มังกรจากมิติที่เหนือกว่า
"การย้อนเวลา การเดินทางข้ามไปอนาคต ไม่สามารถเป็นไปได้ การย้อนเวลา การเดินทางข้ามไปในอนาคต ที่เป็นไปไม่ได้นั้น ความจริงแล้ว เป็นไปได้ แต่ต้องทำในมิติอื่นเท่านั้น อะไรก็ตามที่ไม่สามารถได้ในวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน อะไรก็ตามที่มีอยู่ในสมมติฐานแต่ไม่มีอยู่จริงในความเป็นจริง เพราะมันมีอยู่จริงในมิติอื่น อธิบายได้ในมิติอื่น และหากมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในมิติอื่น ๆ นั้น ห้ามให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเข้ามาในมิติของเราเด็ดขาด สิ่งมีชีวิตต่างมิติตัวเดียวก็สามารถทำลายระบบสุริยะทั้งระบบได้"
ทฤษฎีบูลต้อน–ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
นี่คือทฤษฎีที่เสนอโดยนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ แต่ตัวเขาได้ตายไปเมื่อ1ปีที่แล้ว(ค.ศ.2023)
เขาตั้งชื่อทฤษฎีของเขาว่า "ทฤษฎีบูลต้อน" ซึ่งตั้งตามชื่อสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งในเรื่องอุลตร้าแมน
เขามักเน้นย้ำหลายครั้ง ว่าจะมีสัตว์ประหลาดจากมิติที่เหนือกว่า "ดูด" ดวงดาว ดูดที่ว่าก็คือดูดทุกอย่างของดาวทั้งดาวฤกษ์และดาวเคราะห์
หลังจากทฤษฎีบูลต้อนถูกพัฒนาโดยสมบูรณ์ หลังจากนั้น สิบห้าวัน ตัวปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ได้บอกกับชุมชนนักวิทยาศาสตร์ว่า "สิ่งมีชีวิตจากมิติที่เหนือกว่าจะดูดทุกอย่างจากโลกไป" แล้วก็ได้เสนอสมการที่เอาไว้จัดการไม่ให้โลกนี้ถูกสิ่งมีชีวิตจากมิติที่เหนือกว่าดูดไป
แต่ไม่มีใครสน จนกระทั่งเขาตาย
หลังจากนั้นครึ่งปี ก็มีคนสองสามคนตื่นตระหนกบอกกับทุกคน โลกจะถูกสิ่งมีชีวิตจากมิติที่เหนือกว่าดูดทุกอย่างไปจนโลกนี้โดนทำลาย
จนกระทั่งปีนี้
อยู่ๆก็มีมังกรที่ร่างกายเหมือนทำมาจากพลาสติกที่โปร่งใสปรากฏจากอวกาศทะลุท้องฟ้ามาที่โลกโดยที่ร่างของมันยาว ยาวซะจนเห็นแต่หัวที่โคตรจะยาวของมันเท่านั้น แต่ไม่เห็นส่วนลำตัวและหาง
หากเห็นส่วนลำตัวและหางมันอาจจะยาวยิ่งกว่านี้อีก
เครื่องบินรบทำการยิงจรวดใส่ แต่จรวดทะลุตัวมันไปทุกลูก ประหนึ่งมันเป็นอากาศธาตุ
จากนั้นมันก็อ้าปากแล้วจุ่มตัวเองลงไปในน้ำ
มหาสมุทรน้ำแห้ง ทะเลน้ำแห้ง ทะเลสาบน้ำแห้ง แม่น้ำน้ำแห้ง ภูเขาไฟทุกลูกบนโลกปะทุพร้อมกัน ทั่วชั้นบรรยากาศโลกปกคลุมไปด้วยควันสีดำและแสงสีแดง
จากนั้นดาวโลกก็ระเบิด