วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2567

 หมู่บ้าน หลังคาหญ้า แผ่นกระเบื้อง ขื่อ คาน ฝาผนัง รั้ว โครงสร้างเหล็ก ของบ้านทุกหลัง หลุดออกจากกันและปลิวเหมือนใบไม้ที่โดนพายุพัดในวันที่ฝนจากพายุฤดูร้อนตก หมู่บ้านถูกทำลายสิ้น

|

|

ควันพวยพุ่งเหมือนตอนที่เผาหญ้า  ควันคลุมทั่ว คลุ้งไปหมดจนมืด ควันทำให้มืดประหนึ่งกลางคืน จากนั้นก็เกิดการระเบิดไปถึงฟ้า




แถวสิ่งก่อสร้างคอนกรีต บ้านหลังคาสังกะสีที่เนียวกันเป็นแถว ๆ ตึกที่เป็นแถวที่อยู่ติดกันเป็นพรืด ป้ายที่ติดบนสะพานปูน ป้ายที่ตั้งเรียงรายทุกข้างถนนลาดยาง ตึกกระจกโคตรสูงลิบลิ่วประหนึ่งจะปีนเมฆ ตึกห้างสรรพสิ้นค้าที่โคตรจะใหญ่ สะพานที่ให้รถข้าม ทั้งหมดที่ว่ามานี่โดนระเบิดลูกบอลไฟกลืนหมดสิ้น




เมืองไม่ต่างไปจากถ่านแดงที่ลุกแรงในเตาไฟฟืน


 ตึกคอนกรีตระเบิดเหมือนถังสีที่มีคนไปเอาสีออกเทน้ำมันเบนซินลงไปใส่ชนวนปิดฝาจุดชนวนแล้วระเบิด  สนามหญ้าไฟลุกโหมเหมือนตอนที่คนสวนเผากองไม้มะม่วงขนาดยักษ์ ทางด่วนระเบิดเป็นฝุ่น ระเบิดเป็นฝุ่นที่มีสภาพเหมือนแป้งในกระป๋องพุ่งออกมาตอนเราจะประแป้ง




ถนนระเบิดไฟลุกจากใต้พื้น แถวรถแท็กซี่ แถวมอเตอร์ไซค์ ที่กั้นถนนระเบิดกระเด็นปลิวไปหมด สะพานระเบิด แล้วสะพานก็ทับถนน แล้วสะพานก็เกิดระเบิดซ้ำขึ้นมาอีก




รถไฟฟ้าระเบิดไปพร้อมกับสะพาน


เกิดแสงแฟลชเหมือนเกิดฟ้าแลบไปทั่วท้องฟ้าทั่วทุกทิศ กระจกทุกบานแตกออก จากนั้นสิ่งปลูกสร้างทุกหลัง กำแพงอิฐ  โรงเรียน ระเบิดออกเหมือนมีใครเอาแป้งเทใส่ลูกโป่งแล้วเจาะลูกป่องใส่แป้งให้มันแตกเสียงดัง ต้นไม้ทั้งต้นหลุดออกจากพื้นดิน




ระเบิดไฟปกคลุม




ซากเมืองอยู่ในทะเลเพลิง




ตึกแถว ตึกกระจก ตึกระฟ้า บ้านธรรมดา ๆ  เสาไฟ สะพาน ระเบิดแตกออกไฟลุกหมดพร้อมกัน


ระเบิดลูกไฟลามไปยังตึกกระจกระฟ้าที่อยู่เรียงกันเป็นแถวตึกอื่น ๆ ลูกไฟลามไปยังถนนคนเดิน ลูกไฟลามไปยังตลาด ลูกไฟลามไปทั้งสะพานปูนและตึกคอนกรีต ลูกไฟลามไปสนามบิน ลูกไฟลามไปรันเวย์สนามบิน ลูกไฟลามไปเครื่องบินทีี่อยู่นิ่งบนพื้นเป็นแถว ๆ ลูกไฟลามไปถึงรถไฟใต้ดิน


ตึกคอนกรีตปลิวเหมือนใบไม้แห้งบนพื้นโดนพายุแรง ๆ พัด




ลูกไฟพุ่งเข้าใส่ตึกกระจกสูงเหมือนเวลาสปริงเกอร์ฉีดน้ำเป็นฝอย ๆ ไปยังต้นไม้หรือไม่ก็หญ้าบนพื้น




