึงระเหยกลายเป็นไอสีแดงรวมตัวกับเมฆสีแดงบนฟ้าแล้วลอยหายไป
รายการข่าวโทรทัศน์ทุกช่องต่างออกมารายงานข่าวเรื่องการโจมตีของเมฆสีแดงและน้ำสีแดงภายหลังจากเกิดเหตุเพียงแค่5นาที
"ครับ ตอนนี้เราอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยนะครับ เมฆและฝนสีแดงได้โจมตีที่นี่ อย่างที่เห็นนะครับข้างหลังผมท่านผู้ชมจะเห็นว่า อนุสาวรีย์ชัยได้หายไปแล้วนะครับ และบนพื้นจะพบกกับซากสิ่งมีชีวิตที่เสียชีวิตจากการโจมตีของน้ำสีแดง ตอนนี้พบยอดผู้เสียชีวิต3,058ราย และผู้บาดเจ็บ180,000ราย..........  .........."
วันที่4 มกราคม 2013
ตอนนี้ก็ยังคงมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับเมฆฝนสีแดงและข่าวนี้ต่างก็ดังไปทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์จากทุกด้านแม้กระทั่งผู้ที่ทำงานค้นหาสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวจากทุกประเทศทั่วโลกต่างมารวมตัวกันที่ประเทศไทยเพื่อค้นหาคำตอบเรื่องที่เมฆฝนสีแดงออกอาละวาด โดยจัดตั้งทีมกันที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจัดประชุมกันที่ที่ประชุมที่นักวิทยาศาสตร์ชาวไทยคนหนึ่งสร้างมันขึ้นมา โดยมีล่าม20คนคอยแปลภาษาต่างๆให้
"เรื่องเมฆฝนสีแดงนั่น เป็นปรากฏการณ์ลึกลับทางธรรมชาติแบบหนึ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไม่อาจอธิบายได้ ถ้าเราไขความลับเรื่องเมฆฝนสีแดงนี้ได้ก็จะไขปริศนาทางธรรมชาติที่ยังอธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาตร์บนโลกนี้ได้"นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันพูดขึ้น
"เมฆฝนสีแดงนั่น....อาจเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นบนโลก"นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นกล่าวตาม
"โทษนะครับ ผมไม่เห็นด้วย มันไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือเป็นเพราะสภาพอากาศแปรปรวนหรอกนะครับ ถ้าดูจากการกระทำของเมฆฝนสีแดงเราสามารถสรุปได้ทันทีว่ามันเป็น สิ่งมีชีวิต ครับ" ดร.ปฏิพัทธิ์ ชื่อเล่น จอห์นนี่ นักวิทยาศาสตร์ชาวไทยแย้งขึ้น
"เอ่อ ขอโทษนะครับ แต่....คุณมีหลักฐานอะไรครับ?" นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกาเอ่ย
"เหตุการณ์ไงครับ เหตุการณ์คือหลักฐานชั้นยอด เรารู้ได้ทันทีว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต มันดูเป็นสิ่งมีชีวิตมากเกินไปซึ่งขัดกับลักษณะของสิ่งไม่มีชีวิตอย่างน้ำ"ดร.ปฏิพัทธิ์ตอบ
"ถ้าอย่างนั้น ที่มันดูดกลืนกินทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมันก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งชีวิต....มันต้องการอาหาร....."นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียกล่าวขึ้น
"แล้วเราจะแน่ใจได้ยังไงว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต.....?...." นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษพูดขึ้น
"เรื่องนั้นผมจะหาหลักฐานและข้อมูลมาให้ดูเองครับ ตอนนี้เวลา12นาฬิกาตรงแล้วครับ ต้องเลิกประชุมแล้วละครับ ถ้าต้องประชุมอีกเมื่อไหร่ผู้ดูแลการประชุมจะแจ้งไปให้ทุกท่านทราบนะครับ ขอบคุณครับ"
เมื่องานประชุมเลิก จอห์นนี่เตรียมตัวไปหมู่บ้านปกาเกอะญอแห่งหนึ่งในแถบทางภาคเหนือ
วันที่ 5 มกราคม 2013 เวลา6นาฬิกา 00นาที
จอห์นนี่เดินทางมาถึงหมูบ้านปกาเกอะญอแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่เดียวกันกับที่ถูกเมฆฝนสีแดงโจมตีเป็นที่แรก สิ่งที่เขาเห็นก็คือทุกสิ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ได้หายไปทั้งหมดเหลือเพียงบ้านที่พังไปแล้ว10หลังเท่านั้น
เขาถ่ายวีดีโอสภาพของหมู่บ้านแห่งนี้ไว้ เมื่อเขาเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งเขาเห็นน้ำสีแดงเกาะอยู่บนหม้อ เมื่อเขาจะถ่ายวีดีโอหยดน้ำสีแดงค่อยๆไหลมาหาเขา เขาหยิบมะเขือบนพื้นลูกหนึ่งมาวางไว้ข้างหน้าน้ำสีแดงนั้น น้ำสีแดงก็ดูดกลืนมะเขือเข้าไป แล้วมันก็ค่อยๆตรงมาหาเขา เขาจึงจุดไม้ขีดไฟที่ร่วงลงบนพื้นในบ้านหลังแล้วทิ้งใส่น้ำสีแดงนั้น น้ำสีแดงนั้นก็ค่อยระเหยกลายเป็นไอสีแดงอยู่บนพื้น จอห์นนี่เห็นดังนั้นก็ออกมาข้างนอก ไอสีแดงนั้นก็ลอยออกมาจากบ้านแล้วขึ้นฟ้าไป
เวลา 6นาฬิกา 38นาที
จอห์นนี่กำลังจะเดินทางกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทว่าพอกำลังจะลงเขาเมฆฝนสีแดงได้ค่อยๆลอยเข้ามาโจมตีที่นั่นและอัศวินกับอลินดาก็อยู่ที่นั่นด้วย ทั้งคู่กำลังจะถูกเมฆฝนโจมตีจอห์นนี่ไปรับตัวทั้งคู่ไว้ได้ทันก่อนที่จะถูกเมฆฝนโจมตี
"คุณมาเที่ยวใช่ไหมครับ หลบเข้าไปในป่าก่อนครับ จะหลบเมฆฝนสีแดงได้ง่ายกว่า"จอห์นนี่กล่าวขึ้น แล้วทั้งสามคนก็เข้าไปในป่า หลบหนีเมฆฝนสีแดงไปเรื่อยๆจนกระทั่งพ้นเมฆฝนสีแดงแล้ว จอห์นนี่จึงกล่าวขึ้นมาว่า "ผมขอตัวไปก่อนนะครับ"
"ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ"
เวลา 21 นาฬิกา 58นาที
จอห์นนี่เดินทางกลับมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ดูแลการประชุมก็แจ้งเข้ามาว่า จะเริ่มการประชุมในวันพรุ่งนี้ เวลา15นาฬิกาตรง
6 มกราคม 2013 เวลา 15นาฬิกา 00นาที
"เอาละครับ ตอนนี้ผมมีหลักฐานและข้อมูลเพียงพอที่จะอธิบายได้ว่าเมฆฝนนั่นเป็นสิ่งมีชีวิตจริง" จอห์นนี่พูดขึ้นแล้วเปิดวีดีโอที่ตนบันทึกตั้งแต่สภาพหมู่บ้านที่เสียหายไปจนถึงน้ำสีแดงที่ยังตกค้างอยู่ระเหยกลายเป็นไอ
"การโจมตีครั้งแรกของเมฆฝนสีแดงเกิดขึ้นที่หมู่บ้านของชนกลุ่มน้อยแห่งหนึ่ง ครั้งต่อมาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ครั้งที่สามที่ชลบุรี น่าประหลาดที่การโจมตีทั้งสามครั้งนั้นได้ลงในเว็บไซต์ข่าวออนไลน์แต่กลับไม่มีใครแชร์ข่าวพวกนั้นเลย กลายเป็นข่าวที่ไม่ดังนักส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะลงในเว็บไซต์ที่ไม่ได้โด่งดังนักในขณะที่การโจมตีที่กรุงเทพกลับเป็นข่าวดังในทั่วโลก และแน่นอนว่าเมฆจะลอยกลับไปหาที่ๆมันเกิดขึ้นมาเองไม่ได้ แต่ในขณะที่ผมไปถ่ายวีดีโอนี้อยู่นั้น มันโจมตีที่นั่นด้วย"
เมื่อทุกคนได้ยินจอห์นนี่พูดดังนั้นต่างฝ่ายต่างก็มองตากัน....
"หากดูจากแผนที่จะพบว่า มันโจมตีจากทางเหนือลงมาใต้ แล้วมันก็กลับจากทางใต้ขึ้นไปข้างบน ซึ่งดูไม่เหมือนกับว่ามันจะเป็นสิ่งไม่มีชีวิตแต่ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตมากกว่า  นอกจากนี้ ในตอนท้ายของคลิปเมื่อมันโดนไฟมันก็มีปฏิกริยากลายเป็นไอ ซึ่งสิ่งไม่มีชีวิตโดยปกติแล้วมักจะไม่ตอบสนองต่อความร้อนหรือสิ่งเร้าทุกชนิด ในขณะที่สิ่งมีชีวิตมีปฏิกริยาตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้น เช่นพืชเมื่อมันได้รับแสงน้อยก็จะเอนเข้าหาแสงเพื่อให้ได้รับแสงให้มากที่สุด นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ยืนยันได้ว่ามันเป็น สิ่งมีชีวิต"จอห์นนี่กล่าวต่อ
"แล้วถ้ามันเป็นเพียงแค่แก๊สหรือสสารอะไรบางอย่างขึ้นมาล่ะ?"นักวิทยาศาสตร์อเมริกากล่าวถาม
"ถ้ามันเป็นเพียงแค่สสารหรือแก๊สจริงๆมันจะไม่เป็นเหมือนอย่างที่น้ำฝนสีแดงเป็น ในวีดีโอจะเห็นว่า มันค่อยๆออกมาจากนอกบ้านแล้วขึ้นไปบนฟ้าทั้งหมด ซึ่งแก๊ซหรือสสารอะไรก็ตามต่อให้ระเหยกลายเป็นไอก็ไม่อาจขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ทั้งหมดนะครับ อันที่จริงต้องพูดว่า ใช่ว่ามันจะขึ้นไปบนฟ้าอย่างฉับพลันจนสังเกตุเห็นได้ชัดแบบน้ำฝนสีแดงนะครับ"จอห์นนี่กล่าวตอบ
"ถ้าอย่างนั้นมันก็เป็นสิ่งมีชีวิตจริงๆ"นักวิทยาศาสตร์รัสเซียพูดขึ้น
"แล้วมีโอกาสที่มันจะเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวหรือเปล่าครับ"นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นถาม
"มีครับ เพราะเราไม่เคยพบสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ที่มีลักษณะเป็นแก๊สหรือเป็นน้ำที่มีชีวิตมาก่อน"จอห์นนี่ตอบ
"ถ้ามันมาจากต่างดาวจริงๆมันก็เป็นหลักฐานยืนยันว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง"นักวิทยาศาสตร์อังกฤษกล่าวขึ้น
"ใช่แล้ว" นักวิทยาศาสตร์เยอรมันกล่าวเสริม
ทันใดนั้นโทรทัศน์ก็รายงานข่าวด่วนเกี่ยวกับเรื่องเมฆฝนสีแดง ผู้ดูแลการประชุมเข้ามาแจ้ง จอห์นนี่จึงเปิดโทรทัศน์
"ตอนนี้เมฆฝนสีแดงกำลังมาที่เกาะเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วค่ะ สถานีรถไฟอยุธยาได้ถูกเมฆฝนสีแดงทำลายไปแล้วค่ะ........."
"ว่าไงนะ!!!?"นักวิทยาศาสตร์อเมริกากล่าวขึ้น
"กำลังมาที่นี่เนี่ยนะ!?"นักวิทยาศาสตร์บราซิลพูดออกมาด้วยความตกตะลึง
"เรารู้แค่ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต แต่ไมรู้วิธีจัดการมันเนี่ยสิ"นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นเอ่ย
"วิธีจัดการ....."เมื่อจอห์นนี่ได้ฟังนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นพูดขึ้นเขาจึงนึกบางอย่างขึ้นได้
"ขอข้อมูล ข่าว ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตอนที่เมฆฝนสีแดงโจมตีกรุงเทพหน่อยครับ ผมได้ยินมาว่าก่อนที่เมฆฝนสีแดงจะหายไปมันกลายเป็นไอ ผมต้องการรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"จอห์นนี่พูดกับผู้ดูแลการประชุมผู้ดูแลการประชุมจึงเอาหนังสือพิมพ์หลายฉบับมาให้ และจอห์นนี่ก็อ่านข่าวเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเมฆฝนสีแดงจนครบทุกฉบับ
"ผมรู้แล้ว"
"อะไรเหรอ?"นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นถาม
"ก่อนที่น้ำสีแดงจะระเหยทั้งกรุงเทพ 10นาที เครื่องบินลำหนึ่งของกองทัพอากาศลำหนึ่งเกิดระเบิดขึ้นหลังจากนั้นน้ำสีแดงก็ระเหยกลายเป็นไอ 5นาทีหลังจากเครื่องบินลำนั้นระเบิด ปั๊มน้ำมันทุกแห่งทั่วกรุงเทพเกิดระเบิดขึ้นพร้อมกัน น้ำสีแดงก็ระเหยกลายเป็นไอสีแดงในทันที และวีดีโอที่ผมบันทึกได้มันก็ระเหยกลายเป็นไอเพราะไฟจากไม้ขีดไฟ"
"นั่นก็หมายความว่า มันแพ้ความร้อน"นักวิทยาศาตร์รัสเซียพูดขึ้น
"ใช่แล้วครับ ถ้าเราให้ความร้อนให้กับมันเราต้องจัดการมันได้แน่"จอห์นนี่กล่าวตอบ
  "ท่านผู้ชมคะ ตอนนี้เมฆฝนสีแดงเข้าไปในเกาะเมืองแล้วค่ะ....."
"บ้าเอ๊ย"นักวิทยาศาสตร์อเมริกากล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกบัดซบ
"ทุกท่านครับ เราต้องรีบหนีออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุดแล้วละครับ" เมื่อจอห์นนี่พูดขึ้นดังนั้นแล้ว ทุกคนจึงเตรียมตัวแล้วหนีออกจากเกาะเมืองพร้อมกัน แล้วฝนสีแดงก็ตกลงในที่แห่งนั้น มันดูดกลืนทุกอย่าง เมื่อผืนน้ำสีแดงเดินทางไปที่ใด ทุกสิ่งแถบนั้นก็ถูกดูดกลืน เหล่าผู้คนและสัตว์ต่างร้องเสียงโหยหวน จากนั้นผืนน้ำสีแดงก็ระเหยตัวเองกลายเป็นไอขึ้นไปบนฟ้า บนพื้นมี.... เลือดสีแดงสดนองท่วมพื้น โครงกระดูกและหัวกะโหลกที่ยังมีอวัยวะเหลือข้างใน ดวงตา กระเพาะอาหาร ตับ ลำไส้ฉีกขาดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนนทุกหนแห่งเปี่ยมไปด้วยรอยเลือด
เวลา16นาฬิกา 00นาที นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้อพยพประชาชนและให้ทังสามเหล่าทัพเตรียมตัวต่อสู้กับเมฆฝนสีแดงและเรียกตัวทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาเมฆฝนสีแดงทุกคนไป
"ทุกท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรี"
"ที่ผมเรียกพวกคุณนักวิทยาศาสตร์จากทุกประเทศทั่วโลกมาพร้อมกันในวันนี้ คือ เนื่องจากเรื่องเมฆฝนสีแดงสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ผมอยากจะให้พวกคุณจัดการเรื่องนี้ให้ ก่อนอื่นนะครับ ผมอยากจะทราบข้อมูลเบื้องต้นของเมฆฝนสีแดงหน่อย"
"ครับท่าน ท่านครับ เมฆฝนสีแดงนั่นเป็นสิ่งมีชีวิต เนื่องจากมันมีปฏิกริยาตอบสนองเหมือนกับพวกสิ่งมีชีวิตมากกว่าสิ่งไม่มีชีวิตมากกว่าน้ำหรือสสารทั่วไป การโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่สองที่ภาคกลาง ครั้งที่สามที่ภาคตะวันออก ครั้งที่สี่และครั้งที่ห้าคือภาคกลางและเหนืออีกครั้งค่อนข้างชัดเจนว่ามันคือสิ่งมีชีวิตแน่นอนเพราะมันมีความคิด และที่มันดูดกลืนทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมันอาจเป็นไปได้ว่ามันต้องอาหารครับ" จอห์นนี่กล่าวขึ้น
"อืม แล้วมันมีชื่อป่ะ ถ้ามันเป็นสิ่งมีชีวิตต้องมีชื่อ"
"โคโลยูโดะ ครับท่าน"
"อืม ถ้างานพวกคุณต้องทำงานกับกระทรวงกลาโหมนะ เริ่มงานวันนี้ได้เลย"
"ครับ"
7 มกราคม 2013 เวลา 6นาฬิกา 30นาที
ณ ที่ประชุมกระทรวงกลาโหม
"เมฆฝนสีแดงนั่นสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตเป็นอย่างมากอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น เราต้องเตรียมมาตรการรับมือกับเมฆฝนสีแดงโดยเร็วที่สุด ข้อมูลที่เรามีอยู่ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่า โคโลยูโดะ แพ้ความร้อน แต่ว่าเราจะให้ความร้อนกับมันยังไง" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวขึ้น
"อันที่จริง เราสามารถใช้ระเบิดธรรมดาจัดการกับมันได้ เรื่องที่เราควรทำในตอนนี้คือการค้นหา ตำแหน่งของมันมากกว่านะครับ" จอห์นนี่กล่าวขึ้น
"แล้วเราจะหาตำแหน่งมันยังไงได้ล่ะ" รองรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกล่าวถาม
"การพยากรณ์อากาศไงครับ โคโลยูโดะมีลักษณะเป็นเมฆฝนและลอยอยู่บนชั้นบรรยากาศ นั่นหมายความว่าดาวเทียมพยากรณ์อากาศจะจับตำแหน่งของมันได้แน่นอน ในตอนนี้ที่เราต้องทำคือระบุตำแหน่งของมันแล้วค่อยคิดวิธีการจัดการกับมันต่อไปครับ"
   วันที่8 มกราคม 2013 เวลา 11นาฬิกา 50นาที
ด้วยการจับตำแหน่งโคโลยูโดะด้วยดาวเทียมพยากรณ์อากาศทางกองทัพจึงสามารถจับตำแหน่งมันได้ว่าตอนนี้ โคโลยูโดะ กำลังอยู่ที่ภูเขาหัวโล้นลูกหนึ่งในจังหวัดนครนายก ทางกองทัพจึงไปที่นั่น
เวลา 12 นาฬิกา 50นาที เมฆสีแดงก็ลอยลงมาบนพื้นดิน
"อะไรว่ะนะ"ทหารนายหนึ่งกล่าวขึ้น
"ทำไมมันไม่ตกลงมาเป็นฝนก่อนล่ะ?"นักวิทยาศาสตร์รัสเซียพูดขึ้นอย่างสงสัย
          จากนั้นกลุ่มเมฆสีแดงก็ค่อยเปลี่ยนรูปร่าง เป็นบ้านหลังหนึ่ง แล้วค่อยมีผู้คนวัวควายเพิ่มเข้ามาซึ่งตรงกับลักษณะของสิ่งที่มันดูดกลืนไปทั้งสิ้น
"นี่มันหมายความว่า.......เมฆสีแดงเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองได้เหรอเนี่ย"นักวิทยาศาสตร์เยอรมนีกล่าวออกมา
"แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมมันต้องดูดกลืนอย่างอื่นด้วย"นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นสงสัย
"แล้วมันจะเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองไปทำไมกัน"นักวิทยาศาสตร์อเมริกาพูดขึ้น
"หรือว่า...มีความเป็นไปได้ว่า มันต้องการมีรูปร่างที่แน่นอน.........?"จอห์นนี่เอ่ย
"รูปร่างที่แน่นอน?"นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียงุนงง
"โคโลยูโดะ มีรูปร่างที่ไม่แน่นอน.....นั่นหมายความว่าบางที...มันอาจจะอยากได้รูปร่างที่แน่นอนเลยดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไป"จอห์นนี่ตอบ
"ก็หมายความว่าที่มันทำไป เพราะอยากจะมีรูปร่างที่แน่นอนเป็นของตัวเอง?"นักวิทยาศาสตร์รัสเซียกล่าว
"อาจใช่ ที่มันดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไปก็เพื่อจะได้สร้างเป็นรูปร่างที่แน่นอนของตัวเอง"
         ยังไม่ทันไร เมฆสีแดงที่เปลี่ยนรูปแล้วก็มุ่งหน้าตรงมาหาพวกเขา ทางกองทัพจึงตัดสินใจยิงใส่มัน        เต็มกำลัง
"ยิง!"
      สิ้นเสียงคำสั่ง ปืนใหญ่ของรถถังก็ยิงใส่กระหน่ำไปอย่างไม่ขาดสาย ระเบิดใส่เมฆสีแดงกลุ่มนั้น เมฆสีแดงหายไปส่วนหนึ่ง แต่ที่เหลือก็ลอยขึ้นฟ้าไปก่อน  แล้วลอยหายไป
"ให้ตายสิวะ เราจัดการเจ้าเมฆฝนบ้านั่นบนท้องฟ้าไปเลยไม่ได้เลยหรือไง!?"ทหารนายหนึ่งพูดขึ้นมา
"อาจได้"จอห์นนี่พูดตอบกลับ
"ถ้าเราเอาระเบิดติดไว้กับลูกโป่งให้มันลอยไปหาโคโลยูโดะ เราอาจจัดการมันบนท้องฟ้าได้"
วันที่ 9 มกราคม 2013 เวลา 15นาฬิกา 00นาที
ทางกองทัพจัดเตรียมระเบิดผูกไว้กับลูกโป่งแล้วใช้เชือกผูกระเบิดทุกลูกติดไว้กับเสาไม้ ที่ทุกรกร้างแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมพยากรณ์อากาศทำให้คาดเดาได้ว่าอีก 30นาทีโคโลยูโดะจะมาถึงที่นั่น
15นาฬิกา 31นาที
โคโลยูโดะมาถึงที่นั่น และลอยอยู่เหนือระเบิดที่ติดลูกโป่งไว้พอดี มือสไนเปอร์จึงยิงตัดเชือกทันที ระเบิดจึงลอยขึ้นไป และระเบิดขึ้น
         เมฆสีแดงค่อยๆหายไปเรื่อยๆ ทว่า ทันใดนั้น เมฆสีแดงก็รวมตัวกันแล้วค่อยๆลอยเข้าไปโจมตีพวกเขา จึงต้องถอย
"ให้ตายสิ เกือบโดนมันฆ่าแล้ว"นายทหารนายหนึ่งเอ่ยขึ้น
"เจ้าเมฆเวรเอ๊ย จะฆ่ามนุษย์ให้หมดทุกคนเลยไงวะ!?"นายทหารอีกคนก็เอ่ยขึ้น
"สัตว์ประหลาดเมฆสัตว์ประหลาดฝนต่างหากล่ะครับ"จอห์นนี่ตอบ ทางกองทัพถอยไปยิงไปจนเมฆฝนสีแดงนั้นลอยกลับขึ้นฟ้าไปจนหมด
"เฮ้ย แล้วเราจะหนีไปไหนวะ?"นายทหารนายหนึ่งเอ่ยขึ้น
จอห์นนี่จึงตอบว่า"เมฆฝนสีแดงมันอยู่บนชั้นบรรยากาศจะลอยไปไหนมาไหนก็ได้ดังนั้นเรากลับไปเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพดีกว่าครับเราต้องเตรียมแผนใหม่" ทั้งหมดจึงเดินทางกลับกรุงเทพ
วันที่10 มกราคม 2013
ณ การประชุมการจัดการเมฆฝนสีแดง
"เจ้าเมฆนี่ฤทธิ์มันเยอะเกินแล้ว เราจะสู้มันได้ยังไง"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวขึ้น
"พวกเราก็ลองกันทุกวิถีทางแล้ว เจ้าโคโลยูโดะมันร้ายมาก เรารู้ว่าจุดอ่อนของมันคือความร้อนแต่ทุกครั้งที่เราใช้ความร้อนโจมตีมันมันก็โจมตีเรากลับทันที ทำยังไงเราถึงจะกำจัดโคโลยูโดะได้สิ้นซาก?"รองนายกรัฐมนตรีกล่าว
"ผมว่านะ เราต้องรวมแสงอาทิตย์หรือแสงอะไรก็ได้ด้วยเลนส์นูนแล้วยิงลำแสงออกไปเผาเมฆฝนสีแดงนั้นให้ระเหยไปเลย"จอห์นนี่พูดขึ้น
"งั้นใช้วิธีนี้แล้วกัน เราต้องการเลนส์นูนที่ใหญ่ที่จะเผาโคโลยูโดะให้หมดได้ รีบทำเลนส์นูนที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้กันเลย"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพูดขึ้น
การประชุมจบลงทุกคนออกจากที่ประชุมและการผลิดเลนส์นูนที่ใหญ่ที่สุดก็เริ่มต้นขึ้น ทุกคนก็แยกย้ายเข้าห้องพักแต่พวกช่างเทคนิคทั้งหมดนั้นไปทำเลนส์นูนสำหรับจัดการโคโลยูโดะนั้นอยู่
ณ ห้องพักแรมของจอห์นนี่
จอห์นนี่อยู่ในห้องพักแล้วเขาก็เดินตรงไปหน้าต่างที่ปิดอยู่ เขาเห็นเมฆสีแดงอยู่บนท้องฟ้าและเห็นอัศวินกับอลินดาอยู่ที่ถนนจอห์นนี่เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งออกจากห้องพักไปหาอัศวินกับอลินดาทันที
"นั่น คุณคือคนที่มาช่วยเราเมื่อตอนนั้นนี่"อัศวินกล่าวขึ้น
"ใช่ ผมสงสัยตั้งแต่ตอนไปภูเขานั่นแล้ว คุณไปทำอะไรที่นั่น? ไปที่นั่นยังไง? ที่นี่อีก คุณมาทำอะไรที่นี่?"จอห์นนี่พูด
"ตอนเราไปที่อควาเรียมในชลบุรี เจ้าเมฆฝนสีแดงนั่นโจมตีเราที่นั่น เราเลยพยายามหนีแต่เจ้าน้ำสีแดงที่มาจากเมฆฝนสีแดงนั่นมันเกาะถนน ตึก ทุกที่เลย วิ่งไปซักพักมีถนนสายหนึ่งที่ไม่โดนน้ำสีแดงโจมตีเราเลยขึ้นรถประจำทางหนีไปเราไม่รู้จะไปไหนเราเลยเลือกไปที่ภูเขาลูกนั้นแต่เจ้าเมฆฝนสีแดงนั่นก็โจมตีเราที่นั่นอีกจนกระทั่งคุณมาช่วย มีคนๆหนึ่งขับรถมาเขาก็กำลังหนีเมฆฝนสีแดงนั่นเหมือนกันเราเลยติดรถเขามาตัดสินใจจะกลับบ้านแต่ที่บ้านของเรามีแอ่งน้ำสีแดงอยู่แล้วน้ำสีแดงในแอ่งนั่นก็ค่อยๆมาหาเรา เราก็ติดรถคนอื่นมาจนถึงตอนนี้แหละค่ะ"อลินดาตอบ
จอห์นนี่จึงว่า"โอเค เข้าใจล่ะ"
"เราขอพักห้องคุณได้ไหมคะ?"อลินดาตอบ
"ได้สิ"จอห์นนี่ตอบ
"ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ?"อลินดาถาม
จอห์นนี่จึงตอบว่า"จอห์นนี่น่ะ"
แล้วจอห์นนี่ก็พาอัศวินกับอลินดาไปที่ห้องพัก ส่วนเมฆสีแดงนั้นทางกองทัพยิงดอกไม้ไฟขึ้นไปบนฟ้าจนเมฆสีแดงลอยกลับไปยังทิศทางเดิมที่มันลอยมา
"เหตุการณ์เมฆฝนโจมตีนี่เหมือนธรรมชาติลงโทษเลยนะ"อัศวินพูดขึ้น
จอห์นนี่จึงพูดว่า"ธรรมชาติลงโทษมนุษย์มาตั้งแต่หลายพันปีก่อนแล้ว"
"คุณจอห์นนี่คิดว่าเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่คือการลงโทษจากธรรมชาติจริงหรือเปล่าคะ?"อลินดาถามขึ้น
"ผมไม่รู้"จอห์นนี่ตอบ
"ถ้ามนุษย์โดนเมฆฝนสีแดงทำลายมนุษย์จนหมดอาจจะดีต่อโลกนี้มากกว่าก็ได้ มนุษย์ทำลายธรรมชาติจนยากจะแก้ไข คนที่ออกมาพูดอย่างงั้นอย่างงี้โจมตีพวกทำลายธรรมชาติก็ไม่เคยแก้ไขอะไรเลยแถมยังทำลายธรรมชาติซะเองอีกต่างหาก มนุษย์สูญพันธ์ซะได้ก็ดีถึงปัญหาจะไม่หายไปแต่ก็ไร้ซึ่งสิ่งที่จะก่อปัญหาต่อ"อลินดาพูดขึ้นอีก
"เชื่อสิ ว่าไอ้คนที่ว่าไอ้คนที่พูดต่างๆนาๆนั่นน่ะก็คือตัวการที่คอยทำลายธรรมชาติล่ะ คิดจะแก้ไขหรือเปล่า? ก็ไม่"จอห์นนี่พูดตอบกลับ
"คุณจอห์นนี่คะ คิดว่าการทำลายเมฆฝนสีแดงคือเรื่องดีแล้วเหรอคะ?"อลินดาถาม
อัศวินได้ฟังดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า"เราโดนเมฆฝนสีแดงนั่นโจมตีมานะ"
อลินดาจึงพูดขึ้นว่า"โธ่ พี่ก็ กองทัพโจมตีเมฆฝนสีแดงนี่ทีไรมันก็โต้กลับได้ทุกที หนูว่าถึงคราวที่ธรรมชาติอยากให้มนุษย์สูญพันธ์แล้วล่ะ"
ทันใดนั้นจอห์นนี่ก็พูดแทรกขึ้นมาว่า"ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าสิ่งที่ผมทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า?"แล้วจอห์นนี่ก็พูดต่อว่า"มนุษย์ต่อสู้กับธรรมชาติหลายพันปีก่อนแล้ว"จากนั้นจอห์นนี่ก็พูดต่ออีก"ผมอยากรู้ว่า ทำยััังไงมนุษย์ทำยังไงมนุษย์กับธรรมชาติถึงจะเลิกสู้กันมากกว่า"
อลินดาฟังจอห์นนี่พูดแล้วจึงพูดขึ้นว่า"เป็นคำถามที่หาคำตอบยากจริงๆนะคะ"
วันเดียวกัน(10 มกราคม 2013) เวลา18นาฬิกา
ทางกองทัพสามารถผลิตเลนส์นูนที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง1เมตรจำนวน3ชิ้นได้สำเร็จแล้วเตรียมพร้อมติดขาตั้งให้กับเลนส์ทุกอันปิดผ้าคลุมเอาไว้ก่อนและเตรียมพร้อมไฟฉายขนาดใหญ่สำหรับให้เลนส์นูนรวมแสง
ณ ห้องพักของจอห์นนี่
โทรศัพท์ของจอห์นนี่ดังขึ้น จอห์นนี่ก็รับโทรศัพท์
"ครับ     เข้าใจแล้วครับ    ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ"
"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ/คะ?"อัศวินกับอลินดาถามจอห์นนี่ขึ้นพร้อมกัน
"ทางกองทัพทำเลนกองทัพทำเลนส์นูนขนาดใหญ่พิเศษสำหรับรวมแสงจัดการเมฆฝนสีแดงเสร็จแล้วน่ะ"
"ไปด้วยได้ไหมคะ?"อลินดาถามขึ้น
"โธ่เอ๊ย อลินดา"อัศวินพูดขึ้น
"โธ่เอ๊ย พี่ก็ เราเผชิญเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่กี่รอบแล้ว หนูเองก็เริ่มท้อ เจ้าเมฆฝนสีแดงนี่มันไปได้ทุกที่ หนูไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ยิ่งเจอเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่เท่าไหร่หนูก็รู้สึกว่าเรากำลังหนีธรรมชาติอยู่ เรากำลังสู้ธรรมชาติ นั่นมันเหมือนเราหนีตัวเองอยู่ นั่นมันเหมือนเราทำร้ายตัวเองอยู่ เพราะเราเองก็คือธรรมชาติ"อลินดาพูดตอบกลับ
จอห์นนี่จอห์นนี่ได้ยินอลินดาพูดดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า"นั่นสินะ เราสู้กับธรรมชาติมาโดยตลอดแต่ไม่มีใครตระหนักเลยซักคนต่อให้ตระหนักก็ไม่คิดจะแก้ไขอะไร"
แล้วจอห์นนี่ก็ไปยังที่ทำการกระทรวงกลาโหมเพราะกองทัพตัดสินใจเอาเลนส์นูนใหญ่พิเศษไปไว้ที่นั่นอลินดาก็ตามจอห์นนี่ไปอัศวินจึงตามน้องสาวของเขาไปด้วย
จอห์นนี่ อลินดา อัศวินไปถึงที่ทำการกระทรวงกลาโหมก็เป็นตอนที่ทุกคนในที่ประชุมกำลังรอฟังข้อมูลการเคลื่อนไหวของโคโลยูโดะจากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุวิทยาอยู่พอดี
"เราได้ตำแหน่งมันแล้ว มันก็กำลังมาที่กรุงเทพนี่แหละ อีก1ชั่วโมง มันก็จะมาถึงสะพานพระราม8แล้ว รีบไปที่นั่นกันเถอะ ตอนนี้ถนนไร้รถพอดีเลยด้วย"
แล้วทางกองทัพก็ยกทัพไปสะพานพระราม8ทันทีพร้อมทั้งนักวิทยาศาสตร์ที่มาสืบสวนเรื่องเมฆฝนสีแดงรวมทั้งจอห์นนี่อัศวินอลินดาก็ไปที่นั่นด้วย เมื่อไปถึงแล้วตอนนั้นท้องฟ้ายังไร้ซึ่งเมฆสีแดงอยู่แล้วเมฆสีแดงก็ลอยมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพมา
"เปิดผ้าคลุมเลนส์ออก"สิ้นคำสั่งนายทหารก็เปิดผ้าคลุมเลนส์ทั้งสามอันออกแล้วเปิดไฟฉายขนาดใหญ่ส่องใต้เลนส์นูนแล้วรวมลำแสงของเลนส์ทั้ง3อันไปยังจุดเดียวกันที่โคโลยูโดะจุดที่ลำแสงไปโดนเมฆสีแดงนั้น เมฆสีแดงก็ค่อยหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันใดนั้นก็มีฝนสีแดงตกลงมาจากเมฆสีแดง
"แย่ล่ะ มันกำลังกลายเป็นฝน"นายทหารคนหนึ่งพูดขึ้น
"มันกำลังโจมตีเมืองที่ฝั่งนั้นเอาเลนส์นูนสองอันไปทำลายเจ้าน้ำสีแดงที่ฝั่งนั้น อีกอันไว้ทำลายเมฆสีแดงจากฝั่งนี้"สิ้นสุดคำสั่งนายทหารทีี่คอยคุมเลนส์นูนสองอันก็ไปอีกฝั่งจนหมดแล้วทำการเปิดไฟฉายส่องเลนส์นูนให้รวมลำแสงทำลายน้ำสีแดงของอีกฝั่งนั้นจนน้ำสีแดงนั้นระเหยกลายเป็นไอไปรวมกับเมฆสีแดงบนท้องฟ้า
เมื่อเห็นเหตุการณ์ในขณะนั้นอลินดาก็ถามจอห์นนี่ว่า"เราจะกำจัดเมฆฝนสีแดงจริงใช่ใหมคะ?"
"ใช่"จอห์นนี่ตอบ
"นี่คือการกระทำที่ดีที่สุดแล้วจริงๆเหรอคะ?"อลินดาถาม
"ผมก็อยากแน่ใจเหมือนกัน"จอห์นนี่ตอบ
"อลินดา เธอคิดจริงเหรอว่าเมฆฝนสีแดงเป็นบทลงโทษจากธรรมชาติ?"อัศวินถาม
"คิดว่างั้นแหละค่ะ"อลินดาตอบ
แล้วอลินดาก็ถามจอห์นนี่ว่า"การที่มนุษย์เอาชนะธรรมชาติเนี่ยมันดีแล้วเหรอคะ?"
"นั่นสินะ"จอห์นนี่ตอบ แล้วจอห์นนี่ก็พูดว่า"เราทิ้งขยะลงทะเล เราทิ้งขยะเกลื่อนกลาดไปทั่ว เราทำลายชั้นบรรยากาศ เราทำลายชั้นโอโซน เราปล่อยแก๊สพิษไว้ในอากาศเพื่อให้พวกเราหายใจเอาแก๊สพิษพวกนั้นเข้าไปเอง แต่ไมีใครสนใจ ไม่มีใครแก้ไขอะไรเลย เจ้าพวกโง่"
อีกฝั่งนั้นน้ำสีแดงถูกลำแสงยิงจนระเหยกลับไปรวมกับเมฆสีแดงจนหมดส่วนเมฆสีแดงก็ถูกลำแสงไปเรื่อยๆจนกระทั่งเมฆสีแดงนั้นหายไปจนหมดสิ้นจากท้องฟ้า
อลินดาถามจอห์นนี่ว่า"การทำลายเมฆฝนสีแดงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วเหรอคะ? มันเหมือนกัมันเหมือนกับว่าเราพยายามเอาชนะธรรมชาติเลย"
จอห์นนี่จึงตอบไปว่า"ใช่ มันเหมือนเราพยายามเอาชนะธรรมชาติ แต่ผมไม่รู้ว่ามันถูกต้องเปล่า ไม่รู้จริงๆ"
                                            จบ

วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

(เรื่องสั้น/Short story) ไดโนเสาร์ที่เกาะกลางทะเล ภาค2

เรื่องสั้น short story

ไดโนเสาร์ที่เกาะกลางทะเล ภาค2

หนึ่งสัปดาห์หลังจากเหตุการณ์ในภาคที่แล้ว โหย นพพร สุธี วสุก็ยังคงขับเรือไปที่เกาะแห่งนั้นอยู่เสมอ
สุธี:"กุราเทคซอรัสว่ายน้ำไปไหนน่ะ!?"
วสุ:"นั่นมัน......"
โหย:"มันจะเข้าไปในตัวเมือง"
นพพร:"งั้น เรารีบไปกันเถอะ"
จากนั้นทั้งสี่คนก็ขับเรือตามกุราเทคซอรัสไป
และเมื่อกุราเทคซอรัสเข้าไปในเมือง ไซเรนก็ดังไปทั่วพร้อมด้วยเครื่องบินรบจำนวนมากบินอยู่เต็มน่านฟ้า และมีเสียงประกาศว่า
"ขณะนี้ มีสัตว์ประหลาดที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนบุกเข้ามาในตัวเมืองขอให้ทุกท่านอพยพโดยด่วน ย้ำอีกครั้งมีสัตว์ประหลาดบุกเข้ามาในตัวเมือง ขอให้ทุกท่านรีบอพยพโดยด่วน"
นพพร:"กองทัพจะโจมตีกุราเทคซอรัสแล้ว!"
โหย:"บ้าเอ๊ย!"
ในขณะที่กุราเทคซอรัสกำลังเดินตรงไปตามเรื่อยๆอยู่นั้นทางกองทัพก็ระดมกำลังโจมตีมันในทันที
โหย นพพร สุธี วสุที่ขึ้นฝั่งมานั้นรีบขับรถตามกุราเทคซอรัสไป
นพพร:"กุราเทคซอรัสขึ้นเมืองมาทำไมน่ะ?"
โหย:"จะไปรู้มันเหรอ"
สุธี:"มีใครจะไปห้ามกองทัพได้บ้าง?"
โหย:"ตรงนี้แหละ ที่กำลังคิดอยู่"
นพพร:"หา! ดูนั่น รถถัง!"
รถถังกำลังวิ่งตามกุราเทคซอรัสไป
นพพร:"ซิ่งรถไปเลย"
โหย:"จัดให้"
แล้วโหยก็ซิ่งจนแซงหน้ากองกำลังรถถังของกองทัพ วิ่งตามกุราเทคซอรัสไป แต่ทางกองทัพยังคงโจมตีมันอย่างไม่ลดละ สุดท้ายกุราเทคซอรัสก็ใช้หางของมันทำลายกองกำลังเครื่องบินรบที่โจมตีมันอยู่ทั้งหมด
สุธี:"ตัวอะไรบินมาน่ะ!?"
สัตว์ประหลาดบินได้ หน้าตาเหมือนตั๊กแตนตำข้าวมีดวงตาหลายดวงเหมือนแมงมุม ขาทั้งหกมีลักษณะเหมือนก้าม มีปีก4คู่ มุ่งตรงมาหากุราเทคซอรัส
โหย:"บูเกส....."
นพพร:"บูเกส?"
โหย:"แมลงดึกดำบรรพ์......มีชีวิตอยู่เมื่อ250ล้านปีก่อน.......อ่า!   นึกออกแล้ว!!!!"
นพพร:"นึกอะไรออกเหรอ?"
โหย:"ตอนค้นพบฟอสซิลของบูเกสมีอันที่บูเกสกำลังกินไข่ของกุราเทคซอรัสอยู่ด้วย"
สุธี:"งั้นก็หมายความว่า........."
โหย:"กุราเทคซอรัสรู้ว่าบูเกสจะมากินไข่ ก็เลยมาหาบูเกสเพื่อฆ่ามัน..........เราต้องห้ามกองทัพไม่ให้ยิง........นพพร  ตะโกนออกไปสิ"
นพพร:"ได้เลย"
และนพพรก็ตะโกนออกไปห้ามกองทัพ
นพพร:"เฮ้!!!!!!!!!!  อย่ายิง!!!!!!!!!!!   กุราเทคซอรัสนะ"
แต่ไม่ทัน ทางกองทัพได้ยิงโจมตีกุราเทคซอรัสอย่างเต็มรูปแบบ
นพพร:"ไม่ทันแล้วว่ะ"
โหย:"เอาไงดี จอห์นนี่"
จอห์นนี่:"ให้...ตาย.....สิ"
ในขณะนั้นฝูงบูเกสจำนวนสิบตัวก็ปรากฏตัวขึ้นและต่อสู้กับกุราเทคซอรัส
เมื่อยิงไปหลายนัดแต่ไม่สามารถทำอะไรกุราเทคซอรัสและบูเกสได้ทางกองทัพจึงยิงจรวดยี่สิบลูกเข้าใส่และสามารถฆ่าบูเกสทั้งหมดกับกุราเทคซอรัสลงได้
โหย:"คิดว่าไง จอห์นนี่"
จอห์นนี่:"ฉันเกลียดทหาร ฉันเกลียดกองทัพและฉันไม่อยากเป็นทหารก็เพราะอย่างนี้แหละ"
จบ

(เรื่องสั้น/Short story) ไดโนเสาร์ที่เกาะกลางทะเล

เรื่องสั้น  short story

ไดโนเสาร์ที่เกาะกลางทะเล


ณ เกาะแห่งหนึ่งกลางทะเล
มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งมาพักผ่อนอยู่ที่นี่
และแล้วก็มีบางสิ่งบุกมาจากข้างหลังของพวกเขา
นพพร:"ดูนั่นสิ  มันอยู่ข้างหลังเรา!"
สิ่งที่บุกเข้ามาหาพวกเขาเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ยาว10เมตร สูง25เมตร หางยาว ส่วนหัวมีเขา6เขา และมีนออีก1นอที่ปลายจมูก ที่ขาหน้าซึ่งมีลักษณะแข็งแรงมีหนามงอกออกมาข้างละ3อัน
โหย:"กุราเทคซอรัส"
นพพร:"รู้จักมันเหรอ?"
โหย:"ใช่ มันเป็นไดโนเสาร์ที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้"
สุธี:"แต่มันสูญพันธุ์ไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?"
โหย:"จะยังไงก็ตาม เรารีบหนีกันก่อนเถอะ"
กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนั้นที่มีด้วยกันทั้งหมด4คนประกอบด้วย โหย นพพร สุธี วสุ ก็รีบหนีจากไดโนเสาร์นั้นไปจนถึงฟากหนึ่งของเกาะ
สุธี:"กุราเทคซอรัสไปไหนแล้ว?"
วสุ:"นั่นไง! มันมาหาเราจากทางนั้นแล้ว"
แล้วทั้งสี่คนก็หนีเข้าไปในป่าของเกาะนั้นจนไปถึงน้ำตกแห่งหนึ่ง
นพพร:"ดูตรงนั้นสิ ไข่ไดโนเสาร์"
นพพรพบไข่ไดโนเสาร์ใกล้กับน้ำตก
แล้วทั้งสี่คนก็เข้าไปหาไข่โดเสาร์ตรงนั้น 1ใน4ฟองฟักออกมา
โหย:"นี่มันกุราเทคซอรัสนี่"
สุธี:"หมายความว่าที่นี่มีกุราเทคซอรัสมากกว่าหนึ่งตัวงั้นเหรอ"
โหย:"เราขึ้นไปบนน้ำตกกันเถอะ"
แล้วทั้งสี่คนก็ขึ้นไปที่จุดสูงสุดของน้ำตก
วสุ:"กุราเทคซอรัสว่ายน้ำอยู่ตรงโน้น"
นพพร:"มันจะไปไหนน่ะ"
โหย:"ไปกินปลาล่ะมั้ง"
สุธี:"ทำไมกุราเทคซอรัสยังมีชีวิตอยู่?"
โหย:"ธรรมชาติ......ไม่สิ  โลกนี้คงให้มันมีชีวิตอยู่เพื่อท้าทายความคิดมนุษย์ล่ะมั้ง"
สุธี:"ใช่  นักวิทยาศาสตร์ส่วนมากจะบอกว่าสิ่งมีชีวิตใดที่โลกเห็นว่าไม่เหมาะสมจะให้มันอยู่บนโลก  โลกจะจัดการให้มันสูญพันธุ์   การที่กุราเทคซอรัสมีชีวิตอยู่ได้ก็คงเพื่อท้าทายความคิดที่ว่านั่นน่ะ"
จบ

(เรื่องสั้น/Short story) พืชฆาตกร

เรื่องสั้น  short story

พืชฆาตกร


ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง
มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังถูกทำร้าย สิ่งที่ทำร้ายผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรก็ไม่ทราบๆที่มีสีเขียวๆ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ถูกมันกินไป
และในคืนวันเดียวกันนั้น มันก็เข้าไปบุกรุกบ้านของนักพฤกษศาสตร์คนหนึ่งและกินนักพฤกษศาสตร์คนนั้น.....
เช้าวันรุ่งขึ้น
กล้า ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินทางมาที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อสร้างบ้านอยู่ที่นี่ก็ได้มาถึง
แล้วเขาก็ถูกโจมตีจากสิ่งที่ทำร้ายผู้หญิงและนักพฤกษศาสตร์
มันมีลักษณะเหมือนดอกบานชื่นรอบตัวมันมีใบลักษณะเหมือนหนวดปลาหมึกผสมขนนกผสมใบสน ที่เท้าของมันมีลักษณะเป็นรากไม้และมีดอกไม้เต็มเท้าของมัน ใจกลางของดอกไม้เหล่านั้นมีดวงตาอยู่ รอบตัวมีหนามที่มีลักษณะเหมือนกับหนามของเม่นผสมกับหนามของต้นกระบองเพชร
กล้าตัดสินใจลงออกมาจากรถแล้วรีบหนีไปยังพื้นที่รกร้างแห่งหนึ่งซึ่งเป็นพื้นที่ที่เขาจะใช้ในการสร้างบ้าน
กลางคืนวันนั้น
กล้ากับเพื่อนของเขา ปาย กำลังนักพักอยู่ที่พื้นที่รกร้างนั้น
กล้า:"ฉันถูกอะไรก็ไม่รู็โจมตีมาด้วยล่ะ"
ปาย:"ตัวอะไรงั้นเหรอ?"
กล้า:"รู้แต่ว่ามันตัวสีเขียว....ฉันไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลยด้วย"
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งคุยอยู่นั้น สิ่งที่โจมตีกล้าก็บุกไปกลางวงสนทนาของทั้งคู่
กล้า:"เจ้านี่แหละ!!!!.....เจ้านี่แหละที่โจมตีฉัน!"
ปาย:"ให้ตายเถอะ"
พูดจบแล้วปายก็เอาตัวเข้าพุ่งชนมันจนมันล้มลงไป แต่มันก็ใช้เท้าที่เป็นรากไม้จับตัวปายไว้ กล้าเอาแก้วปาใส่มันแล้วมันก็จับตัวกล้าไว้ กล้าก็หยิบเศษแก้วแทงเข้าไปที่เท้าของมันจนมันยอมปล่อยทั้งคู่ แล้วก็แปลงร่างกลายเป็นของเหลวคล้ายน้ำเมือกสีเขียวแล้วหนีหายไป
ปาย:"นั่นมันตัวอะไรน่ะ?"
กล้า:"แน่นอนว่าไม่มีใครรู้จักมัน  แต่มันคงไม่กลับมาอีกแล้วล่ะ"
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ที่บ้านของกล้า
ในขณะที่กล้ากำลังทำอาหารอยู่นั้น สิ่งที่โจมตีเขาเมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่แล้วนั้นมันกลับมาอีกครั้ง และบุกเข้ามาทางหน้าต่าง กล้าเรียกให้ปายช่วย ปายเปิดห้องครัวเข้ามา เมื่อปายเห็นมันเขาก็พยายามแยกกล้าออกจากมัน มันก็หันมาโจมตีปายแทน ปายดึงเท้าที่เป็นรากออกมาได้หนึ่งเส้น รากไม้เส้นนั้นดิ้นไปมาหลังจากถูกดึงขาดออก กล้าก็จับตัวมันไว้แล้วลากมันไปที่ห้องน้ำ ส่วนรากไม้ที่ดิ้นไปมานั้นปายก็เอาไม้ขว้างใส่ไปที่มันจนมันแน่นิ่งไป
กล้าลากมันจนมันล้มลงไปอยู่ในอ่างน้ำ ส่วนปายก็เข้ามาข้างในพอดี
ปาย:"กล้า ดูที่เพดานห้องน้ำสิ ไฟรั่ว!"
กล้า:"ซวยล่ะ ฉันเปิดแก๊สในห้องครัว"
ปาย:"รีบไปกันเถอะ ก่อนที่นี่จะระเบิด"
แล้วกล้ากับปายก็หนีออกมาข้างได้ทัน
ภายในบ้านกล้านั้น สายไฟในห้องน้ำร่วงลงมาที่พื้น ทำให้สิ่งที่โจมตีกล้ากับปายโดนกระแสไฟฟ้าช็อต
และเมื่อเกิดประกายไฟขึ้นในบ้าน บ้านของกล้าก็ระเบิดทั้งหลัง
ส่วนปายก็พากล้าไปที่บ้านของเกล็นเพื่อนของเขาที่เป็นนักวิทยาศาสตร์โดยที่ปายเอารากไม้ของมันไปด้วยเพื่อให้เกล็นตรวจสอบ
ปาย:"ว่าไง เกล็น"
เกล็น:"มันคือพืช"
ปายได้ยินดังนั้นก็ไปดูที่กล้องจุลทรรศน์ก็พบว่ามันเป็นพืชจริงๆ
เกล็น:"ที่น่าแปลกก็คือในเซลล์ของมันมีปุ๋ยทั้งเม็ดอยู่ด้วย และในดีเอ็นเอของมันมีสารที่พบในยาฆ่าแมลงเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย"
ปาย:"จริงสิ?  เจ้าพืชนี้กลายพันธุ์เพราะปุ๋ยกับยาฆ่าแมลงงั้นเหรอ?"
เกล็น:"ใช่"
กล้า:"มาดูข้างนอกสิ เจ้านั่นมันกลับมาแล้ว"
แล้วทั้งสามคนก็ออกไปข้างนั้น แล้วก็พบพืชนั้นแต่มันสูงขึ้น50เมตร
ปาย:"เอาไงดี?"
แต่แล้วก็เกิดฟ้าผ่าใส่พืชนั้นแล้วมันก็กลับกลายเป็นต้นบานชื่นดังเดิม
เกล็น:"แค่ต้นบานชื่นธรรมดาเองเหรอ?"
กล้า:"คิดว่าเรื่องนี้ใครผิด"
ปาย:"ฉันว่าเกษตรกร"
กล้า:"ไม่ ฉันว่านักวิทยาศาสตร์ที่คิดปุ๋ยสังเคราะห์กับยาฆ่าแมลงนั่นแหละผิด"
ปาย:"นายคิดว่าไง เกล็น"
เกล็น:"เรื่องนี้............ไม่มีใครผิดทั้งนั้นแหละ"
จบ

(เรื่องสั้น/Short story) ยามอาทิตย์อัสดง


เรื่องสั้น short story


ยามอาทิตย์อัสดง


เช้าวันหนึ่ง
ผู้ชายคนหนึ่งยิงปืนใส่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เลือกหน้าอย่างบ้าคลั่ง แต่ตำรวจก็คุมสถานการณ์ภายในเวลาไม่กี่นาที.......
เกมส์:"ได้ยินข่าวเรื่องจานบินไหม?"
เวฟ:"ไม่เห็นจะได้ยิน"
เกมส์:"เห็นเขาบอกว่ามันมาลงจอดอยู่แถวนี้ด้วยล่ะ"
เวฟ:"จะไปหาจานบินด้วยกันไหมล่ะ?"
เกมส์:"ไปก็ไป"
บ่ายห้าโมงครึ่งทั้งคู่ก็ไปที่ป่ารกๆแห่งหนึ่งในละแวกนั้น
เกมส์:"นั่นไง จานบิน"
เกมส์ชี้ไปทางจานบินที่ไหม้ไฟอยู่
เวฟ:"เราจะเข้าไปไกล้กว่านี้มั๊ย?"
เกมส์:"แน่นอนอยู่แล้ว"
แล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในจานบิน
เวฟ:"ไม่เห็นมีอะไรเลย กลับกันเถอะ"
เกมส์:"ให้มันได้ยังงี้สิว่ะ กลับก็ได้"
แต่พอออกมาจากจานบินมาได้สักพักทั้งคู่ก็พบกับมนุษย์ต่างดาวรูปร่างเหมือนปลา  แล้วมันก็ถอดหัวออกมาอันที่จริงนั่นไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวแต่เป็นคนใส่ชุดต่างหาก
คนใส่ชุด:"มาทำอะไรกันที่นี่น่ะ"
เวฟ:"พวกเราแค่มาหาจานบินมนุษย์ต่างดาวน่ะครับ"
คนใส่ชุด:"จานบินเหรอ  อ๋อ  ที่อยู่ในป่านั้นใช่มั๊ย"
เวฟ:"ครับ"
คนใส่ชุด:"พวกนายอยากเจอมนุษย์ต่างดาว  ฉันเป็นคนเก็บศพมนุษย์ต่างดาวจากในยานนั่นมาเอง"
เกมส์:"จริงเหรอครับ"
คนใส่ชุด:"ใช่ ตามมาที่บ้านฉันสิ"
แล้วคนใส่ชุดก็พาเวฟกับเกมส์ไปที่บ้านของเขา
คนใส่ชุด:"เชิญนั่งตามสบายก่อนนะ ฉันจะไปเอาศพมนุษย์ต่างดาวมา"
คนใส่ชุดหายตัวไปอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะกลับมามือเปล่า
เกมส์:"ไหนล่ะครับ ศพมนุษย์ต่างดาว?"
คนใส่ชุด:"ฉันนี่ไง มนุษย์ต่างดาว"
ผิวหนังที่เป็นมนุษย์ก็ค่อยๆลอกออกมาจากตัวเผยให้เห็นร่างจริงที่เป็นมนุษย์ต่างดาวหน้าตาเหมือนปลา
เกมส์:"แกมาทำอะไรที่นี่"
มนุษย์ต่างดาว:"ฉันก็แค่มาทำการทดลองสร้างเรื่องให้มนุษย์บนดาวโลกนี้ฆ่ากันเอง มันก็แค่นั้นเอง เคยได้ยินข่าวนี่ไหม? ชายหนุ่มยิงปืนใส่ทุกสิ่งทุกอย่างอย่างบ้าคลั่ง ตำรวจคุมสถานการณ์ได้ภายในไม่กี่นาที"
เวฟ:"ข่าวนั้น...ฉันได้ยิน......หรือว่า?"
มนุษย์ต่างดาวตนนั้นไปหยิบซองสีเขียวขึ้นมา
มนุษย์ต่างดาว:"เห็นนี่ไหม นี่คือสิ่งที่พวกแกเรียกว่าบุหรี่ มืออีกข้างของฉันกำลังถือพืชที่มาจากดาวของฉัน พืชต้นนี้มีผลทำให้ผู้ที่ได้รับมันเข้าไป.....มันจะทำให้คลุ้มคลั่ง ฉันแค่เอาพืชจากดาวของฉันไปผสมกับบุหรี่แค่นั้นเอง"
เหตุการณ์ชายคนหนึ่งยิงใส่ทุกสิ่งทุกอย่างอย่างบ้าคลั่งที่เกริ่นไปข้างต้นนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นฝีมือมนุษย์ต่างดาว สาเหตุที่ชายคนนั้นบ้าคลั่งเป็นเพราะเขาไปสูบบุหรี่ที่ผสมพืชอวกาศนั่นเอง
มนุษย์ต่างดาว:"พวกแกรู้เรื่องของฉันแล้ว พวกแกต้องตาย"
เวฟ:"ฉันไม่ตายง่ายๆหรอกน่า"
เวฟเอาตัวเข้าพุ่งชนมนุษย์ต่างดาวตนนั้น แต่มันหลบทันและหนีไปได้เสียก่อน เกมส์กับเวฟจึงตามมันไปซึ่งกำลังขึ้นจานบิน ทั้งเวฟและเกมส์จับตัวมันไว้ได้
เกมส์:"ยานแกพังแล้ว แกหนีไปจากโลกนี้ไม่ได้หรอกน่า"
แต่มนุษย์ต่างดาวตนนั้นก็ไปกดปุ่มดับไฟอัตโนมัติที่แผงควบคุมของยาน จากนั้นมันก็ควบคุมให้จานบินบินขึ้นไป เวฟต่อยเข้าที่ท้องของมันแล้วพังแผงควบคุมของยาน ทำให้จานบินระเบิดร่วงลงไปกลางคลอง เวฟกระโดดมาจากยานลงไปชายฝั่งคลองได้พร้อมๆกับมนุษย์ต่างดาวที่โดดลงมาได้เช่นกัน มนุษย์ต่างดาวจ้องจะฆ่าทั้งคู่ให้ได้ เกมส์กับเวฟก็ตั้งใจจะฆ่ามันเช่นกัน เกมส์กับเวฟวิ่งใส่มนุษย์ต่างดาว มนุษย์ต่างดาวก็วิ่งใส่ทั้งคู่ด้วย เวฟแอบหักกิ่งไม้ปลายแหลมและกระโดดเอาไม้นั้นแทงหัวมนุษย์ต่างดาวตายไป
เกมส์กับเวฟฆ่ามนุษย์ต่างดาวได้ในเวลาบ่ายหกโมงเย็น
จบ

     