ลูกไฟมุ่งหากระจกสูงเหมือนน้ำท่วมแต่เปลี่ยนจากน้ำเป็นไฟ




เกิดเสียงดังก้องขึ้นดั่งเสียงอสุนีบาตแผดร้องก้องนภา ตึก  บ้าน  ถนน  ต้นไม้  รั้วเหล็ก  เสาไฟ  หอคอย  เสาโทรศัพท์  ท่อประปา  ถังน้ำ  พื้นดิน ทุกอย่างถูกยกจากระเบิดใต้ดินเหมือนมีคนถือกระดานหมากรุกที่มีตัวหมากอยู่บนกระดานครบแต่โยนหมากขึ้นไปข้างบนออกจากกระดานจนหมดแต่มือยังจับกระดานแน่นไว้ไม่ปล่อย สภาพเมืองก็ไม่แตกต่างกระดานหมากรุกที่ว่าเมื่อกี้นี้ จนทั้งเมืองกลายเป็นหลุมอุกกาบาต


สภาพกรุง เหมือนฝุ่นโดนไม้กวาดกวาดไป แต่เปลี่ยนจากฝุ่นเป็นตึกคอนกรีตที่เห็นได้ทั่วไปในกรุงเทพที่แสนรถติด เปลี่ยนจากไม้กวาดเป็นรุ้งที่สร้างระเบิดลูกไฟเมื่อสัมผัสโดนคอนกรีต


เหมือนแก๊งเด็กซิ่งมอเตอร์ไซค์ ที่ซิ่งบนพื้นน้ำขังแล้วน้ำปริมาณมากกระเซ็นใส่คนเดินบนทางเท้า แต่เปลี่ยนจากคนเดินบนทางเท้าเป็นตึกกระจกระฟ้า เปลี่ยนจากน้ำกระเซ็นเป็นระเบิดไฟกระเซ็น


เหมือนเทน้ำที่ซักผ้าเสร็จลงบนพื้น แต่เปลี่ยนพื้นเป็นตึกศิวิไลซ์ ตึกคอนกรีตบ้าง ตึกกระจกบ้าง เปลี่ยนจากน้ำซักผ้าเป็นระเบิดจากรุ้ง


กรุงโดนกวาดสิ้น


ตึกระฟ้าก็เกิดระเบิดไฟขึ้นทั้งตึก ระเบิดไฟเข้าปกคลุมตึก ระเบิดไฟลามไปยังตึกกระจกระฟ้าที่อยู่เรียงกันเป็นแถวตึกอื่น ๆ ระเบิดไฟลามเข้ามาในถนนคนเดิน ระเบิดไฟลามเข้ามาในตลาด ทั้งสะพานปูนและตึกคอนกรีตโดนระเบิดไฟเข้าปกคลุม ระเบิดไฟลามเข้าสนามบิน ระเบิดไฟลามเข้าไปยังรันเวย์สนามบิน เครื่องบินทุกลำไม่รอดจากระเบิดไฟ ระเบิดไฟลามเข้าไปยังทางรถไฟใต้ดิน ระเบิดไฟลามเข้าไปยังสะพานและตัวรถไฟBTS ทั่วทั้งเมืองถูกทำลายจนสิ้น


ระเบิดไฟก็ค่อย ๆ เข้าปกคลุมตึกแถว ตึกกระจก ตึกระฟ้า อนุสาวรีย์เกิดระเบิดไฟ อาคารสถานีโทรทัศน์เกิดระเบิดไฟ หมู่บ้านที่บ้านเรียงติดกันเป็นตับก็เกิดระเบิดไฟ เสาไฟโดนระเบิดไฟคลุม ตึกระฟ้ากระจกแตกกระจุยออกจากแรงกระแทก สะพานแตกกระจาย


ควันกัมมันตภาพรังสีพวยพุ่ง ควันมหึมาเหมือนตอนที่ชาวนาหรือชาวสวนเผาหญ้าแล้วควันก็เข้าบ้านเต็มไปหมด แย่หน่อยที่ควันกัมมันตภาพรังสีนี้รุนแรงกว่าควันที่เกษตรกรเผาหญ้า ควันคลุมเมืองทั้งเมือง ควันบดบังแสงจากเสาไฟ ควันบดบังแสงจากตึงมืดหมดสิ้น จากนั้นเกิดการระเบิดกัมปนาท ระเบิดนั้นมีขนาดไปถึงดวงดาวหรือดวงจันทร์บนท้องฟ้า ระเบิดนี้นั้นใหญ่กว่าดอยอินทนนท์สิบเท่า