สังคมไทย

"ไม่มีเหตุผลที่จะต้องช่วยมนุษย์ มนุษย์ทำลายโลกตลอดเวลา"
=ก็อตซิลล่า(Ghidorah the three headed monster ฉายปี 1964)
*เพิ่มบาปของคนไทยเข้าไปในอีก1ข้อในโพสต์ฉบับปรับปรุงนี้
สังคมไทยก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากสังคมโง่ๆในหนังที่ตัวร้ายชนะเรื่องsaw เหมือนกับแอปเปิ้ลเน่าที่น่ารังเกียจ เต็มไปด้วยแก๊สพิษแห่งความวิบัติ แก๊สพิษแห่งหายนะ แก๊สพิษแห่งการทำลาย ไม่ได้ทำลายชีวิตสัตว์พืชจุลินทรีย์ชนิดใด ไม่แม้กระทั่งทำลายธรรมชาติแต่ทำลายตัวเอง ทำลายตัวพวกมึงเองนั่นแหละ ญี่ปุ่นโดนระเบิดเคลียร์เปื้อนรังสีถึงสองครั้ง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเทคโนโลยี ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ต้องพูดถึง"ปัจจัยสี่" ไม่ต้องพูดถึง"ของกิน" ไม่ต้องพูดถึง"ของใช้" (ว่าแต่กูจะแบ่งคำว่า"ของกินของใช้"ออกจากกันทำไม? ทำไมไม่พิมพ์เป็นคำเดียวกัน?) เอาแค่ "ความคิด" "ตรรกะ" "ระบบประมวลผล" ญี่ปุ่นเจริญกว่าไทยเหมือนไทยเป็นร่องลึกสมุทรมาเรียนาส่วนญี่ปุ่นเป็นสถานีอวกาศนานาชาติ(นับเฉพาะภาพรวมของญี่ปุ่นที่ดุจดั่งสาวงามนางไซซีแห่งยุคชุนชิว ความชั่วร้ายในมุมมืดที่เป็นเพียงแค่"เศษส่วน"ของญี่ปุ่นไม่นับ) หรือเพราะว่าชนชาติไทยเราเป็นชนชาติไม่คิดมาก อยู่ไปวันๆ หาเช้ากินค่ำ พอเศรษฐกิจคะมำก็ด่าแหลก ตั้งแต่รัฐบาลยันเพื่อนบ้าน ด่ากราดไปทั่วยกเว้นตนเอง? ทำเป็นตัวเองดีหนักหนาทั้งที่ตัวเองชั่วช้ากว่าคนอื่น รอรัฐบาลสังคมนิยม(สังคมนิยม=ไม่มีใครมีสิทธิ์ในทรัพย์สินใดๆเลยแต่ทุกอย่างเป็นของรัฐบาล)ถูกกำจัดอำนาจถอนรากถอนโคนตั้งแต่ตัวเบี้ยยันผู้กุมอำนาจสูงสุดผู้เป็นบอสใหญ่จนสิ้นมลายสูญดุจโดนล้างด้วยไฟบรรลัยกัลป์ของพระศิวะเสียก่อนเถิด แล้วรอพระผู้มาโปรดมาดูแลประเทศนี้เสียก่อนเถอะ รอให้ภาษีถูกจนเหมือนโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าภาษี รอให้การศึกษาไทยห้องเรียนหนึ่งห้องผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ได้ยี่สิบคนโรงเรียนหนึ่งแห่งผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ได้ห้าพันคนโรงเรียนทั่วทั่งพื้นที่เทพีแห่งปฐพีไกอาผลิตอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ครองโลกนี้ได้ รอให้ประเทศไทยไม่มีภาวะเงินฝืนเงินเฟ้อเงินขาดดุลเงินเกินดุล รอให้เงินบาทไทยมีค่ามากที่สุดในโลกแทนที่จะเป็นสามสิบบาทเท่ากับหนึ่งดอลลาร์กลายเป็นสองล้านล้านดอลลาร์เท่ากับหนึ่งบาทไทยแทน เจริญซะขนาดนั้นแต่พวกมึงทุกคนยังเหมือนเดิมมันจะต่างไปจากยุคนี้ที่รัฐบาลเผด็จการสมบูรณ์ยึดครองแผ่นดินมั๊ย? สามัคคีคล้อยตามเห็นพ้องต้องกันเพียงแค่ชั่วคราวแล้วก็แตกแยกเหมือนเดิมเหมือนประวัติศาสตร์จีน สุดท้ายแล้วพวกมึงทุกคนก็ไม่ได้แตกต่างไปจาก"ไวรัส"ชั่วร้ายพอกันหรืออาจจะ"ชั่วร้ายน่ารังเกียจน่ากลัวยิ่งกว่าไวรัส"เสียอีก ยึดความคิดตนเป็นใหญ่ ใครเถียงก็ไม่ได้ เหมือนเอาแต่ใจ เคร่งเครียดชอบหยิบโน่นนี่นั่นมาคิดแล้วก็นึกอะไรไม่ออกเลยตีโพยตีพายเหมือนเด็กๆ ใครขัดใจมีเคืองหรือตอบโต้แรงๆเหมือนเด็กโดนแย่งของเล่น ก่อนอื่นก็ขอกล่าวโทษ "บาปในคนไทย"ก่อนแล้วกัน  ราคะ (ละติน: luxuria ลุกซุริอา; อังกฤษ: lust)
การคิดในทางเสื่อม ความต้องการเป็นที่สนใจจากผู้อื่น ความต้องการความเร้าใจ หมกมุ่นทางเพศที่มากจนเกินไป หรือที่ผิดมนุษย์ปกติ ความใคร่ที่เกิดขึ้นในทางทุจริต เช่น การมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ กับพ่อแม่หรือลูกหลานตัวเอง การข่มขืน การมีชู้ ตะกละ=การสนองความต้องการโดยไม่ยั้งคิด มุ่งร้ายเอาของคนอื่น บริโภคสิ่งต่างๆจนขาดการไตร่ตรอง บริโภคจนมากเกินไป มากจนเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหาร รวมถึงการบริโภคสิ่งๆ ต่างๆ โดยไม่คำนึงสนใจ หรือเห็นใจคนอื่น กินเร็วเกินไป กินแพงเกินไป กินมากเกินไป กินอย่างกระตือรือร้นเกินไป กินอย่างประณีตเกินไป กินอย่างแรงกล้าเกินไป โลภ=ความทะเยอทะยานอันแรงกล้าในการให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินและอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงแนวทางหรือคุณธรรมในการได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้น โดยไม่แบ่งปันหรือช่วยเหลือผู้อื่น และสามอันสุดท้ายอันดับที่หนึ่งแห่งบาปของคนไทยทั้งมวล(มีสามอันครองอันดับร่วมกัน) อัตตา/โทสะ=ต้องการเป็นผู้ที่มีความสำคัญและอำนาจเหนือผู้อื่นการที่รักตนเองมากจนเกินไป หลงในอำนาจและรูปลักษณ์ของตัวเองความโกรธเคืองและพยาบาทที่ขาดความเหมาะสม การทนรับสภาพในบางสิ่งบางอย่างไม่ได้คนที่มีความโอหังจะสนใจเฉพาะตนเองเท่านั้น ไม่สนใจว่าผู้อื่นจะเป็นเช่นไร กับข้อสุดท้าย "เกียจคร้าน= ความไม่สนใจใยดีต่อการเปลี่ยนแปลง ต่อสิ่งรอบข้าง ใช้เวลาอย่างไร้ค่า ความไม่ต้องการที่จะทำอะไร โดยปล่อยให้ผู้อื่นเป็นผู้ทำงานหนักเพื่อตนเองเท่านั้น การปล่อยปละละเลยต่อหน้าที่ของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการละเลยที่จะทำดีรวมถึงการละเลยที่จะเคารพต่อพระเจ้าด้วย ผู้ที่เกียจคร้านจะอยู่เฉยๆ รักษาสภาพความเป็นอยู่ของตนเองในภาวะเดิมตลอดเวลา ไม่ทำอะไรมาก แต่ก็ไม่ใช้อะไรมากเช่นกัน แค่ยืนเฉยๆก็พบบาปทุกข้อที่กล่าวมานี้จนหมดสิ้น เต็มไปด้วยคนน่ารังเกียจ ทุกสิ่งทุกอย่างรวมไปถึงชีวิตคนตั้งแต่ชีวิตเด็กเล็กยันชีวิตลูกแมวเป็นของไร้ค่ายกเว้นตัวเองกับเงินสิ่งของของตัวเองที่มีค่ามิอาจประมาณได้ที่ต้องสู้ตายเพียงเพื่อมัน เพื่ออะไรกัน? ทำตัวไร้สาระ สนุกสนานไปกับโต๊ะจีน แม้แต่ชีวิตของลูกแมวก็ถูกทิ้งขว้าง กินแอลกอฮอล์สำมะเลเทเมา วิจารณ์วิพากษ์ติเตียนตำหนินินทาซุบซิบ แส่ยุ่งเสือกเรื่องคนอื่น ชอบสิ่งที่ดูดีทั้งๆที่คิดไปเอง ไม่เชื่อความจริงแต่เชื่อมายากลภาพลวงตา เห็นอะไรก็ตัดสินแล้ววิจารณ์วิพากษ์เตียนติตำหนินินทาซุบซิบ ไม่ชอบเรื่องจริงจังชอบเสือกเรื่องขี้ประติ๋ว มักง่าย เห็นแก่ตัว คนอื่นไม่พูดอะไร คนอื่นไม่ทำอะไร "พอไม่พูดก็พูดว่า'เป็นไบ้ไง'" ด่าเขาแล้วก็โดนเขาใช้กฎหมายข้อหมิ่นประมาทมาเล่นงานโดนค่าเสียหายกันคนละล้าน รักษาภาพผู้ช่วยเหลือมนุษยชาติแบบเดียวกับเล่าปี่แต่ก็ไปช่วยรัฐบาลสังคมนิยม ยุคสงครามเย็นสู้รบกับพวกคอมมิวนิสต์(คอมมิวนิสต์เป็นสาขาหนึ่งของสังคมนิยม)แต่ยุคปัจจุบันรัฐบาลกลับฮุบกลืนยึดครองทุกสิ่งทุกอย่างของประชาชน ไอ้พวกอยู่เบื้องหลังรัฐบาลนี้ก็น่ารังเกียจเดียดฉันท์ฆ่าคนได้ไม่ลังเลไม่น่าให้มีเงินใช้แม้แต่ยี่สิบห้าสตางค์ไม่น่าให้มีเครื่องบินใช้ไม่น่าให้มีรถใช้น่าเอาเสื้อผ้าหรูๆพวกนั้นไปเผาทิ้งด้วยซ้ำ ในหนังสือเรียนเขียนไว้ซะดิบดีว่าป่าสงวนมีไว้เพื่อรักษาป่าไม้กับสัตว์ป่าให้ไม่สูญพันธุ์ให้คงอยู่สืบไปแต่เข้าไปฆ่าเสือดำ?ตัดไม้สักเอาไปขายด้วยการกระทำที่ผิดกฎหมาย? อุตส่าห์ดังได้เป็นนักร้องอุตส่าห์มีค่ายเพลงเป็นของตัวเองก็โกงค่าตัว ด่ารัฐบาลกันสนุกแต่กูรู้นะว่าสองส่วนห้าของจำนวนคนที่ด่ารัฐบาลมีคนที่ชั่วช้าสามานย์ยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่ารวมอยู่ด้วยอย่าด่ารัฐบาลถ้าตัวเองยังชั่วช้ายิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่าหยุดด่ารัฐบาลถ้าตัวเองยังชั่วร้ายกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่าเลิกด่ารัฐบาลถ้าตัวเองสามานย์ยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่า เลิกด่ารัฐบาลแล้วด่าพวกมึงเองให้ได้ก่อนเลิกโทษรัฐบาลแล้วโทษพวกมึงเองให้ได้ก่อนถ้าพวกมึงยังคงสามานย์ชั่วช้าชั่วร้ายยิ่งกว่ารัฐบาลห้าพันล้านเท่า ต่อให้คนที่ไร้ซึ่งความต้องการทุกอย่างให้แก่ตัวเองแม้กระทั่งอากาศจะหายใจให้ตัวเองแล้งมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกมึงทุกคนต้องการให้ดูแลพวกมึงทุกคน แต่พวกมึงทุกคนยังคงชั้นต่ำสถุลไร้สกุลรุนชาติเลวทรามต่ำช้าสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้า ถามหน่อยมันจะแตกต่างไปจากกลียุคยุคนี้ที่เรียกว่ายุครัฐบาลมืดเรืองอำนาจหรือ? พวกมึงเองเป็นแบบนี้ไม่แตกต่างไปจากรัฐบาลแต่ก็ยังจะโทษรัฐบาลอย่างเดียวแต่ไม่เคยโทษตัวเอง ตัวพวกมึงเองทำตัวเหมือนรัฐบาลแล้วกูถามหน่อยประเทศไทยมันจะพัฒนามั๊ย? รัฐบาลโกงกินเอารัดเอาเปรียบยึดทุกอย่างไปเป็นของตัวเองประชาชนมักง่ายเห็นแก่ตัวสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้าเอาแต่ใจตัวเองกินแอลกอฮอล์สำมะเลเทเมาติเตียนตำหนิวิจารณ์วิพากษ์นินทาซุบซิบเสือกเรื่องคนอื่น กูถามหน่อยชนชั้นล่างสุดของประเทศเป็นแบบนี้กันทั้งหมดแล้วมึงยังหวังพึ่งรัฐบาลอยู่อีกเหรอ?มึงยังหวังว่าจะมีคนดีมาดูแลประเทศและประชาชนอีกเหรอ?มึงยังหวังว่าถ้าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วจะมีคนดีช่วยชาติดูแลประเทศและประชาชนทำให้ภาษีถูกมีแต่คนรวยทั่วแผ่นดินไร้ซึ่งคดีอาชญากรรมคดีอาชญากรรม=0ได้อีกหรือ? ไอ้พวกผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. นายอำเภอ อบจ. ทหารทุกตำแหน่งตั้งแต่ตำแหน่งทหารเลวยันตำแหน่งแม่ทัพ รัฐมนตรีทุกกรมทบวงกระทรวง รองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มังกรห้าเล็บ(ที่อยู่เหนือพวกนี้นี่อีกที)พวกมึงทุกคนลืมกันไปหมดแล้วใช่มั๊ยว่าก่อนที่พวกมึงจะมีชื่อเรียกด้วยชื่อตำแหน่งนั่นพวกมึงทุกคนเคยเป็นประชาชนมาก่อนบรรพบุรุษพวกมึงเคยเป็นประชาชนเป็นชาวบ้านกากเดนมาก่อน?กูอยู่เท่ากับมึงมึงไม่ได้สูงไปกว่ากูกูไม่ได้อยู่ใต้เท้ามึงและมึงไม่ได้อยู่เหนือหัวกู มึงคิดว่ามึงเป็นผู้สร้างโลกใบนี้หรือ?มึงคิดว่ากูต้องจงรักภักดีต่อมึงตลอดเวลาหรือ?มึงคิดว่ากูต้องทำทุกอย่างให้มึงทำตามที่มึงบอกทำตามที่มึงพูดทำตามที่มึงสั่งทุกอย่างหรือ? ทำไมมึงถึงอยู่เหนือนัก? ทำไมมึงถึงเอารัดเอาเปรียบประชาชน? ทำไมมึงถึงเอาทุกอย่างไปจากประชาชน? ทำไมมึงถึงฆ่าประชาชน? อะไรนะ? ตอนเป็นประชาชนเคยลำบากมาก่อน? อ้อเหรอ ก็เลยพยายามยึดทุกอย่างที่มึงอยากได้ทั้งๆที่ประชาชนคนอื่นก็อยากได้สิ่งที่มึงยึดไปเหมือนกันเนี่ยนะ? น่ารังเกียจ ประวัติศาสตร์ก็น่ารังเกียจ สงครามโลกนี่บอกจังว่าฮิตเลอร์ชั่ว เออ ฮิตเลอร์ชั่ว ใช่ ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิว ทำลายล้างชีวิตคนไปมากมาย ใช่ ฮิตเลอร์ชั่ว ญี่ปุ่นฆ่าข่มขืนชาวจีนผู้บริสุทธิ์ อันนี้ก็ชั่ว แต่อเมริกาไม่ใช่คนชั่วเหรอวะ? ไอ้อินทรีหัวขาวตัวน้ำตาลนี่มีดีอะไร? มีดีแค่ประเทศใหญ่กว่า มีดีแค่ประชากรเยอะ มีดีแค่เทคโนโลยีขั้นสูงที่เหนือชั้น เป็นชาติอภิมหาอำนาจ แต่กูถามหน่อยเถอะถ้ามึงไม่มีเทคโนโลยีอะไรซักอย่างมึงจะชนะซุนจื่อ+ซุนปิน+หานซิ่น+กาเซี่ยง+กุยแก+โจโฉ+สุมาอี้ผนึกกำลังทำงานด้วยกันมั๊ย?อเมริกาจะชนะมั๊ย? มีดีแต่ใช้เทคโนโลยีเอาชนะคนอื่น มีแต่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เอาชนะคนอื่น ไอ้ขี้โกง เป็นได้แค่ไอ้ขี้ขลาดตาขาว เป็นได้แค่หมาลอบกัดที่น่ารังเกียจ แม่งไม่กล้าไปสู้กับลิโป้แบบตัวต่อตัว1ต่อ1เลยด้วยซ้ำมั้ง โปรโมทตัวเองงว่าเป็นฮีโร่ พิทักษ์ผู้บริสุทธิ์ในโลกนี้ ส่งทหารไปตะวันออกกลาง มึงพูดความจริงกี่เปอร์เซ็นต์? กูเชื่อมึงได้มากน้อยแค่ไหนว่ามึงพูดความจริงกี่เปอร์เซ็นต์? มึงแน่ใจหรือว่ามึงปฏิบัติการทางทหารเพื่อช่วยเพื่อนร่วมโลกช่วยผู้บริสุทธิ์ช่วยผู้เดือดร้อนไม่ได้เอารัดเอาเปรียบพวกนั้น?ไม่ได้แย่งยึดทุกสิ่งทุกอย่างจากพวกนั้น? ไม่ได้ทำให้พวกนั้นเดือดร้อน? แน่ใจหรือ? กูจะแน่ใจได้แล้วหรือ? เรื่องในโรงเรียนบอกเลยกูไม่เคยคิดเลยว่านั่นคือการเรียนรู้ที่แท้จริง กูไม่เคยคิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว สำหรับกูมันก็แค่การเดินทางไปที่ใหญ่ๆฟังคนแก่พูดพร้อมกับทำการบ้านที่โคตรยาก ทำไม่เสร็จหรือทำไม่ได้หรือถ้าไม่ส่งก็โดนลงโทษสารพัด กลับบ้านแบบโง่ๆ แล้วก็ต้องไปสอบทั้งๆที่กูจำอะไรแทบไม่ได้ ทั้งๆที่กูไม่ชอบอ่านหนังสือก่อนสอบ(และบอกเลยตั้งแต่ป.1ยันกศน.กูอ่านหนังสือก่อนสอบแค่เล่มละ2-3หน้าเท่านั้นแล้วก็เลิก เล่นเกม) เด็กแกล้งกันทุกชั้นเรียนทุกชั้นห้องกูก็เคยโดนและกูก็เคยเห็นเด็กคนอื่นโดนแกล้งด้วย เหยียดเพศทางเลือก แล้วก็เป็นแบบนี้ทุกรุ่น สู้ก็ไม่ได้เดี๋ยวฟ้องพ่อแม่ปู่ย่าตายายพี่ชายพี่สาวญาติกัลญาณมิตรผู้ปกครอง ครูเรียกขึ้นห้องปกครอง แล้วก็มีเรื่องเพิ่มกับพวกผู้ปกครองมึง แล้วก็มีเรื่องเพิ่มกับครู แต่ถามหน่อยเด็กมันเลิกแกล้งกันมั๊ย? พวกผู้ปกครองมึงนี่ยังกับเทพารักษ์ของมึงเลยนะ เด็กคนอื่นทำอะไรลูกมึงไม่ได้ แต่ลูกมึงทำอะไรกับเด็กคนอื่นก็ได้ พวกมึงทั้งหมดก็น่ารังเกียจเหมือนกันแหละ แด่คนที่ชอบแกล้งคนอื่นกูขอบอกเลยว่าถ้ามึงถูกฆ่าตายกูจะไม่เสียน้ำตาให้มึงกูจะไม่เสียใจให้มึงกูจะไม่สงสารมึง เพราะกูสังเวชมึง ผู้ปกครองของพวกมึงครอบครัวของพวกมึงถ้าสูญเสียมึงกูก็จะไม่สงสารผู้ปกครองของมึงกูก็จะไม่สงสารครอบครัวของมึง เพราะกูสังเวชผู้ปกครองของมึง เพราะกูสังเวชครอบครัวของมึง อย่างที่บอกคนอื่นทำอะไรลูกพวกมึงไม่ได้ แต่ลูกพวกมึงทำอะไรกับใครก็ได้ น่าสังเวช พวกมึงก็น่ารังเกียจ พวกมึงทุกคนนั่นแหละ เด็กแกล้งกันตลอดเวลาก็ไม่ได้แก้ปัญหาถาวรมีดีแต่แก้ปัญหาชั่วคราวแล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม เป็นจ่าเฉยเหรอ? คนที่โดนแกล้งจะทำอะไรก็ไม่ได้เหมือนคนที่โดนแกล้งเป็นคนชั่ว พวกมึงไม่มีดีอะไรซักอย่าง การลงโทษก็เหมือนกัน มีแต่ความรุนแรง ใช้สารสสารวัตถุสิ่งของฟาดตี ทุบตบดี ด่า กูถามจริงๆเถอะว่ามึงลงโทษไปทำไม? มึงลงโทษไปเพื่ออะไร? กูถามหน่อยเถอะการลงโทษมันสร้างคนดีได้เหรอวะ? หรือเป็นการสร้างความโกรธแค้นในความมืด? แล้วทำให้พวกมึงโดนสงครามละเลงเลือดล้างแค้นในภายหลัง? เห็นแก่ตัว กูอยากได้อะไรกูต้องได้ กูใช้ใครให้ทำอะไร ต้องทำให้กู คนไทยเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลก ไม่มีใครเทียบเทียมได้ นี่ก็มีเหตุผลมากพอให้กูฆ่าพวกมึงทุกคนเหมือนกัน
การออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆเช่นยิงปืนขี่ม้าหรือเดินนั้นเป็นปัญหาสำหรับคนเหล่านี้เพราะเป็นการเกินความสามารถของเขา[{("'และที่สำคัญก็คือถ้าใครออกไปเดินเล่นคราวละครึ่งไมล์ก็จะถูกหาว่าเป็นบ้า'")}]ทั้งๆที่เขามีอย่างอื่นที่จะทำได้ดีกว่าเช่นพายเรือในระยะทางที่เท่าๆกันแล้วนั่งสบายๆอยู่ในเรือ
                                                                                   เฟรริค อาเธอร์ นีล(Narrative of a Residence in Siam)
แหม คนไทยนี่น่ารังเกียจมาตั้งแต่ยุคโบราณ อย่างที่บอกว่าคนไทยเป็นคนขี้เสือก ชอบสาระแน ชอบสอดรู้สอดเห็นไปทั่ว ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ด่ากราดใส่คนอื่นโดยที่ไม่เคยด่าตัวเอง วันๆเอาแต่เสือกเรื่องชาวบ้าน วันๆเอาแต่นินทาชาวบ้าน วันๆเอาแต่วิจารณ์ชาวบ้าน วันๆเอาแต่วิพากษ์ชาวบ้าน วันๆเอาแต่นินทาชาวบ้าน วันๆเอาแต่ซุบซิบชาวบ้าน นึกถึง1ใน3บาปหนักสุดของคนไทยข้อ "เกียจคร้าน" ไว้ไอ้โง่ วันๆไม่ทำอะไร คนไทยล้วนแต่ขี้เกียจ ถ้าเงินไม่ใช่ปัจจัยที่5ของชีวิตคนไทยไม่ทำงานอะไรกันหรอก กูอยากจะฆ่าคนไทยให้หมดทั้งประเทศด้วยซ้ำ เพราะฆ่าไปก็เหมือนไม่ได้ ฆ่าไปก็เหมือนพยายามฆ่าศพ ประเทศเป็นประเดียวในโลกที่คนข้างชาติเป็นศพ กูไม่เคยมองว่าประเทศนี้มีคนเป็นอยู่เลย มีแต่ศพเต็มไปหมด คนไทยขี้เกียจสันหลังยาว แล้วก็นินทาชาวบ้านเขาไปทั่ว คนไทยทุกคนล้วนแต่มองว่าคนที่นอนทั้งวันไม่ทำอะไรเลยเป็นคนปกติ คนที่ทำทุกอย่างเต็มที่เป็นคนบ้า ความคิดชั่วช้าชั่วร้ายแบบนี้มีน้ำหนักมากพอให้กูฆ่าพวกมึงได้แล้วหรือยัง? ถ้าไม่มีระบบเงินตราคนไทยทุกคนก็ไม่ทำงานกันหรอก คนไทยทุกคนเอาแต่นอนอย่างเดียว การประท้วงรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยเป็นหลักฐานยืนยันชั้นดีว่าคนไทยขี้เกียจ คนไทยขี้เกียจสันหลังยาว คนไทยสามานย์ชั่วร้ายชั่วช้า งอมืองอตีน ปล่อยให้รัฐบาลทำอย่างเดียวตัวเองไม่ทำ เลิกประท้วงรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกด่ารัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไล่รัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกเปลี่ยนแปลงรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกต่อต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบต่อต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงทุกคนยังเป็นแบบนี้อยู่ เลิกไปม็อบต้านรัฐบาลถ้าพวกมึงยังเป็นแบบนี้อยู่ หรือถ้าไม่ต่อต้านรัฐบาลและเข้าร่วมรัฐบาลพวกมึงทุกคนควรสำเหนียกตัวเองได้แล้วนะว่าพวกมึงถูกเกลียดมากขนาดไหน ต่อให้พวกมึงทุกคนเป็นกลาง พวกมึงทุกคนก็โดนกูเกลียด กูจะล้างแค้นพวกมึงทุกคนให้ดูเป็นขวัญตาเอง เอาแต่บ่นว่าNew Normalมันไม่ปกติ แล้วสิ่งที่พวกมึงทุกคนทำก่อนหน้าโควิดจะมามันปกติมากมั้ง เอาแต่พูดว่า"มึงมันผิดปกติ"แล้วพวกมึงทุกคนปกติมากมั้ง ตอนแรกกูว่าจะสั่งสอนพวกมึง ตอนนี้กูเปลี่ยนใจแล้ว สั่งสอนไปก็โง่มากกว่าเดิมมีแต่เข้าข้างตัวเอง เหมือนกับสั่งสอนเด็กที่แกล้งเด็กอื่นสั่งสอนไปก็มีแต่จะแกล้งหนักขึ้นมากกว่าสั่งสอนไปก็มีแต่โกรธแค้น   พอมึงทำผิด มึงก็โทษรัฐบาล
พอมึงทำผิด มึงก็โทษพ่อ
พอมึงมำผิด มึงก็โทษแม่
พอมึงทำผิด มึงก็โทษเมียน้อย
พอมึงทำผิด มึงก็โทษเพื่อน
พอมึงทำผิด มึงก็โทษลูก
มึงไม่โทษตัวเองเลย
มึงเป็นควยอะไร? มึงเป็นเหี้ยอะไร? แหม่ แต่ก็ดี เพราะมีผลพลอยได้ที่กูจะได้ล้างแค้นคนที่แกล้งกูด้วยตั้งแต่เพื่อนสมัยประถมยันเพื่อนสมัยมัธยม ในเมื่อมึงเป็นขยะกูก็จะเอามึงไปทิ้งเอง กูขอประกาศเจตนารมณ์ล้างแค้นนับแต่นี้เป็นต้นไป
ปล.กูไม่ได้เก่งอะไรหรอกนะ สัตว์อัญมณีกูยังแพ้เด็คบลูอายส์ไวท์ดราก้อนเลย 
(ส่วนในรูปคือตอนกูแพ้เด็คsalamangreat)


วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

  โยโคชิโฮกาทาเมะเป็นหนึ่งในเทคนิคการจับตัวในยูโดชื่ออย่างเป็นทางการของKodokanและสหพันธ์ยูโดนานาชาติ (IJF) IJF ย่อมาจาก YSG






รูปแบบพื้นฐานของทรงสี่เหลี่ยมแนวนอน


ภาพรวม


แก้ไข


เทคนิคการจับคู่ต่อสู้หงายจากด้านข้างทุกทิศทาง




รูปแบบพื้นฐานคือคู่ต่อสู้นอนหงาย และแขนข้างที่สอดอยู่ใต้คอของคู่ต่อสู้จากด้านข้างของคู่ต่อสู้จับคอเสื้อด้านหลังและทำให้คอแข็ง จากนั้นแขนที่เหลือจะถูกส่งผ่านระหว่างหว่างขาของคู่ต่อสู้และรอบบั้นท้าย ชุดชั้นใน เข็มขัดพยุงหลัง เข็มขัดแนวนอน จับคู่ต่อสู้แล้วเอาหน้าอกไปทับคู่ต่อสู้ ลดสะโพกลงเพื่อป้องกันและระงับการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ ต่างจากยูโด ในศิลปะการต่อสู้ที่อนุญาตให้วางมือบนใบหน้า คนที่อยู่ด้านล่างมักจะใช้มือดันใบหน้าของคนด้านล่างเข้าหาเท้าของคนที่อยู่ด้านล่าง ทำให้เขาหลบหนีไปได้ สามเหลี่ยมแนวตั้งสำลัก จากด้านล่าง ว่ากันว่าเป็นการดีกว่าที่จะปราบปรามชิโฮกาโตะด้วยสิ่งอื่นนอกเหนือจากรูปแบบพื้นฐานในการส่งแขนผ่านเป้า หัวใจสำคัญของเทคนิคนี้คือการควบคุมร่างกายส่วนบนของคู่ต่อสู้อย่างไร




ตัวอย่างจากการแข่งขัน


โอลิมปิกลอสแอนเจลิส ยูโดชาย โอเพ่นเวต รอบชิงชนะเลิศ


× โมฮาเหม็ด ราชวาน ( อียิปต์ ) ( โยโกะ โยโกกากุ ) ยาสุฮิโระ ยามาชิตะ (ญี่ปุ่น) ○ [ 1 ]


เปลี่ยน


แก้ไข


ฟุโยโกะ โยโกกาคุ


แก้ไข


เมื่อ จับคู่ต่อสู้จากทางขวาใน Kuzure Yokoshi Hogatame ให้ขยับมือซ้ายจากใต้ไหล่ซ้ายของคู่ต่อสู้เพื่อยึดเข็มขัดแนวนอนซ้ายของคู่ต่อสู้ ใช้ด้านหน้าของไหล่ซ้ายเพื่อควบคุมร่างกายส่วนบนของคู่ต่อสู้ และใช้มือขวา เพื่อยึด ฝ่ายตรง ข้าม ไว้




นอกจากนี้ ยังมี Fuyoko Shihogata ขณะใช้Armlock V1




เมื่อปราบคู่ต่อสู้จากทางด้านขวาก็มีเทคนิคฟุโยโกะ โยโกทาเมะ โดยให้มือซ้ายพาดไหล่ขวาคว้าคอหลังคู่ต่อสู้ มือขวาลอดใต้ร่างคู่ต่อสู้ จับคอซ้ายคู่ต่อสู้แล้วกระชับ มือทั้งสองข้าง [ 4 ]




วางแขนขวาบนพื้นด้านซ้ายของคู่ต่อสู้ ขยับและควบคุมแขนขวาตามการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ และวางศอกขวาบนสะโพกซ้ายของคู่ต่อสู้เพื่อกดค้างไว้ หรือใช้วิธีนี้จับแขนคู่ต่อสู้ไว้ ต้นแขนซ้ายกับรักแร้ซ้ายของ คุณ นอกจากนี้ยังมี Fuyoko Shihoga [ 5 ]




ความฝืดของหน้าอก


แก้ไข




ภาพประกอบของอาการแน่นหน้าอก


มุเนกาตาเมะเป็นเทคนิคที่เมื่ออูเกะถูกกดจากด้านซ้าย มือขวาเอื้อมไปที่ไหล่ขวาของอูเกะเพื่อคาดเข็มขัดด้านหลัง แขนซ้ายโอบรักแร้ขวาของอูเกะ และกดหน้าอกเข้าหากันเพื่อรั้งเขาไว้[ 6 ] . Judoka Katsuhiko Kashiwazakiบอกว่าเขาเชื่อว่าพื้นฐานของ yoko shiho ga คือ chest ga เหตุผลก็คือเมื่อถือโอบิของอูเกะ แรงจะถูกส่งโดยตรงและสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของสะโพกของอูเกะได้ใน ระดับหนึ่ง




พนักพิงไหล่


แก้ไข


คาตะโอะสึกะตะเมะ ( เครื่องพันไหล่) [ 8 ]คือแขนซ้ายของอุเคะโอบรอบรักแร้ซ้ายจากด้านขวาของอุเคะ และจับไว้ที่หน้าอกขณะจับเขาไว้[ 9 ]วางมือซ้ายไว้บนหลังศีรษะของ Uke และวางมือขวาบนพื้นใกล้กับไหล่ซ้ายของ Uke หลังจากดึงต้นแขนซ้ายของ Uke ไปข้างหน้าแล้วพันรอบรักแร้ซ้ายของเขานอกจากนี้ยังมี วิธี ที่เรียกว่า เรียวฮิจิ โทริกาเอชิ[ 10 ] โดยให้คุณดึงแขนซ้ายของอุเกะด้วยมือทั้งสองข้างจากด้านซ้ายของอุเกะที่อยู่ทั้งสี่ข้าง จากนั้น จึง พันแขน ซ้าย ของอุเคะ ไว้ใต้รักแร้ซ้ายจากด้านขวาของอุเคะเพื่อรั้งเขาไว้นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นเทคนิคข้อไหล่ในนิโกร ได้อีกด้วย มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าฮิจิโทริ อุเดกาตาเมะ [ 11 ]




โจมตีทั้งสองด้าน


แก้ไข


เรียวโชเซเมะเป็นเทคนิค ที่เรียกว่า ฟุโยโกะชิโฮกาตูซึ่งใช้ฝ่ายขวาดันส่วนหลังศีรษะของคู่ต่อสู้ขึ้น งอคอของคู่ต่อสู้ และควบคุมแขนของคู่ต่อสู้ด้วยแขนและขาใช้แขนขวาเพื่อควบคุมแขนซ้ายของคู่ต่อสู้ และใช้ขาเพื่อควบคุมแขนขวาของคู่ต่อสู้Judoka Genji Ogataแนะนำเทคนิคนี้ในหนังสือ ``Judo Essence ' ' ของเขาในปี 1930 เก็นจิ โอกาตะผสมผสานเทคนิคนี้เข้ากับจิโกกุ ชิโบริและเรียกมันว่า ``การโจมตีเรียวโช' ' [ 13 ] Judoka Tadao Otaki แนะนำเทคนิคนี้ใน หนังสือของ เขา ในปี1959




ความฝืดของหน้าอก


แก้ไข




Chektogataiใน การแข่งขัน ยูโดเจ็ดมหาวิทยาลัย


Chenatogatouเป็น Yokoshogatou จากซ้าย (ขวา) โดยที่ Toriga จับคอของ Uke และรักแร้ขวา (ซ้าย) ด้วยแขนทั้งสองข้าง[ 14 ]ยังเป็นที่รู้จักกันในนามเบงกาลา




รักแร้กระชับ


แก้ไข


วากิโทริ กา ตาเมะเป็นมือจับสี่ทิศทางแนวนอนจากด้านขวา (ซ้าย) ของ Uke ในขณะที่จับแขนขวา (ซ้าย) ของ Uke ไว้ที่รักแร้ขวา และจับคอหลังของ Uke ด้วยมือซ้าย (ขวา)




ชายเสื้อด้านหน้าถูกถอดออกและยึดไว้ทุกด้าน


แก้ไข


มาเอสึ โซ โทริโยโคชิ โฮกาทาเมะ (Maesu So Tori Yokoshi Hogatame) ดำเนินการโดยจับแขนขวาของคู่ต่อสู้ไว้ที่รักแร้ซ้าย ส่งแขนขวาไปใต้ลำตัวของคู่ต่อสู้ จับชายเสื้อขวาของคู่ต่อสู้ด้วยมือขวา แล้วกดค้างไว้ คางของคุณเป็นด้านขวาของคู่ต่อสู้ เขามักจะใช้แขนขวาของฝ่ายตรงข้ามใน ตำแหน่งครึ่งเนลสันด้วยรักแร้ซ้าย คว้าชาย เสื้อขวาของฝ่ายตรงข้ามด้วยมือขวา และเกลือกกลิ้งไปทาง ซ้าย




ตำแหน่งฟิวส์ด้าน


แก้ไข


ตำแหน่งของแมตต์ ฮิวจ์คือ เริ่มจากด้านขวาของคู่ต่อสู้แล้วใช้ขาควบคุมแขนขวาของคู่ต่อสู้ และใช้แขนควบคุมแขนซ้ายของคู่ต่อสู้ในลักษณะล็อคสี่ทิศทางแนวนอน ใน MMA การชกและศอกไปที่ศีรษะของคู่ต่อสู้ทำได้ง่ายกว่าความพิเศษของแมตต์ ฮิวจ์สในต่าง ประเทศเรียกว่าไม้กางเขน




หินคาซูกะ


แก้ไข




เอบิคาตาเมะ มวยปล้ำรูปแบบหนึ่งที่คล้ายกับคาสึงะร็อค


Kasuga Lock เป็น เทคนิคที่ใช้ควบคุม แขนข้าง หนึ่งจับศีรษะของคู่ต่อสู้และแขนอีกข้างจับขาข้างหนึ่งของคู่ต่อสู้ไว้ข้างคุณ พับมือทั้งสองข้างเพื่อทำให้คู่ต่อสู้แข็งทื่อในการต่อสู้เป็นของแข็งสี่ด้านแนวนอน แต่มีบางส่วนแตกหักหลังจากจับหัวของคู่ต่อสู้ไว้ในท่าเต่าแล้ววางขาข้างหนึ่งไว้ที่ด้านตรงข้ามของร่างกายแล้ว ให้พลิกคู่ต่อสู้ไว้บนหลังในตำแหน่งต่างๆ กลับไปที่หัวของคู่ต่อสู้ กลับไปที่หลังของคุณเองด้วยสะพาน หรือกลิ้งไปข้างหน้าบนหลังของคู่ต่อสู้เพื่อทำให้คู่ต่อสู้พลิกคว่ำโคจิ โคมุโระมักจะสอนที่ชมรมยูโดคาสึงะ ชมรมเยาวชนโคโดกังยังเป็นที่รู้จักกันในนาม เปล




ตัวอย่างจากการแข่งขัน


แก รนด์สแลม ดุสเซลดอร์ฟ 2018หญิง รุ่น 63 กก


× โซเฟีย เบลเลเตอร์ ( โมร็อกโก ) (1:04 แนวนอน[ 18 ] ) เมย์ลิน เดล โตโร-การ์วาฆัล ( คิวบา ) ○ [ 18 ]


คุณสมบัติ


แก้ไข


ทฤษฎีหนึ่งก็คือว่าเป็นเรื่องยากที่สุดที่จะหลบหนีเมื่อคุณไปถึงจุดสูงสุดของเทคนิคการควบคุม ผู้ที่ไม่ชำนาญในเทคนิคภาคพื้นดินและพยายามผลักคู่ต่อสู้ที่ทิ้งน้ำหนักไว้จากด้านบนโดยใช้กำลังแขนเช่น Bench Press หรือตีสะพานแบบสุ่มสี่สุ่มห้าซ้ำๆ ฯลฯ จะพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการหลบหนี แม้ว่าคุณจะทำเช่นนั้น แต่ก็สิ้นเปลืองพลังงานมาก




วิธีหนีเบื้องต้นคือใช้สะพานลอยให้ลอยได้ไม่กี่เซนติเมตร และก่อนจะกลับได้ ให้ใช้กุ้งขยับแรงไปด้านข้าง ขยับแรงจากแนวดิ่งไปแนวทแยง การเคลื่อนไหวโดยให้เข่าของคู่ต่อสู้ถูกดันก่อนขณะใช้มือควบคุมเอว


คามิชิโฮกาตาเมะเป็นหนึ่งในเทคนิคการจับตัวในยูโดตำแหน่ง ประเภทเหนือ- ใต้ เทคนิคที่คู่ต่อสู้วางบนหลังและวางคู่ต่อสู้ไว้เหนือศีรษะของคู่ต่อสู้ และไหล่ของคู่ต่อสู้หรือด้านนอกของแขนทั้งสองข้างถูกกอด และใช้แขนของคู่ต่อสู้เพื่อควบคุมและรั้งคู่ต่อสู้ ใช้มือทั้งสองข้างจับเข็มขัดหรือปกเสื้อด้านข้างของคู่ต่อสู้ และ รัด รักแร้ให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้แขนของคู่ต่อสู้หลุด หากคู่ต่อสู้ถูกกดลงจากเหนือศีรษะของคู่ต่อสู้ แต่ คู่ต่อสู้ ถูกเคสะจับไว้ จะเรียกว่า โกเคะซะงัตสึและหากแขนของคู่ต่อสู้ไม่ได้ถูกดึงจากด้านนอกด้วยแขนทั้งสองข้าง จะ เรียกว่า ฟุรุอาเกะ ชิโฮกัตสึชื่ออย่างเป็นทางการของKodokanและสหพันธ์ยูโดนานาชาติ (IJF) IJF อักษรย่อKSHมีชื่อเรียกอีกอย่าง ว่าSeikamishihogatame [ 1 ]


คุซุเระคามิชิโฮกาตาเมะเป็นหนึ่งในเทคนิคการควบคุมในเทคนิคศิลปะ การต่อสู้ ของยูโดตำแหน่ง ประเภทเหนือ- ใต้ชื่ออย่างเป็นทางการของKodokanและสหพันธ์ยูโดนานาชาติ (IJF) IJF ย่อมาจาก KKS






ภาพประกอบของคาคุอาเกะ ชิโฮกาตะ


ภาพรวม


แก้ไข


มีรูปแบบต่างๆ มากมาย เช่นการจับคู่ต่อสู้จากใต้รักแร้ด้วยแขนข้างหนึ่ง และใช้แขนอีกข้าง จับ ไหล่หรือแขนของคู่ต่อสู้ คล้ายกับเซงา มิ ชิโฮกาโตะ ความสามารถพิเศษของ นักศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานเจฟฟ์ มอนสัน คือ ท่าโช๊คเหนือ-ใต้ ซึ่ง เป็นรูปแบบหนึ่งของฟุโจเอะ ชิโฮกาโตะ หากคู่ต่อสู้ถูกกดลงจากเหนือศีรษะของคู่ต่อสู้ จะเรียกว่า โกเกะซางัตสึและหากแขนของคู่ต่อสู้ถูกรั้งไว้จากด้านนอกด้วยแขนทั้งสองข้าง จะเรียกว่า โจโช กัตสึ ในหนังสือ ``ชินชิกิยูโด'' เมื่อปี 1926 โกเกะซากัทสึถูกจำแนกเป็นโคซาเกะ ชิโฮโงะ[ 1 ] Kodokan และ IJF ไม่ได้จัดว่าเป็น Kakuage Shihogat




เปลี่ยน


แก้ไข


ของแข็งสามเหลี่ยม


แก้ไข




ซันกากูในโอลิมปิกเยาวชนบัวโนสไอเรส 2018


ซังคะคุงาตะเมะ เป็น คาคุอาเกะชิโฮกาทาเมะที่ถูกกดค้างไว้ขณะใช้โช้คสามเหลี่ยมแนวนอน โช้คสามเหลี่ยมแนวตั้ง และโช้คสามเหลี่ยมด้านหลังเพิ่มเข้าไปในท่าสามเหลี่ยมสำลัก เพื่อควบคุมขาและลำตัวของคู่ต่อสู้แล้วกดค้างไว้ ในบางกรณี คุณสามารถเปลี่ยนวิธีไขว้ขาจากตำแหน่งโช้คสามเหลี่ยมแนวนอนไปเป็นตำแหน่งโช้คสามเหลี่ยมแนวตั้งได้ ไดอะแฟรมสามเหลี่ยมแนวตั้งนั้นทำให้แคบลงได้ยาก ดังนั้นจึงมีหลายกรณีที่ต้องกดค้างไว้และเล็งไปที่เส้นเดียวมากกว่าไดอะแฟรมสามเหลี่ยมอื่นๆหากคุณระงับมันในขณะที่ใช้ไดอะแฟรมสามเหลี่ยมด้านหน้ามันจะกลายเป็น แนวตั้งและเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส




ชื่ออย่างเป็นทางการอีกชื่อหนึ่งของ ท่าสามเหลี่ยมปราบแขนในสหพันธ์ยูโดนานาชาติคือ ท่าสามเหลี่ยม แต่เป็นเทคนิคที่แตกต่างออกไป แม้ว่าชื่อนี้จะเป็นชื่อสามัญ แต่ ก็ใช้ใน``กฎข้อบังคับผู้ตัดสินการแข่งขันยูโดนานาชาติปี 2018-2020'' (ฉบับภาษาญี่ปุ่น) [ 2 ] ตามที่กล่าวไว้ ข้างต้นชื่อนี้ไม่เพียงแต่เป็นชื่อสามัญเท่านั้น แต่ยังมีเทคนิคร่วมที่มีชื่อเดียวกับชื่ออย่างเป็นทางการ และถึงแม้จะสร้างความสับสน แต่Zenjurenก็ใช้เป็นชื่อเทคนิคสำหรับผลการแข่งขัน [ 4 ]




สามเหลี่ยมแนวนอน


แก้ไข


Yokosankakugatame เป็นตัวล็อค สามเหลี่ยม ที่ถูกกดค้างไว้ขณะใช้โช้คสามเหลี่ยมแนวนอน ตามกฎของ ชิจิได ยูโด และ IJF โยโกะ ซันโกกุไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคนิคการควบคุม เว้นแต่ส่วนหน้าของร่างกายของกันและกันจะสัมผัสกันและสะโพกของผู้ที่ถูกควบคุมจะลอยออกจากพื้น [ 5 ]




สามเหลี่ยมด้านบนเป็นของแข็ง


แก้ไข


Kamisan kakugatame ( ตัวล็อครูปสามเหลี่ยมด้านบน ) คือ ตัวล็อครูปสามเหลี่ยมที่ถูกกดค้างไว้ขณะใช้ตัวล็อครูปสามเหลี่ยมแนวตั้ง [ 6 ]




ตัวอย่างจากการแข่งขัน


กรังด์ปรีซ์ ซาเกร็บ 2018 หญิง 48 กก. รอบที่ 1


○ ดาเรีย บิโลดิด ( ยูเครน ) (01:21 แนวนอน ) แคโรไลน์ ไฮน์ ( ออสเตรเลีย ) × [ 7 ]


IJF เป็นของแข็งสี่ด้านแนวนอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นของแข็งสามเหลี่ยมด้านบน โดยมีของแข็งสี่ด้านคุรุอาเกะ


แขนฟกช้ำบนทั้งสี่ทิศทางตึง


แก้ไข


เป็นเทคนิค ที่แขนของฝ่ายตรงข้ามผูกไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างของUdehishigi Kuzure Kamishihogatameและฝ่ายตรงข้ามถูกยับยั้งขณะใช้เครื่องหั่นลูกหนู หากคุณไขว่ห้างและเหยียดขาข้างหนึ่งไปทางขาของอีกฝ่าย คุณ จะต้องแสดง เทกัตสึ โก เคซากาตะ ในหนังสือ ``แก่นแท้ของวิทยาลัยเทคนิคยูโด'' ทั้งสองมีชื่อว่า ``Archi-kufu-ka-ka-jo-shiho-ga ' ' [ 9 ] [ 10 ]




แขนถูกมัดจนหัก


แก้ไข


Udekuri Kuzure Kamishihogatame เป็นเทคนิค ที่ แขนข้าง หนึ่ง ของฝ่ายตรง ข้ามผูกไว้กับโอบีของฝ่ายตรงข้ามและควบคุมไว้




Kuruage Shihogata รวมกับความฝืดของแขน


แก้ไข


นอกจากนี้ยังมีคาคุอาเกะ ชิโฮกะซึ่ง เกี่ยวข้องกับการจับคู่ต่อสู้ ลงขณะใช้ ล็อคแขนปีกไก่[ 13 ] [ 14 ]




กลับสี่ทิศทางอย่างหนัก


แก้ไข


Ura Shihogatame (Ura Shihogatame) คือ Kuruage Shihogatame ซึ่งรักแร้ของ Uke ลอดผ่านแขนทั้งสองข้างของ Tori และมือทั้งสองข้างประสานกันเพื่อรั้งเขาไว้ โทริวางแขนไว้ใต้รักแร้ของ Uke จับต้นแขนของ Uke ลงโดยให้ต้นแขนอยู่ และพับมือไว้ด้านหลังคอของ Uke ใกล้กับปกเสื้อของเขา โทริจับแขนของอูเกะไว้แน่นเหนือต้นขาของเขา[ 15 ] ชื่อ เต็มของเนลสัน อีกชื่อหนึ่ง คือ ``อุระ ชิโฮกาตะ'' แต่เป็นเทคนิคที่แตกต่างออกไป




ตำแหน่งที่ติดตั้งไปด้านหลัง


แก้ไข


ตำแหน่งที่ติดตั้งไปด้านหลัง (ตำแหน่งติดตั้งไปด้านหลัง) [ 16 ]เป็นเทคนิคการคร่อมและควบคุมโดยให้ศีรษะและหน้าอกของคู่ต่อสู้จับไว้โดยใช้ก้น บางครั้งร่างกายส่วนบนจะถูกยกขึ้นในขณะที่ยังคงถูกยกขึ้น บางครั้งเขาก็คว้ากางเกงชั้นในของอีกฝ่ายด้วยมือของเขา




อาการตึงสี่ด้านที่คอ


แก้ไข


คูบิ คามิชิโฮกาตาเมะเป็นเทคนิคคูบิคามิ ชิโฮกาตาเมะ โดยให้แขนของคู่ต่อสู้ชี้ไปที่ศีรษะ เหยียดแขนซ้ายของคู่ต่อสู้ขึ้นเหนือศีรษะแล้วจับไว้ที่รักแร้ซ้าย จับบริเวณไหล่ซ้ายของคู่ต่อสู้ด้วยคาง ใช้มือขวาผ่านด้านหลังศีรษะของคู่ต่อสู้ จับบริเวณต้นแขนขวาของคู่ต่อสู้ วางหลังของคู่ต่อสู้ คอของคู่ต่อสู้ที่ต้นแขนขวาของคุณ แล้วดึงเข้าหาหน้าอก จับแขนซ้ายของคู่ต่อสู้ไว้ใต้รักแร้ซ้ายด้วยแขนซ้ายของคุณ และจับคู่ต่อสู้โดยใช้มือซ้ายจับที่คอเสื้อด้านหลังอีก วิธีหนึ่งคือจับผ้าพันแขนขวาของคู่ต่อสู้ด้วยมือขวา และวางศีรษะไว้ใต้ศีรษะของคู่ต่อสู้




จับคอได้สี่ทิศทาง


แก้ไข


คุบิ คะเอะกะมิ ชิโฮกาทาเมะ เป็นเทคนิคที่ใช้แขนทั้งสองข้างจับศีรษะของคู่ต่อสู้ จับคอของคู่ต่อสู้ไว้ระหว่างรักแร้ขวาของคุณ จับคอของคู่ต่อสู้ด้วยฝ่ามือขวา และจับศีรษะของคู่ต่อสู้ด้วยแขนซ้าย โดยให้ศีรษะสัมผัสใกล้ชิดกับด้านขวาของศีรษะของคู่ต่อสู้ หน้าผาก และเข่าทั้งสองข้าง พื้นและนิ้วเท้าของคุณขึ้น คุณสามารถใช้เทคนิคนี้เพื่อกดด้านหลังศีรษะด้วยมือทั้งสองข้างแล้วหมุนไปข้างหน้าเพื่อตอบสนองต่ออาการสำลักจากด้านหลัง เช่น โอเอริ- ชิโบ ริ




ด้านบนคอเหลี่ยมด้านหลัง


แก้ไข


Ushiro erikamishihogatameเป็นคาคุอาเกะ ชิโฮกาทาเมะ ที่แสดงโดยจับคอด้านหลังของคู่ต่อสู้ด้วยนิ้วโป้งของมือขวาและสี่นิ้วของมือซ้าย หากคุณรู้สึกว่าสามารถหลบหนีได้ให้ย้ายไปที่โช้คแบบ single- cross [ 19 ]




อาชิกาตะ


แก้ไข


Ashigatameเป็นการโจมตีแบบยืน ยืนโดยให้ขาของคุณแน่นรอบคอของคู่ต่อสู้ จากนั้นใช้มือทั้งสองข้างจับขาของคู่ต่อสู้แล้วยกขึ้นจูโดกะเก็นจิ โอกาตะกล่าวว่าถึงแม้จะไม่แน่นอน แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่คู่ต่อสู้จะตื่นขึ้น


เกซากาตาเมะเป็นหนึ่งในเทคนิคการจับตัวในยูโดชื่ออย่างเป็นทางการของKodokanและสหพันธ์ยูโดนานาชาติ (IJF) เทคนิคนี้ยังใช้ในมวยปล้ำและบราซิลเลี่ยนยิวยิตสู IJF ย่อมาจากKEG ชื่ออย่างเป็นทางการ เดิมคือ Honke Sagatameที่ Kodokan อีกชื่อหนึ่งในหนังสือ ``Judo Essence'' คือKuzure Kesatame [ 1 ]อีกชื่อหนึ่งของทางแยกหกแยกชินโตคือทาซึกิกาตาเมะ [ 2 ]






รูปแบบพื้นฐานของKesagatsu




นักมวยปล้ำ (ด้านบน) มุ่งเป้าไปที่พินฟอลล์ในการแข่งขันมวยปล้ำ


ภาพรวม


แก้ไข


ขอเพิ่มเติมในส่วนนี้


ในบรรดาเทคนิคการควบคุมแบบเคซากาตะ เทคนิคที่ยึดศีรษะของคู่ต่อสู้ในขณะที่หันหน้าไปทางเหนือศีรษะของคู่ต่อสู้ นั้น จัดอยู่ในประเภทโคเกซากาตะและ เทคนิคที่ไม่รวมอยู่ใน ชิคางาตะจะจัดประเภทเป็นเคซากาตะ หนังสือ ``คู่มือระบุเทคนิคยูโด'' ระบุว่า Kesagatsu ไม่รวมถึงวิชาที่ไม่ถือแขนข้างเดียวและศีรษะของคู่ต่อสู้ ในทางกลับกัน เนื้อหาวิดีโอ ``การจำแนกประเภทและชื่อของโคโดกัน ยูโด กูวาซา'' ระบุว่ามีเคซากัทสึด้วย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการจับศีรษะของคู่ต่อสู้ [ 4 ]




เทคนิคพื้นฐานคือจับคอของคู่ต่อสู้ด้วยแขนข้างหนึ่ง และจับแขนของคู่ต่อสู้ด้วยแขนอีกข้างหนึ่งเป็นพื้นฐานของยูโดและยังเป็นเทคนิคที่คุ้นเคยในหมู่คำสั่งห้าม อีก ด้วยวางสะโพกไว้ใกล้กับข้างคู่ของคุณ เปิดลำตัวออก (เพื่อให้คุณพิงน้ำหนักของคุณไว้บนสะโพกเล็กน้อย) และสอดแขนของคุณลึกลงไปรอบข้างคู่ของคุณ (ด้านที่ใกล้กับร่างกายที่สุด) จากนั้นใช้แขนของคุณเองเพื่อ จับแขนอีกข้างไว้จากใต้คอของคู่ต่อสู้ จับคอของคู่ต่อสู้ แล้วคว้าคอด้านหน้าเพื่อยับยั้งการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้




ในหนังสือ ``ยูโด ชินเซ'' ที่เขียนโดยยูโดกะ เก็น จิ โอ กา ตะ มีชื่อเรียก ฮ งเคะซากัทสึและ โคเกะซางัตสึที่ขัดแย้งกับคำศัพท์ปกติ




เปลี่ยน


แก้ไข


ตาม Kodokanมี Kesagatsu เช่นกัน โดยที่คุณไม่ต้องจับศีรษะของคู่ต่อสู้ แต่ใช้มือขวาจับคอปกหน้าซ้ายของคู่ต่อสู้เพื่อควบคุมร่างกายส่วนบนของคู่ต่อสู้ จากนั้นจึงจับแขนขวาของคู่ต่อสู้ด้วยแขนซ้ายเพื่อ ยับยั้งพวกเขา [ 4 ]






สาธิตการเกี่ยวเบ็ด


ตะขอและยาม


แก้ไข


Kagike Sagata [ 5 ] เป็นการโจมตี ของKagake Sagata ที่ใช้เทคนิคที่เรียกว่า ``makura'' ซึ่งใช้แขนของคู่ต่อสู้ที่จับคอไว้เพื่อจับต้นขาของตัวเอง[ 6 ] ใน MMAมาคุระเกะสะกัทสึจะจับหัวของคู่ต่อสู้ด้วยแขนข้างเดียวได้ง่ายกว่ารูปแบบพื้นฐานของเคซากัทสึ และง่ายกว่าที่จะชกด้วยมืออีกข้างที่ว่าง มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าMakurakesagatame [ 7 ]มี ` `Makura Keso Gu'' ประเภทอื่นๆ เช่น ` `Ura Keso Gu' 'และ``Ura Keso Gu'' นี่เป็นเทคนิคที่แตกต่างจาก Makurakesa- gu ของKurekesa-gu




ตัวอย่างจากการแข่งขัน


2018 World Judo Championships Baku Women's 78kg Class Quarterfinals


× Madeleine Malonga ( ฝรั่งเศส ) (2:21 Ipponwawa Makikomi with all Techniques , Kesagatsu ) Ma Zhenzhao ( จีน )〇[ 8 ]


เขาหยิบวาซา-อาริพร้อมกับวา-มากิ-โคมิ จากนั้นจึงปราบปรามเขาด้วยมาคุระ เคะซะงะตะ




การล็อกศีรษะแบบกราวด์ใน การแข่งขัน มวยปล้ำ




กราวด์เฮดล็อคประเภทหนึ่งใน การแข่งขันมวยปล้ำ อาชีพ




มาซาฮิโกะ คิมูระทรมานเฮลิโอ กราซี่ด้วยการล็อคศีรษะแบบกราวด์ ซึ่งเป็นประเภท เคซากัทสึ


ล็อคหัวกราวด์


แก้ไข


การล็อคหัวกราวด์เป็นเทคนิคเคซากัทสึโดยการใช้มือทั้งสองข้างประสานกัน และศีรษะของคู่ต่อสู้จะยึดอยู่กับที่ด้วยแขนมักใช้ในการต่อสู้ . หากคุณวางฐานของนิ้วหัวแม่มือไว้บนหลังคอของคู่ต่อสู้แล้วบีบคอมัน มันจะกลายเป็นการกอดคอเป็นการรัดคอแบบเปลือยๆ




→สำหรับรายละเอียดโปรดดูที่ " การล็อคศีรษะ "


ตัวอย่างจากการแข่งขัน


World Masters 2019หญิง 63 กก. รอบ 3


〇Clarice Agbenieux (ฝรั่งเศส) (0:47 หนึ่ง) Amy Livesey (สหราชอาณาจักร) × [ 10 ]


มัตสึบะ เคซางัตสึ


แก้ไข




การสาธิตมัตสึบะ เคซาโกะ


มัตสึบะ เคซากามิ (มัตสึบะ เคซากามิ) คือเคซางัตสึที่มีตัวล็อคแขนไขว้รูปตัววี ซึ่งเป็นตัวล็อคแขน - เข่านอกจากนี้ยังมีมัตสึบะ เคซากัทสึ [ 11 ]




คุณสมบัติ


แก้ไข


มันจะง่ายกว่าที่จะลงท่านี้เมื่อคู่ต่อสู้ล้มลงจากเทคนิคการยืนมากกว่าจากท่าทางเต่า


Kesagatsu นั้นง่ายต่อการหลบหนีเนื่องจากการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ (แม้ว่าจะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบหนีหากบุคคลที่เชี่ยวชาญเทคนิคภาคพื้นดินมากที่สุดปฏิบัติ Kesagatsu ได้อย่างสมบูรณ์แบบ) ดังนั้นขึ้นอยู่กับทิศทางที่คู่ต่อสู้ถูกปราบปรามวิ่งหนีไป สามารถหลบหนีจากเคซากัทสึได้ด้วย การเคลื่อนไหว ของ คู่ต่อสู้ กล่าว ได้ว่าเป็นเทคนิคภาคพื้นดินที่มีประโยชน์ซึ่งสามารถแปลงร่างเป็น ได้


การจัดตำแหน่ง


แก้ไข


ตามเทคนิคการสื่อสารมันเข้ากันได้ดีกับโคชิกุรุมะ และ เมื่อคุณขว้างคู่ต่อสู้ด้วยโคชิกุรุมะ แล้วคุณไม่สามารถโจมตีได้ แม้แต่ครั้งเดียวคุณสามารถติดต่อกับเคซากัทสึและเข้าไปได้โดยตรง




นอกจากนี้ยังเป็นเทคนิคที่เชื่อมโยงและปราบปรามได้ง่ายจากเทคนิคการขว้างอื่น ๆ




นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนจาก Kesagatsu เป็น Gokesagatsu ได้อีกด้วย




มาซาฮิโกะ คิมูระซึ่งมีชื่อเล่นว่า ``โอนิ คิมูระ'' เก่งเรื่องเคซางัตสึจาก โอโตการิ




อีกวิธีหนึ่งคือการยืดแขนของคนที่คุณคว้าไว้ และใช้ขาของคุณเองเป็นจุดศูนย์กลางในการควบคุมข้อข้อศอก




เทคนิคแบบเกซากาตะ


แก้ไข


Kesagatsu, Kosegatsu, Gokesagatsu และสนับไหล่เรียกว่า ``เทคนิคประเภท Kesagatsu'' ในkoryu jujutsuเรียกว่า tasukigatame


คุซึเระ เกซาตาเมะเป็นหนึ่งในเทคนิคการควบคุมท่ากะตะของยูโดKodokanเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของสหพันธ์ยูโดนานาชาติ (IJF) IJF ย่อมาจากKKE มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Honke Sagatameในหนังสือ ``Judo Essence ' ' [ 1 ]






รูปพื้นฐานของโกษกัต


ภาพรวม


แก้ไข


ขอเพิ่มเติมในส่วนนี้


ในบรรดาเทคนิคการควบคุมแบบ เคะซากาตะเทคนิคที่หันหน้าเหนือศีรษะของคู่ต่อสู้แต่ไม่จับศีรษะของคู่ต่อสู้จะจัดประเภทเป็นเคซากาตะและ เทคนิคที่ไม่รวมอยู่ใน ชิคากาตะจะจัดประเภทเป็นฟุเคซากาตะ หนังสือ ``คู่มือสำหรับการตัดสินเทคนิคยูโด'' ระบุว่า Kesagatsu ไม่รวมถึงผู้ที่ไม่ถือแขนข้างเดียวและศีรษะของคู่ต่อสู้[ 2 ]ในทางกลับกัน ในเนื้อหาวิดีโอ ``การจำแนกและชื่อโคโดกัง ยูโด กัตัตสึ'' มีการกล่าวด้วยว่าเทคนิคการจับที่บุคคลหนึ่งจับคอเสื้อด้านหน้าของคู่ต่อสู้และควบคุมร่างกายส่วนบนโดยไม่จับศีรษะของคู่ต่อสู้เรียก อีกอย่างว่า เคะซัตสึ[ 3 ]​




รูปแบบพื้นฐานคือการใช้แขนข้างหนึ่งจับแขนข้างหนึ่งของคู่ต่อสู้ไว้ใต้รักแร้ และจับแขนอีกข้างของคู่ต่อสู้ด้วยแขนอีกข้างหนึ่ง การเรียนรู้เทคนิคง่ายกว่ารูปแบบพื้นฐานของ Kesagaและใช้บ่อยกว่าในการแข่งขัน วิธีเข้า ก็เหมือนกับ เกซากาตะต่างกันที่วิธีใช้ของนักตกปลา มันมีประสิทธิภาพมากกับคู่ต่อสู้ที่ใหญ่กว่าคุณเพราะคุณสามารถวางคู่ต่อสู้บนเสื่อทาทามิโดยไม่ต้องก้มศีรษะ ต่างจาก Kesagata ทั่วไปที่คุณจับศีรษะ คุณจะอยู่ในตำแหน่งที่รักแร้แนบกับคู่ต่อสู้ ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงน้อยกว่าที่หลังของคุณจะถูกยึด




แม้ว่าจะมีชื่อของการพังทลาย แต่ก็ยากที่จะทำให้เป็นรูปเป็นร่างได้ดีกว่า Kesagata ซึ่งกุมหัวไว้ และเมื่อพังแล้ว มันก็จะมีเสถียรภาพและมีความสัมพันธ์สูงสำหรับการทำงานร่วมกันต่อไป




ในหนังสือ ``ยูโด ชินเซ'' ที่เขียนโดยยูโดกะ เก็น จิ โอกาตะ ฮองเคะโซโกะและโคเซกาตะถูกเรียกว่าตรงกันข้ามกับคำศัพท์ปกติ หากมีเทคนิคการถือครองอย่างหนึ่งที่ผู้เริ่มต้นควรเรียนรู้ ก็คือเทคนิคนี้ และเขาเรียกมันว่า ``ฮงเคะซากัทสึ'' โดยระบุว่าเป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพใน การแข่งขันที่รุนแรง เพราะจะช่วยให้คุณสามารถปราบปรามคู่ต่อสู้ในขณะที่มองดูทั้งสองของเขา ดวงตา[ 1 ] .