ตึกแถวระเบิด คอนโดมิเนี่ยมระเบิด อพาร์ทเมนต์ระเบิด ป้ายบนถนนระเบิด เสาไฟระเบิด สะพานระเบิด ถนนระเบิด กลุ่มตึกกระจกระเบิด ตึกระฟ้าทั้งหลายระเบิด ห้างสรรพสินค้าระเบิด ตลาดระเบิด ร้านค้าระเบิด บ้านคนทั่วไปก็ระเบิด ถนนระเบิด ระเบิดอันรุนแรงที่ระเบิดแรงไปถึงขอบฟ้าและดวงจันทร์บนท้องฟ้า




เมืองกรุงเป็นซากเมืองที่เป็นเชื้อเพลิงให้มหาสมุทรเพลิงที่ทำให้กลางคืนสว่างดั่งตอนเที่ยงวัน




  เกิดเสียงดังก้องขึ้นดั่งเสียงฟ้าผ่าอันสนั่น ตึก  บ้าน  ถนน  ต้นไม้  รั้วเหล็ก  เสาไฟ  หอคอย  เสาโทรศัพท์  ท่อประปา  ถังน้ำ  พื้นดิน  ทุกอย่างถูกระเบิดลอยขึ้นทะลุก้อนเมฆ  เกิดระเบิดเพลิงคลุมไปทั่วบริเวณ  ทิ้งหลุมยักษ์ที่แทบจะไร้ขอบเขตไว้  ยามเมื่อทุกสิ่งที่ลอยอยู่บนชั้นบรรยากาศก็ร่วงหล่นลงมาลงสู่หลุมยักษ์   ด้วยแรงกระแทกมหาศาลที่เกินกว่าจะวัดได้  ก็ทำให้หลุมยักษ์นั้นยุบตัวลงไปขึ้นแล้วก็ทำให้หลุมยักษ์นั้นเพิ่มขนาดอย่างมโหฬารขึ้นไปอีก




มหาสมุทรน้ำแห้ง ทะเลน้ำแห้ง ทะเลสาบน้ำแห้ง แม่น้ำน้ำแห้ง ภูเขาไฟทุกลูกบนโลกปะทุพร้อมกัน ทั่วชั้นบรรยากาศโลกปกคลุมไปด้วยควันสีดำและแสงสีแดง




จากนั้นผืนดิน ภูเขา ต้นไม้ ใบไม้ ต้นหญ้า ดวงดาว และท้องฟ้าก็บิดเบี้ยว จากนั้นทั้งจักรวาลก็บิดเบี้ยว มีแสงวาบประหลาดเกิดขึ้น แล้วทุกอย่างก็ระเบิดพินาศ


จากนั้นดาวโลกก็ระเบิด

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2567

 เพียงแค่นี้ก็ถือว่าเราเป็นอมตะนิรันดร์แล้ว

 ทุ่งหญ้าสั้นเตี้ยต้นไม้ท้องฟ้าสีฟ้าไร้เมฆ

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567

 ขอให้ชีวิตฉันหลังจากนี้เหมือนท้องฟ้าในตอนนี้ทีเถอะ

(เรื่องสั้นฮิริวazur laneเรื่องสุดท้าย)

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2567

   [สัตว์ประหลาดทะเล ไซเรน]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์



(อาณาจักรซากุระ)



พลเรือเอกยาคุกันเน่ยังคงนึกถึงฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นและคำพูดที่ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูดออกมาทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา ยิ่งพลเรือเอกคิดถึงเรื่องฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นเท่าไหร่ยิ่งไม่ได้คำตอบยิ่งมีแต่คำถามยิ่งขึ้น



แล้วโฮวโชวก็เดินเข้ามาในห้องของพลเรือเอกยาคุกันเน่แล้วแจ้งข่าว "ผู้การคะ พลเรือเอกยามาโมโตะเรียกค่ะ" แล้วโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ไปที่ห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ



เมื่อโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกกันเน่ไปถึงห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ เอ็นเตอร์ไพรส์ก็รออยู่แล้ว