รูปแบบต่างๆ


แก้ไข


มีหลายรูปแบบ รวมถึงรูปแบบที่ระบุไว้ด้านล่าง และหนังสือ ``Shingyo no Futou'' (ซันเคชะ ประพันธ์โดย Masahiko Kimuraและคณะ) มี ประเภทของแขน-ความเครียด-เข่า-ga -tou ซึ่งเป็นประเภทของ แขน -strain-knee-gatou ซึ่งเกี่ยวข้องกับการล็อค กุญแจ




นอกจาก นี้ ยังมีโคอุ ซะ กัตสึ ซึ่งคุณจับคู่ต่อสู้จากทาง ขวาใช้มือซ้ายจับคอหลังหรือคอซ้ายของคู่ต่อสู้ และวางมือขวาลงบนพื้น




คุณอาจจับแขนขวาของคู่ต่อสู้ไว้ระหว่างขาของคุณก็ได้ [ 5 ]




นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการฝ่าวงล้อมที่ใช้ Kasuga lockร่วมกัน




นอกจากนี้ยังมีฟุเคะสึงุที่คู่ต่อสู้ถูกกดลงจากทางขวา มือซ้ายใช้จับมือขวาของคู่ต่อสู้บนเสื่อทาทามิในลักษณะคล้ายสี่มือ และใช้แขนขวาจับศีรษะของคู่ ต่อสู้ 2 ]




ในหนังสือ ของเขายูโดกะคาวาอิชิ ชูโซโนสุเกะแนะนำเทคนิคการจับข้อมือของคู่ต่อสู้ด้วยรักแร้ทั้งสองข้าง และการจับไหล่ของคู่ต่อสู้ด้วยมือทั้ง สองข้าง




โครามาคุระ เคซางัตสึ


แก้ไข




โครามาคุระ เคซางัตสึ


Kuzuremakura Kesatameเป็นเทคนิคที่เรียกว่า ``makura'' ซึ่งใช้เทคนิคที่เรียกว่า ``makura ' ' [ 7 ] [ 8 ]จับต้นขาของคุณเองโดยใช้แขนที่สอดลอดใต้รักแร้ของอีกฝ่าย มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า` ` คา ชิระกาเมะ'' [ 9 ] , ``มาคุระเกะ ซากาตาเมะ '' [ 7 ]




อุราเกะกะทัตสึ


แก้ไข


อุราเกะซากาตะเป็นเทคนิคที่คู่ต่อสู้ถูกกดลงจากเหนือไหล่เมื่อควบคุมคู่ต่อสู้จากทางด้านขวา ให้จับคอหลังของคู่ต่อสู้ด้วยมือซ้ายแล้วจับไหล่และแขนของคู่ต่อสู้ไว้ด้านหลัง[ 5 ] [ 11 ] [ 12 ] เทคนิคที่เรียกว่า `` มาคุระ '' ซึ่งแขนของฝ่ายตรงข้ามลอดผ่านรักแร้และคว้าต้นขาของตัวเอง มักใช้ร่วมกับเทคนิค นี้ เกซาตาเมะ) [ 13 ]และถูกนำมาใช้ภายใต้ชื่อมาคุราเกสะในปีพ.ศ. 2502 หนังสือ ``ยูโด จูโกะ'' [ 14 ] . ในภาพยนตร์สารคดี ``แก่นแท้ของยูโด: มิฟูเนะ จูดัน'' มีการนำเสนอรูปแบบที่ไม่ใช้ ``มาคุระ'' ภายใต้ ชื่ออุราเกสะ




สายสะพายไหล่


แก้ไข




สายสะพายไหล่


คาตาเกะซากะทาเมะเป็นคัตสึเกะกะทาเมะประเภทหนึ่ง แทนที่จะจับศีรษะหรือรักแร้ของคู่ต่อสู้ในฝั่งตรงข้าม ให้จับแขนของคู่ต่อสู้ไว้ข้างคุณแล้ววางน้ำหนักของคุณไว้บนไหล่ของคู่ต่อสู้เพื่อควบคุม แม้ว่าจะ ไม่ ได้รับการ ยอมรับ ว่าเป็นเทคนิคการจับใน ชิจิไดยูโดแต่ถ้าคุณเปลี่ยนจากเทคนิคการจับอื่นไปยังตำแหน่งนี้ การกดค้างไว้จะดำเนินต่อไปในข้อตกลงชิจิไดยูโด เทคนิคนี้เรียกว่า ``รูปแบบที่มีแต่แขนเท่านั้นที่เกี่ยวข้อง (เอาคอของเกซากาทา เมะออก ) '' [ 16 ] หากคุณจับข้อมือของคู่ต่อสู้เหมือนแบรคิโอ แล้วใช้มืออีกข้างจับข้อมือของคุณเองและบีบข้อศอกของคู่ต่อสู้ มันจะส่งผลให้แบรคิโอผิดรูปในรอบที่สองของ ทัวร์นาเมนต์ UFC 2 Remko PadurเอาชนะOrlando Witt ด้วย การชกศอกเข้าที่ศีรษะจากตำแหน่งนี้




การแข็งตัวของฟูนาคุโบะ


แก้ไข


Funakubo Katame [ 18 ] [ 19 ] (Funakubo Gatame) เป็นเทคนิคการถือแบบพิเศษ ที่พัฒนาโดย judoka Haruka Funakubo ( ญี่ปุ่น ) เมื่อ เธอ อยู่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นท่าที่เป็นเอกลักษณ์ในการแข่งขัน มันถูกจัดประเภทเป็นโคซากิและคาตากิ[ 18 ] (สำหรับรายละเอียดโปรดดูที่Haruka Funakubo #สไตล์ยูโด ) ที่ แกรนด์สแลมเยคาเตรินเบิร์ก 2019ฟูนาคุโบเองก็เอาชนะเจสสิก้า คลิมเคต ( แคนาดา ) ได้โดยใช้ เทคนิคนี้




หมอนเคซากิ


แก้ไข


มาคุระเคะซางะตะคือคุรุเกะซางัตสึโดยวางแขนขวาไว้ด้านหลังศีรษะของอุเคะเหมือนหมอน และแขนซ้ายค้างไว้ ข้อต่อคอของ Uke อาจแข็ง ดังนั้นกดค้างไว้เพื่อป้องกันไม่ให้แข็ง[ 21 ]นี่เป็นเทคนิคที่แตกต่างจาก Kaguri Kesegatsu , Horamakura Kesegatsu และ Ura Kesegatsu ซึ่งบางครั้งเรียกว่า `` Makura Kesegatsu ''




การผสมพันธุ์ขนนก


แก้ไข


Hagagatameคือตำแหน่งที่ฝ่ายตรงข้ามวางอยู่บนหลังของเนลสันและฝ่ายตรงข้ามถูกรั้งไว้ข้างๆพวกเขา ข้อคอของคู่ต่อสู้ตีง่ายมาก ถือเป็นการละเมิดในยูโดหากข้อต่อคอรุนแรงเกินไป ดังนั้นควรตรวจสอบให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยง




ยุบตัวจากด้ามจับสามเหลี่ยมไหล่


แก้ไข


นอกจากนี้ยังมีเทคนิคที่คล้ายกับ Funakubo Gu ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ ``ด้ามจับสามเหลี่ยมไหล่'' (Katasankaku Grip) ขณะทรุดตัวลง ด้ามจับสามเหลี่ยมไหล่เกี่ยวข้องกับการคว้าแขนข้างหนึ่งและศีรษะของคู่ต่อสู้ด้วยแขนทั้งสองข้างจาก ตำแหน่ง ที่แข็งทื่อผลักคู่ต่อสู้ลงไปที่ด้านเท้าของคู่ต่อสู้ พลิกคู่ต่อสู้ให้หงาย และคว่ำหน้าคู่ต่อสู้ไว้โดยจับไหล่สามเหลี่ยมที่แขนของคู่ต่อสู้ คล้ายกับการล็อค ไหล่ ในยูโด หากนำที่จับสามเหลี่ยมไหล่ออกจากตำแหน่งยืนหรือปิด ที่จับจะกลายเป็น "คู่" เพื่อป้องกันอันตรายต่อข้อต่อคอ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงตำแหน่งนี้ในระหว่างกระบวนการคาโอรุ มัตสึโมโตะ (ญี่ปุ่น ) เป็นที่รู้กันว่าใช้บ่อย[ 24 ]ตัวอย่างเช่นที่กรังด์ปรีซ์ ดุสเซลดอร์ฟ 2016 เธอเริ่ม ปราบปรามเฮเลน รูสโบลต์ ( ฝรั่งเศส ) โดยการกลิ้งไป ด้าน ข้างจนสุดแขนด้าน นอก สามเหลี่ยม


ทาเทชิโฮกาตาเมะเป็นหนึ่งในเทคนิคการจับยึดในยูโดชื่ออย่างเป็นทางการของKodokanและสหพันธ์ยูโดนานาชาติ (IJF) IJF ย่อมาจาก TSG






รูปร่างพื้นฐานของสี่เหลี่ยมแนวตั้ง


ภาพรวม


แก้ไข


เทคนิคที่คร่อมร่างกายส่วนบนของคู่ต่อสู้และกดทับ




รูปแบบพื้นฐานคือการคร่อมลำตัวของคู่ต่อสู้โดยให้ขาทั้งสองข้างอยู่ในตำแหน่ง "ขี่ม้า" จากนั้นวางหน้าอกของคุณไว้ใกล้กับลำตัวของคู่ต่อสู้ และจับศีรษะของคู่ต่อสู้ด้วยแขนทั้งสองข้าง ควบคุมคอและไหล่ของคู่ต่อสู้ด้วยแขน และขาด้วยขาของคุณ เพื่อป้องกันสะพานและการเคลื่อนไหวที่พันกันที่ขา แม้ว่าคุณจะนั่งคร่อมคู่ต่อสู้ แต่ถ้าคุณหันไปทางขาของคู่ต่อสู้แล้วกดค้างไว้ มันจะเรียกว่าคาซึอาเกะ ชิโฮกาทัตสึ หากแขนของคู่ต่อสู้อยู่ใต้ขา จะไม่ถือเป็นเทคนิคการจับแม้แต่ในบราซิลเลี่ยนยิวยิตสูคุณจะไม่ได้รับคะแนนจากตำแหน่งขี่ม้าคุณสามารถได้รับข้อได้เปรียบ




ตัวอย่างจากการแข่งขัน


2018 World Judo Championships Bakuหญิง รุ่น 70 กก. รอบที่ 2


× Michaela Poleles ( ออสเตรีย ) (07:59 สี่เหลี่ยมจัตุรัสแนวตั้ง ) Megan Fletcher ( ไอร์แลนด์ ) ○ [ 1 ]


ผู้ตัดสินเรียกการเคลื่อนไหวเพื่อควบคุม แต่ที่ ``การสัมมนาและการฝึกสอน IJF ประจำปี 2019'' แขนของ Poreles อยู่ใต้ขาของเฟลตเชอร์ ดังนั้นการเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมจึงไม่ประสบผลสำเร็จ และถูกตัดสินว่าเป็นการตัดสินที่ผิด 3 ] .


เปลี่ยน


แก้ไข


ความแข็งในแนวตั้งและสี่ด้านสำหรับความแข็งของไหล่


แก้ไข


เทเตะ ชิโฮกาทาเมะ ( Tate Shihogatame) รวมกับตัวล็อคไหล่เป็นการล็อคสี่ทิศทางในแนวตั้งซึ่งคู่ต่อสู้จะถูกควบคุมขณะจับแขนข้างหนึ่งและศีรษะ คล้ายกับล็อคไหล่[ 4 ]ในงานวิดีโอ ``การจำแนกประเภทและชื่อโคโดกัน ยูโด กูวาซา'' ได้รับการอธิบายว่าเป็นเทะ-ชิโฮะ- กะประเภทหนึ่งวิดีโอของช่อง YouTube KODOKAN เกี่ยวกับของแข็งสี่เหลี่ยมแนวตั้งเกี่ยวข้องกับเฉพาะของแข็งสี่เหลี่ยมแนวตั้ง[ 6 ]ในศิลปะการต่อสู้แบบอื่นที่ไม่ใช่ยูโดมักถือ เป็นอาการไหล่ติด




พับแนวตั้งและแข็งเป็นสี่เหลี่ยม


แก้ไข


คุซุตตาเตะ ชิโฮกาทาเมะเป็น ทาเทชิโฮกาทาเมะที่ไม่จับศีรษะของคู่ต่อสู้ด้วยแขนทั้งสองข้าง แต่ใช้ไหล่หรือแขนข้างเดียว จับคู่ต่อสู้ให้อยู่ในท่าขัดสมาธิ[ 7 ]




นอกจากนี้ยังมีเทคนิค Futate Shihoga ซึ่งขาซ้ายก้าวระหว่างไหล่ขวาและศีรษะของคู่ต่อสู้ในขณะที่ควบคุมแขนซ้ายของคู่ต่อสู้มีการแนะนำ ใน วิดีโอ `` การจำแนกประเภทและชื่อ ยูโดโคโดกัง ยูโด กูวาซา '' รวมถึงภาพการแข่งขันของ คัตสึฮิโกะ คาชิวาซากิ [ 8 ] [ 9 ]




ตัวอย่างจากการแข่งขัน


Grand Slam Paris 2015หญิง 70 กก. รอบ 2


○ Haruka Tachimoto ( ญี่ปุ่น ) (02:24 Sankaku (AJJF) [ 10 ] ) Annette Bretenbash ( ฮังการี ) × [ 11 ]


สหพันธ์ยูโดแห่งประเทศญี่ปุ่น (AJJF) เรียกมันว่า `` ซังกาคุ กู'' แต่มันคือ ``ทาเตะ ชิโฮกุ'' ซึ่งเป็นชิโฮะในแนวตั้ง[ 11 ]


แขนแข็งทื่อเป็นสี่เหลี่ยมแนวตั้ง


แก้ไข


อาร์ม-กาตาเมะ-เท-ชิโฮะ (อาร์ม-กาตาเมะ-เท-ชิโฮะ) คือชิโฮะ-กาโตเมะแนวตั้งที่แตกหักขณะใช้แขน-สเตรน-อาร์ม- กาโท จากครึ่งภูเขาโดยมีขาข้างหนึ่งพันกัน เขาเริ่มใช้การบีบแขนและล็อคแขน และบางครั้งก็เคลื่อนไปสู่ความยับยั้งชั่งใจ นอกจากนี้ยังมีกรณีที่แขนหักและแขนแข็งทื่อ




ศิวะร็อค


แก้ไข


ชิบารอกเป็นเทคนิคคาบูทาเตะ ชิโฮโค โดยให้คู่ต่อสู้นอนหงายและแขนขวาเกร็ง ในขณะที่ฝั่งขวาของคู่ต่อสู้ถูกกดลง ขณะนั้นขาของคู่ต่อสู้สอดเข้าไปด้านหลังคู่ต่อสู้ อุปกรณ์ยึดเหนี่ยวนี้แบ่งออกเป็นความแข็งแกร่งในแนวตั้งและสี่เหลี่ยมว่ากันว่าได้รับการพัฒนาโดยนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยโคคุชิคัง[ 12 ] นอกจาก นี้ตั้งแต่ปี 2018 IJF จะไม่ยอมรับชิวาร็อค ที่ไม่คลุมแขนอีกต่อ ไป มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า4869 (ชิบาโรคุ)




ไดอะแฟรมสามเหลี่ยมรวมกับไดอะแฟรมแนวตั้งและสี่เหลี่ยม


แก้ไข


縦四方固の一種三角絞併用縦四方固。相手は前三角絞に対し、タップアウトをしている。


拡大


คลิป


ล็อค สี่ด้านแนวตั้งชนิดหนึ่งรวมกับชิโบริสามเหลี่ยม ฝ่ายตรงข้ามแตะโช้คสามเหลี่ยมด้านหน้า


เทเท-ชิโฮะ-กาตา เมะรวมกับไดอะแฟรมสามเหลี่ยม (ทาเท-ชิโฮ-กาตาเมะ) คือเทเท-ชิโฮ-กาตาเมะ ซึ่งถูกระงับขณะใช้ไดอะแฟรมสามเหลี่ยม ด้านหน้า [ 4 ]อย่าวางหน้าอกของคุณใกล้กับคู่ต่อสู้และวางมือบนเสื่อทาทามิเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตีกลับ คุณยังสามารถใช้โช้คสามเหลี่ยมด้านหน้าเหมือนเดิมได้ ถ้ามันพลิกกลับ ให้เล็งไปที่โช้คสามเหลี่ยมด้านหน้า ใน ยูโดผู้ยิ่งใหญ่ทั้งเจ็ดรูป แบบย้อนกลับ ของโช้คสามเหลี่ยมด้านหน้าจากด้านล่างไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคนิคการควบคุม ใน บราซิลเลี่ยนยิวยิตสูคุณจะไม่ได้รับคะแนนหรือข้อได้เปรียบใดๆ จากตำแหน่งขี่ม้าJudoka Kawaishi Sakezonosukeเรียก Tate-sankaku-gatame (tate-sankaku-gatame) ซึ่งเป็นการรวมกันของชิโบริรูปสามเหลี่ยมและTate-shiho-gatame โดย ที่ ขาไขว้กันในทิศทางตรงกันข้าม [ 15 ]




ล็อคสี่เหลี่ยมแนวตั้งจากขาสามเหลี่ยม


แก้ไข


การล็อกสี่ทิศทางในแนวตั้งจากสามเหลี่ยมขาเกี่ยวข้องกับการมาจากด้านหลังคู่ต่อสู้ที่อยู่ในท่าท้องอืด (นอนหงายโดยเหยียดลำตัวออก) ประสานขาทั้งสองข้างเข้ากับขาของคุณเอง จากนั้นจึงกลิ้งเขาไปหงาย และยกขาของตัวเองขึ้นเป็นเทคนิคในการกดค้างไว้โดยป้องกันไม่ให้ขาทั้งสองข้างทำงานเป็นที่รู้กันว่าชินจิ คิโดะและ มิไร ทาชิโระใช้บ่อย




คุณสมบัติ


แก้ไข


Tate-shiho-ga เรียกว่าตำแหน่งขี่ม้าในบราซิลเลี่ยนยิวยิตสูและศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานตำแหน่งติดเป็น ตำแหน่งสำหรับ พัฒนาเทคนิคการโจมตีเทคนิคการสำลักและเทคนิคข้อต่อ เพื่อเล็ง KO หรือ แตะออกดังนั้นจึงต่างจากเมื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อปราบปรามคู่ต่อสู้ต่อไป มักไม่สัมผัสหน้าอกถึงหน้าอกโปรดดู ตำแหน่งภาคพื้นดินสำหรับรายละเอียด


คาตะกาตะเมะเป็นเทคนิคการยับยั้งชั่งใจประเภทหนึ่งที่ใช้ในยูโดนอกจากนี้ยังเป็นโช้คแบบแขนสามเหลี่ยมอีกด้วยชื่ออย่างเป็นทางการของKodokanและสหพันธ์ยูโดนานาชาติ (IJF ) คือ Takagata IJF ย่อมาจาก KAG






การเสริมความแข็งแกร่งของไหล่ในMMAมือสมัครเล่น




การเสริมความแข็งแกร่งของไหล่เป็นเทคนิคหลัก


ภาพรวม


แก้ไข


รูปแบบพื้นฐานคือการนอนหงายและยกคอของคู่ต่อสู้ขึ้น หรือเหยียดแขนข้างหนึ่งไว้ใต้รักแร้แล้วจับด้วยแขนของคุณเองในลักษณะคล้ายสายสะพาย แล้ววางฝ่ามือทั้งสองไว้ด้วยกัน ไหล่ของคุณบนพื้นคุณสามารถระงับการโจมตีได้ มีชื่อเรียก อีกอย่างว่า ฮงคะตะกะตะเมะ [ 1 ]




นอกจากนี้ โดยการใช้แรงกดดันจากสถานะนี้มันจะกลายเป็นเทคนิคการสำลัก ซึ่งมักเรียกว่าเกมไหล่ที่ Kodokan ดังนั้น จึงไม่เหมือนกับเทคนิคการจับอื่นๆ บางครั้งจึงถูกใช้เป็นชื่อของเทคนิคยูโด แม้ว่าอูเกะจะอยู่ในท่าฮาล์ฟการ์ดก็ตาม




แทนที่จะเน้นที่ข้อไหล่ นี่เป็นเทคนิคการสำลัก โดยแขนของผู้โจมตีบีบหลอดเลือดแดงคาโรติดที่ด้านหนึ่งพร้อมกัน และไหล่ของผู้รับซึ่งกดทับเขา จะบีบหลอดเลือดแดงคาโรติดที่อีกด้านหนึ่ง โครงสร้างพื้นฐาน เกือบจะเหมือนกับ โช้คสามเหลี่ยมและเป็นเทคนิคโช้คคล้ายกับโช้คสามเหลี่ยมที่ใช้แขนเทียบกับโช้คสามเหลี่ยมที่ใช้ขา




โดยที่คู่ต่อสู้นอนราบ ให้ เข้าท่าด้านข้าง จากด้านบน จับแขนข้างหนึ่งและศีรษะของคู่ต่อสู้ แล้วจับแขนของคู่ต่อสู้เพื่อปราบปราม ศีรษะตีคู่ต่อสู้เพื่อป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้ลุกขึ้นและหลุดออกไป แต่ บางคนใช้เพียงกำลังของแขนทั้งสองข้างในการบีบ หลอดเลือดแดงคาโรติดแต่เทคนิคดั้งเดิมคือการใช้แขนเป็นแรงบีบคอคู่ต่อสู้หากกดลงจากตำแหน่งติดตั้งจะเป็น ล็อค สี่ทิศทางแนวตั้งพร้อมล็อคไหล่และล็อคสี่ทิศทางแนวตั้งในยูโด เทคนิคนี้จัดอยู่ในประเภท ทาเท-ชิโฮะ-กาตาเมะ แต่ในศิลปะการต่อสู้อื่นๆ มักใช้เป็นการกระชับไหล่




แม้ว่าจะเป็นเทคนิคยูโดทั่วไปเช่นท่าสามเหลี่ยมแต่ก็ใช้บ่อยในบราซิลเลี่ยนยิวยิตสูเนื่องจากเป็นโช๊คแบบแขนสามเหลี่ยม ทั้งสหพันธ์บราซิลเลี่ยนยิวยิตสูและสหพันธ์ยิวยิตสูนานาชาติจึงห้ามไม่ให้ผู้เล่นที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี




ในMMA นักเรียนของ Carusson Murillo Bustamanti , Mario Spahy , Antonio Rodrigo NogueiraและVito Shaolin Jibeiroได้สาธิตเทคนิคนี้ว่าเป็นเทคนิคระดับปรมาจารย์




เปลี่ยน


แก้ไข


ไหล่แข็ง


แก้ไข


คุซุเระกะตะ-กาตะเมะทำโดยทำให้ขาทั้งสองข้างมีลักษณะ คล้ายเค ซางัตสึหรือโดยการประสานมือทั้งสองข้างเพื่อคว้าข้อมือของตนเอง หรือหากสวมเสื้อผ้าแล้ว โดยการคว้าคอเสื้อของตนเองแล้วจับอูเคะด้วยแขนเพียงข้างเดียว จับศีรษะและแขนข้างหนึ่ง [ 2 ]




อาการตึงไหล่ชิโบริ


แก้ไข


ชิเมคา ตะ กาตะเมะคือท่าจับไหล่รูปที่ 4 โดยมีแขนทั้งสองข้างไขว้กัน ขึ้นไปทางด้านขวาของ Uke จับศีรษะและแขนขวาของ Uke ด้วยแขนขวา แล้วจับด้านหลังของศอกซ้ายของ Uke เพื่อรั้งเขาไว้ พลังแห่งโชเมะแข็งแกร่งกว่าฮงกะดากาตะ [ 1 ]


Ushiro Kesatame เป็นหนึ่งในเทคนิคการจับตัวในยูโดชื่ออย่างเป็นทางการของKodokanและสหพันธ์ยูโดนานาชาติ (IJF) IJF ย่อมาจากUKGประเภทเก่าที่ Kodokan คือ Kuzureke Sagatame มีชื่อเรียกอีกอย่าง ว่าGyakukesatame [ 1 ]






รูปแบบพื้นฐานของGokegata คือการใช้รักแร้จับแขนคู่ต่อสู้จากด้านหลังในโอลิมปิกเยาวชนบัวโนสไอเรส 2018


ภาพรวม


แก้ไข


รูปแบบพื้นฐานคือการหันหลังให้คู่ต่อสู้ จับแขนขวา (แขนซ้าย) ของคู่ต่อสู้ไว้ที่รักแร้ขวา (รักแร้ซ้าย) พันให้แน่นรอบลำตัว ใช้มือซ้าย (มือขวา) คาดเข็มขัดของคู่ต่อสู้ และวางไว้ใต้รักแร้ซ้าย (แขนขวา) จับลำตัวของคู่ต่อสู้ด้วยรักแร้แล้วกดค้างไว้ มีหลายวิธีที่จะจับแขนอีกฝ่ายไว้ที่รักแร้ เช่น จากด้านหน้า จากด้านหลัง และไม่จับแขนของอีกฝ่ายไว้หน้าท้อง




มันเหมือนกับว่าร่างกายของคุณกลับหัวกลับหางกล่าวอีกนัยหนึ่ง คู่ต่อสู้ จะถูกควบคุม จากด้าน ศีรษะ (ด้านบน) โดยใช้ เทคนิคแบบเคซากะเช่นอุเอะ ชิโฮะ-กะและโคซาเกะ ชิโฮะ-กะ




นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับ Kesaga ทั่วไปที่คุณจับคู่ต่อสู้โดยให้อีกฝ่ายมองเห็นใบหน้าของคุณได้ ใน Gokesaga คุณจะปราบปรามคู่ต่อสู้โดยแสดงหลังให้พวกเขาเห็น ผู้ถูกรั้งจะมีมือข้างหนึ่ง คอ และขาทั้งสองข้างเป็นอิสระ จึงเป็นเทคนิคที่ต้องใช้ทักษะในการรั้งคู่ต่อสู้




เมื่อจับแขนของคู่ต่อสู้จากด้านหลัง สิ่งสำคัญคือต้องพันแขนของคู่ต่อสู้ให้แน่นเพื่อให้ร่างกายของคุณสัมผัสกันโดยสมบูรณ์ เพื่อที่คุณจะได้สามารถรับน้ำหนักของคู่ต่อสู้ได้เพียงพอ อีกวิธีในการทำเช่นนี้คือวางเอวไว้ที่รักแร้ขวา (รักแร้ซ้าย) ของคู่ต่อสู้ที่นอนหงาย และวางศอกซ้าย (ศอกขวา) บนพื้นเหนือช่องไหล่ซ้ายของคู่ต่อสู้ (เปิดไหล่ขวา) ) โดยมีแขนขวาของคู่ต่อสู้ (แขนซ้าย) อยู่ด้านหลังคุณ ) และปราบปรามมัน หากคุณสวมเสื้อผ้าให้ใช้มือซ้าย (มือขวา) จับเสื้อกั๊กของคู่ต่อสู้แล้วซ่อม หรือใช้มือขวา (มือซ้าย) จับเข่าซ้ายของคู่ต่อสู้ (เข่าขวา) แล้วดึงขึ้นเพื่อป้องกันกุ้งและสะพาน .