"เกิดภาวะเอกฐานขึ้นอีกแล้ว ขอให้ทั้งสามคนไปยังพื้นที่เป้าหมาย" นี่คือคำสั่งของพลเรือเอกยามาโมโตะ



พลเรือเอกยาคุกันเน่ โฮวโชว เอ็นเตอร์ไพรส์เดินทางมาถึงสถานที่เป้าหมาย ก็เห็นพายุหมุนสีดำลูกหนึ่งอยู่บนผิวน้ำลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า แล้วฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง



"มากันอีกแล้วเหรอ?" ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูด "ช่างเถอะ ผู้การ หวังว่าคุณคงไม่เหมือนตัวคุณเองในตอนนั้นนะ"



"ตัวฉันเองในตอนนั้น? หมายความว่ายังไง? ตัวฉันในอนาคตทำทุกคนตายหมดหรือว่าเป็นตัวฉันจากโลกคู่ขนานใบอื่นที่เป็นโลกของเธอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"เริ่มจับทางได้แล้วเหรอ? ยามาโมโตะบอกใช่ไหม? มากำจัดสิ่งที่พวกคุณสร้างมาแทนที่พวกเราเถอะ" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบ



"สิ่งที่พวกเราสร้างขึ้นมาแทนที่พวกเธอเหรอ?" พลเรือยาคุกันเน่ถาม



"อ่า เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบ



ในพายุหมุนสีดำนั้นก็ให้มีหญิงสาวตาสีเหลืองน่ากลัว ผมสีม่วงสว่าง ใส่เสื้อกะลาสีสีขาว กางเกงสีดำ มีอุปกรณ์หน้าตาเหมือนฉลามหัวค้อนแบกอยู่บนหลังและมีปืนใหญ่หลายกระบอกออกมาจากอุปกรณ์นั้น ปรากฏตัวออกมา



"ฮิริว นี่เธออีกแล้วเหรอ?" หญิงประหลาดผมม่วงคนนั้นพูดออกมาทันทีเมื่อได้เห็นฮิริวผมสีขี้เถ้า



ฮิริวผมสีขี้เถ้าตวัดดาบให้ลำแสงสีแดงโจมตีสาวประหลาดผมม่วงนั้นทันที เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูแสงใส่เข้าไปในใจกลางพายุแล้วก็เกิดการระเบิดครัังใหญ่อย่างรุนแรงขึ้นกลางพายุ พายุดำนั้นหายไป หญิงสาวประหลาดผมม่วงนั้นก็หายไปด้วย



"เสร็จงานแล้ว ฉันต้องไปแล้ว" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดขึ้น



"เดี๋ยวก่อนสิ ฮิริว" พลเรือเอกยาคุกันเน่พูดขัดจังหวะ



"เดี๋ยวผู้การจะรู้เองโดยไม่จำเป็นต้องได้คำตอบจากฉัน" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดทิ้งท้ายแล้วหายไป หลังจากนั้น พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เห็นหญิงสาวประหลาดผมม่วงตาเหลืองอีกคน ใส่ที่คาดผมที่มีรูปร่างเหมือนหูจิ้งจอก พกปืนใหญ่หลายกระบอกและมีหนวดปลาหมึกหลายหนวดรายล้อมตัวเธออยู่วิ่งบนผิวน้ำ



"เอ็นเตอร์ไพรส์ ตามไป"



"ค่ะ"



พลเรือเอกยาคุกันเน่ตามไปทัน "ตามมาได้ไงเนี่ย!?"หญิงประหลาดคนนั้นพูดขึ้นด้วยความตกใจ "ให้ตายสิ ทำไมเซโร่วถึงให้มีแค่พวกเราแค่คนเดียวในแต่ละกาลเวลานะ" พลเรือยาคุกันเน่ได้ยินที่หญิงประหลาดคนนั้นพูดทั้งหมดก็ถามไปว่า "ที่ว่ามีพวกเธอแค่คนเดียวในแต่ละกาลเวลาหมายความว่ายังไง เซโร่วเป็นใคร?" หญิงประหลาดก็พูดว่า "ฮิริวจมไปที่มิดเวย์ใช่ไหมล่ะ? ถ้ามาคุยกันกับฉัน ฮิริวอาจจะคืนชีพกลับมาก็ได้" พลเรือเอกยาคุกันเน่กับเอ็นเตอร์ไพรส์เร่งตามหญิงประหลาดนั้นไปแต่ก็ไม่ทัน หญิงประหลาดนั้นหนีไปได้