เปลี่ยน


แก้ไข


มีเทคนิคหลายรูปแบบ รวมทั้งที่ระบุไว้ด้านล่าง และหนังสือ ``Nengae no Futong'' อธิบายถึง การล็อคเข่าหลัง(กรรไกรแขนสั้น) ขณะถือกุญแจล็อค (กรรไกรแขน สั้น)




เทกัตสึ โก เคซากาตะ


แก้ไข


เมื่อ จับคู่ ต่อสู้จากด้านซ้าย ให้จับแขนซ้ายของคู่ต่อสู้โดยงอระหว่างศอกขวาและรักแร้ ขวา จับแขนขวาของคู่ต่อสู้ด้วยมือซ้าย และจับ แขนขวาของคู่ต่อสู้ด้วยแขนทั้งสองข้างเหมือนล็อค และ กดมันลงขณะใช้เครื่องแบ่งลูกหนูพร้อมสายรัดแขน จากนั้นเขาก็ถูกล็อคไว้ [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ]คุณยังสามารถจับต้นขาขวาด้วยมือขวาได้ อย่ารั้งลำตัวของคู่ต่อสู้ไว้ เรียกอีกอย่างว่า กุญแจล็อคในSeven University Judo [ 6 ]




มัตสึบะ เคซางัตสึ


แก้ไข


มัตสึบะ เกะซากาตาเมะ (มัตสึบะ เคะซางาตะเมะ) [ 7 ]เป็นเกซาดะแบ็คที่สวมปลอกแขนและเข่า รูปแบบสุดท้ายของ เทคนิคข้อต่อKoreika . นอกจากนี้ยัง มี มัตสึบะ เคซากัทสึ [ 7 ]




การสื่อสารที่เห็นในการต่อสู้จริง


แก้ไข


เมื่อคุณนอนคว่ำหน้าหรืออยู่ในท่าเต่า และคู่ต่อสู้โจมตีคุณโดยยื่นมือเข้าไปในรักแร้ ให้จับแขนที่สอดจากด้านหลังลึกเข้าไปในรักแร้ของคุณ พันคู่ต่อสู้ไปรอบ ๆ แล้วหมุนตัวเพื่อให้คุณอยู่ วางไว้บนหลังของคุณอย่างมั่นคง มีหลายกรณี ในกรณีนี้ แขนที่สอดจากด้านหลังจะถูกวางไว้ระหว่างรักแร้เพื่อควบคุมและระงับการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้




อีกทางหนึ่ง เป็นเรื่องปกติที่จะติดต่อจากเคซางัตสึหลักแล้วจึงย้ายไปที่โพสต์เคซางัตสึ




เมื่อเทคนิคการขว้างโดยจับแขนคู่ต่อสู้ไว้ที่รักแร้ เช่นวาวะโคมิ โซ โตโมโคมิหรือโอโตโตะมักโคมิ ไม่เพียงพอ ก็มักจะเห็นว่าแขนของคู่ต่อสู้จับที่รักแร้และผู้ขว้างถูกควบคุมในท่าถอยหลัง .




กรณีนี้มักเกิดขึ้นเมื่อมีการทิ้งศอกไปที่ไหล่ของคู่ต่อสู้ในการป้องกันครึ่งหนึ่ง จากนั้นจึงคว้าขาของคู่ต่อสู้และเอามือออก




มักจะเป็นไปได้ที่จะเชื่อมต่อ Gogesagatsu กับ Yoko Shihogatsu ซึ่งมีความเสถียรมากกว่า




ใน บราซิลเลี่ยนยิวยิตสูและศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานมีหลายกรณีที่นักสู้นั่งคร่อมคู่ต่อสู้ของเขาจากโกเกซากัทสึและเล็งไปที่ตำแหน่งสัตว์พาหนะ


อุกิกาทาเมะเป็นเทคนิคการควบคุมพื้น ดิน และคัตสึวาซาที่ใช้ในยูโดบราซิลเลียนยิวยิตสูศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ฯลฯ ชื่ออย่างเป็นทางการของKodokanและสหพันธ์ยูโดนานาชาติ (IJF) IJF ตัวย่อ UGT




รูปแบบต่างๆ


แก้ไข


เอกกี้จัดหนัก


แก้ไข


เอคกี-กาตาเมะ (Ecky-Gatame) เป็นรูปแบบพื้นฐานของ ยูกิ-กาตาเมะ [ 1 ]กล่าวกันว่าประดิษฐ์ขึ้นโดยนีล เอคเคอร์สลีย์แห่งบริเตนใหญ่ ผู้ชนะเลิศเหรียญทองแดงในประเภทยูโด 60 กก. ในโอลิมปิกลอสแอนเจลิส




ในแง่ของเทคนิคที่ถูกต้อง โทริวางตัวบนด้านขวาของ Uke และจับแขนขวาของ Uke ไว้ระหว่างแขนซ้ายและหน้าอก ยืดขาซ้ายและคร่อมคอของ Uke โดยให้ศีรษะหันไปทางลำตัวส่วนล่างของ Uke และในขณะที่รักษาแขนขวาของ Uke ไว้ระหว่างคุณ ให้คลุมลำตัวของ Uke ด้วยร่างกายส่วนบน จากนั้นเขาก็ขยับแขนขวาไปรอบๆ เพื่อจับลำตัวส่วนล่างของ Uke ในเวลานี้จับบั้นท้ายของคู่ต่อสู้แล้วคว้าเข็มขัด ล็อคแขนซ้ายของคู่ต่อสู้ด้วยขาขวาของคุณแล้วเริ่มปราบปราม ในยูโดมันเป็นรูปแบบหนึ่งของการโจมตีสองครั้ง (Ote rook tori) โดยมีsutsu jugigo เป็นตัวเลือก เรียกอีกอย่างว่า ภาษาอังกฤษ Hold - Down [ 1 ] มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า S-mountในบราซิลเลี่ยนยิวยิตสู




นีออนเบอร์รี่


แก้ไข




การสาธิตท้องนีออน


ขอเพิ่มเติมในส่วนนี้


Neon Bellyเป็นรูปแบบหนึ่งของ ukigatari ที่มีอยู่ในโลกยูโดประมาณสงครามโลกครั้งที่สอง[ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ]เพื่ออธิบายเทคนิคที่ถูกต้อง ให้โน้มตัวลงขณะยืนอยู่ทางด้านขวาของ Uke ใช้มือขวาจับแขนเสื้อซ้ายบนของ Uke ด้วยมือซ้าย จับแขนเสื้อขวาของ Uke ด้วยมือซ้าย วางเท้าขวาตรงกับรักแร้ขวาของ Uke และวางมือทั้งสองข้าง และขาขวา ใช้สิ่งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิด uke




ในหนังสือหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่เขียนโดยยูโดกะ คาวาอิชิ ชูโซโนสุเกะ อูเกะจับคอเสื้อด้านซ้ายของอูเกะด้วยมือขวา จับแขนเสื้อขวาบนของอูเกะด้วยมือซ้าย วางเข่าขวาบนหน้าอกและด้านขวาของอูเกะ และวางเข่าขวาของเขา บนหน้าอกและด้านขวา ของ Uke แม้แต่ ใน บราซิลเลียนยิวยิตสู ก็สามารถได้รับ คะแนนจากหัวเข่า ใน ศึกการขาย โรงเรียนมัธยมปลายแห่ง แรก กับ โรงเรียนมัธยมปลายโตเกียวใน ปี พ.ศ. 2448 (เมจิ 38) โคจิ เซกิ (โรงเรียนมัธยมปลายโตเกียว) พยายามต่อต้านฮิซากิโยะ โออุระ (โรงเรียนมัธยมปลายแห่งแรก) แต่การ ตัดสินใจไม่ ประสบ ผลสำเร็จ




คะแนนจะได้รับในBrazilian Jiu-Jitsuในการอธิบายเทคนิคที่ถูกต้อง ให้ใช้เข่าขวาหรือหน้าแข้งขวาจับหน้าท้อง สีข้าง หรือหน้าอกของคู่ต่อสู้ วางเท้าซ้ายบนพื้น และอย่าให้เข่าซ้ายแตะพื้น หากคุณกดค้างไว้ 3 วินาที คุณจะได้รับ 2 คะแนน ในรูปแบบพื้นฐาน มือทั้งสองข้างจะสวมด้วยปกเสื้อและแขนเสื้อข้างเดียว ว่ากันว่าเป็นการดีที่จะกดดันบริเวณท้อง เรียกอีกอย่างว่าเข่าบนท้อง , เข่าในท้อง , เข่าบนท้อง , เข่า-กาตาเมะ (knee-gatame) [ 8 ] . เป็นเทคนิคที่แตกต่างจาก การตรึงเข่าของ IJF


Uragameเป็นเทคนิคยูโดที่ได้รับการยอมรับจากสหพันธ์ยูโดนานาชาติ ( IJF ) แม้ว่า ชาวโคโดกันจะไม่ยอมรับว่าเทคนิคนี้เป็นเทคนิคในการยับยั้ง[ 1 ] ก็ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2560 [ 2 ] [ 3 ]ชื่ออย่างเป็นทางการที่ Kodokan และ IJF IJF ย่อมาจาก URG




ภาพรวม


แก้ไข


รูปแบบพื้นฐานคือการอุ้มแขนของ Uke อย่างรวดเร็วในขณะที่เขานอนคว่ำหน้าด้วยแขนขวา และคว้าชุดชั้นในของ Uke ด้วยแขนซ้าย จากนั้นเขาก็วางศีรษะไว้ใต้ท้องของอูเกะ และใช้หลักการงัด เพื่อพลิกอูเกะ จากนั้น จากท่าหงายโดยไม่ปล่อยมือ เขาก็จับส่วนหลังของศีรษะของโทริไปที่หน้าท้องของอูเกะ และเริ่มจับเขาลง ในเวลานี้ หากคุณวางด้านหลังศีรษะลึกลงบนหน้าท้องของ Uke มันก็มีแนวโน้มที่จะถูกเหวี่ยงกลับไป ดังนั้นให้ปรับตำแหน่งของคุณเพื่อให้ขยับเท้าของ Tori และกดเขาไว้ได้ง่ายขึ้นเทคนิคที่มีลักษณะคล้ายโทริ-โน-มิกลับหัวและวางไว้ด้าน หลัง แม้ว่าจะมีรูปร่างคล้ายกับ โกเคะซะงัตสึแต่ก็แตกต่างจากโกเคะซะงัตสึตรงที่ด้านหลังของโทริหันไปทางอูเกะจนสุด นอกจากนี้ การเปลี่ยนจากเทคนิคนี้เป็นโกเกะซะงัตสึ และไหล่ เคซะงัตสึเป็นแขนคุซัตสึ-กัทสึก็มักจะพบเห็นเช่นกัน[ 1 ] [ 2 ]




กฎของโคโดกังสำหรับโยคุโกะ-วาซะ ถือว่าสภาพที่โทริและอุเกะเผชิญหน้ากันเป็นเงื่อนไขสำหรับโยคุโกะ-วาซะ ดังนั้นเทคนิคนี้ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นโยคุโกะ-วาซะ แต่จำเป็นต้องตอบสนองต่อเทคนิคที่หลากหลาย จากการทบทวนชื่อเทคนิคที่ฝ่ายวิจัยเทคนิค Kodokan เทคนิคดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในปี 2560 ในทางกลับกัน ใน IJF ได้ถูกรวมไว้ในชื่อเทคนิค IJF "เทคนิคการยับยั้ง" ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนกันยายน พ.ศ. 2538 อย่างไรก็ตามมันถูกละเว้นในปี 1998 [ 1 ] ต่อมาในการแก้ไขกฎปี 2013 เทคนิค นี้ ได้รับการยอมรับอีกครั้งว่าเป็นเทคนิคการควบคุม[ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ] [ 6 ]




ตามข้อกำหนดการจัดการของ Seven Great Judosและกฎการตัดสินยูโด Kodokan Judging ณ เวลาที่ถูกเพิ่มเข้าไปในชื่อเทคนิค IJF ในเดือนกันยายน 1995 จะไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นตำแหน่งถือ แต่ถ้าคุณเปลี่ยนจากตำแหน่งถืออื่นเป็นตำแหน่งนี้ตำแหน่งค้างไว้ต่อไป 7 ] [ 8 ] หลังจากปี 1998 เมื่อตำแหน่ง ดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎของผู้ตัดสินของ IJF หากคุณเปลี่ยนจากเทคนิคการถือครองแบบอื่นมาเป็นตำแหน่งนี้ ตำแหน่งการถือครองจะ ``ละลาย' '




ในบทความในนิตยสาร Kodokan ``Judo'' ที่เกี่ยวข้องกับการ เพิ่มชื่อเทคนิค IJF ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2538 ภาพของเทคนิคนี้ได้รับการอธิบายว่าเป็น ``รูปแบบหนึ่งของ `` Urago ' ' ในโลกของยูโด มีเทคนิคการจับที่คิวโซ มิฟูเนะเรียกว่า `` อุราโกะ ' ' [ 9 ]




ตัวอย่างจากการแข่งขัน


World Masters 2017 เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กชาย รุ่น 100 กก. รอบที่ 1


○ Varlaam Riparteriani ( จอร์เจีย ) (2:10 ด้านหลังแข็ง ) Andy Granda ( คิวบา ) × [ 10 ]


คาโตะ กาเอชิติดต่ออุราโกะแล้ว


แกรนด์สแลมปารีส 2018ชาย 66 กก. รอบก่อนรองชนะเลิศ


○ คีเลียน เลโบรช ( ฝรั่งเศส ) (4:00 น. แบ็คทึบ ) อู๋ ซีเฉียง ( จีน ) × [ 11 ]


เนื่องจากเขาสามารถต้านทานการกลับมาของคาโตะได้ เขาจึงกลิ้งตัวไปข้างหน้า ทำให้คู่ต่อสู้ล้มไปครึ่งทางและติดต่อกับอูรัคัตสึ


เปลี่ยน


แก้ไข


นอกจากนี้ยังมี Ura -gatu ซึ่งดูเหมือน Tori-no-mi จะถูกคว่ำและวางไว้ที่ด้านหลัง เขาควบคุมแขนของ Uke และจับเขาไว้โดยใช้หลัง




ตัวอย่างจากการแข่งขัน


2019 World Judo Championshipsหญิง 78กก.+ รอบก่อนรองชนะเลิศ


○ Idalis Ortiz ( คิวบา ) (3:47 ด้านหลัง ) Beatriz Souza ( บราซิล ) × [ 12 ]


อุราโกะ คิวโซ มิฟุเนะ


แก้ไข


ขอเพิ่มเติมในส่วนนี้


Judoka Kyuzo Mifuneกล่าวถึงเทคนิคต่อไปนี้ว่า Urago ในหนังสือ ``Do และ Jutsu Judo Kyoten' ของเขาใน ปี 1954




โทริเกี่ยวแขนขวาของอูเกะจากด้านขวาด้วยขาขวาของตัวเอง นอกจากนี้ เขายังวางแขนซ้ายไว้ใต้รักแร้ซ้ายของ Uke และจับเขาไว้ในขณะที่เขาล้มลงบนหลังของเขา ทำให้ Uke อยู่ในท่าหงาย ในเวลานี้ ขาของโทริถูกมัดไว้รอบแขนขวาของอูเกะ จากนั้นโทริจะหมุนด้วยตัวเอง พลิกอูเกะให้อยู่ในตำแหน่งคล้ายกุ้ง และควบคุมอูเกะด้วยการนอนคว่ำหน้า




มันเป็นรูปแบบหนึ่งของเทคนิค การล้มมวยปล้ำอาชีพแบบกรรไกร[ 13 ] [ 1 ] [ 14 ]




เทคนิคนี้ถูกนำมาใช้ในส่วน ``Urago'' ของหนังสือ ``สารานุกรมยูโด'' พร้อมแผนภาพกระบวนการ แต่ไม่มีการกล่าว ถึงว่าเป็นเทคนิคการจับตัวในการแข่งขันยูโดหรือไม่ในปี 1999 เมื่อมีการตีพิมพ์ ``สารานุกรมยูโด'' ไม่ใช่ว่าอุราโกะทั้งหมดจะได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคนิคในการยับยั้งชั่งใจ




รูปร่างพื้นฐานจะคล้ายกับอันนี้ โดยวางอูเกะไว้เหนือโทริตรงกลางอุราโกะ


อุราโกะในผลงานของคาวาอิชิ ชูโซโนะสุเกะ


ในงานของ ยูโดกะ คาวาอิชิ ซาเกะโซซึเกะ นั้นอุราโกะ เป็นเทคนิคการจับที่ดำเนินการจากตำแหน่งด้านบนแบบเต็มตัว ในขณะ ที่จับคอด้านหลังของ Uke หรือแถบแนวนอนด้วยมือทั้งสองข้าง เขาจับเข่าของ Uke ด้วยข้อศอกทั้งสองข้างในยูโด สิ่งนี้ไม่ถือเป็นเทคนิคการควบคุมในนิโกร สิ่งนี้ถือเป็นเทคนิคการยับยั้งชั่งใจ เป็นเทคนิคที่แตกต่างจากUragoของKodokanและIJF


เทคนิคการจับยึด


แก้ไข


ปราบปรามอิทาจิ


ถือเข็มขัดหลังของคู่ต่อสู้ไว้เหนือไหล่ของคู่ต่อสู้ใช้ในโยโกโช-กัตสึ , แนวตั้ง-ชิโฮ-กุท , โคเคชะ-กุท ฯลฯ


ปลอกแขน


พันชายเสื้อแจ็คเก็ตหรือโอบิไว้รอบแขนของอีกฝ่ายเพื่อยึดให้แน่น อนุญาตให้มีระดับเสียงสูงสุดครึ่งหนึ่งใช้ในโกเกสะ-กาตาริโคราเงะ ชิโฮกัต ฯลฯ


หมอน


จับศีรษะของคู่ต่อสู้ด้วยแขนขวาและจับต้นขาขวาด้วยมือขวา เนื่องจากคุณสามารถจับคู่ต่อสู้ด้วยแขนข้างเดียวได้ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะชกหัวคู่ต่อสู้ด้วยมือซ้ายที่ว่างในศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานใช้ในเคซางัตสึและโคราชากุตะ


เทปโป กาเอชิ


ผู้ถูกรั้งไว้จะคว้าเข็มขัดหลังของคู่ต่อสู้แล้วส่งคืน


หินคาซูกะ


ประสานมือเข้าด้วยกันแล้วใช้แขนทั้งสองข้างจับศีรษะและขาข้างหนึ่งของคู่ต่อสู้ในท่ามวยปล้ำใช้ในโยโคชิโฮะ-กาตาริโคเคสะ-กาตู ฯลฯ