(อาณาจักรซากุระ)



"ไซเรน?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามพลเรือเอกยามาโมโตะ



"ใช่ เราเรียกพวกนั้นว่าไซเรน ว่ากันว่าตัวตนที่แท้จริงของสัตว์ประหลาดทะเลในตำนานทั่วโลกก็คือไซเรน เรามีข้อมูลของไซเรนไม่มาก ที่พวกเธอสู้ด้วยคือเพียริฟายเอ้อร์ เราคาดว่าหน้าที่ของเธอคือการกำจัดภาวะเอกฐาน...."



"ภาวะเอกฐาน? เดี๋ยว จะบอกว่าฮิริวคนนั้นสร้างภาวะเอกฐานเหรอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่พูดถามขึ้นขัดจังหวะก่อนพลเรือเอกยามาโมโตะจะพูดจบ



"คาดการณ์ว่าเป็นอย่างงั้น เหมือนฮิริวคนนั้นจะสร้างภาวะเอกฐานขึ้นมาเพื่อกำจัดพวกไซเรน คนที่พวกเธอไล่ตามไม่ทันคือ อ๊อปเซอร์เว่อร์ อ๊อปเซอร์เว่อร์มีหลายคน แต่พวกเธอแต่ละคนจะประจำแค่กาลเวลาใดกาลเวลาหนึ่งเท่านั้น หมายความว่าในแต่ละกาลเวลาจะมีอ๊อปเซอร์เว่อร์แค่คนเดียว เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเซโร่วเลย ดูเหมือนจะมีระดับสูงกว่าเพียริฟายเอ้อร์และอ๊อปเซอร์เว่อร์ทั่วไป" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบ



[จบ]

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2567

  [สัตว์ประหลาดทะเล ไซเรน]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์



(อาณาจักรซากุระ)



พลเรือเอกยาคุกันเน่ยังคงนึกถึงฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นและคำพูดที่ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูดออกมาทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา ยิ่งพลเรือเอกคิดถึงเรื่องฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นเท่าไหร่ยิ่งไม่ได้คำตอบยิ่งมีแต่คำถามยิ่งขึ้น



แล้วโฮวโชวก็เดินเข้ามาในห้องของพลเรือเอกยาคุกันเน่แล้วแจ้งข่าว "ผู้การคะ พลเรือเอกยามาโมโตะเรียกค่ะ" แล้วโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ไปที่ห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ



เมื่อโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกกันเน่ไปถึงห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ เอ็นเตอร์ไพรส์ก็รออยู่แล้ว



"เกิดภาวะเอกฐานขึ้นอีกแล้ว ขอให้ทั้งสามคนไปยังพื้นที่เป้าหมาย" นี่คือคำสั่งของพลเรือเอกยามาโมโตะ



พลเรือเอกยาคุกันเน่ โฮวโชว เอ็นเตอร์ไพรส์เดินทางมาถึงสถานที่เป้าหมาย ก็เห็นพายุหมุนสีดำลูกหนึ่งอยู่บนผิวน้ำลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า แล้วฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง



"มากันอีกแล้วเหรอ?" ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูด "ช่างเถอะ

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2567

 [สัตว์ประหลาดทะเล ไซเรน]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์



(อาณาจักรซากุระ)



พลเรือเอกยาคุกันเน่ยังคงนึกถึงฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นและคำพูดที่ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูดออกมาทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา ยิ่งพลเรือเอกคิดถึงเรื่องฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นเท่าไหร่ยิ่งไม่ได้คำตอบยิ่งมีแต่คำถามยิ่งขึ้น



แล้วโฮวโชวก็เดินเข้ามาในห้องของพลเรือเอกยาคุกันเน่แล้วแจ้งข่าว "ผู้การคะ พลเรือเอกยามาโมโตะเรียกค่ะ" แล้วโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ไปที่ห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ



เมื่อโฮวโชวกับพลเรือเอกยาคุกกันเน่ไปถึงห้องของพลเรือเอกยามาโมโตะ เอ็นเตอร์ไพรส์ก็รออยู่แล้ว



"เกิดภาวะเอกฐานขึ้นอีกแล้ว ขอให้ทั้งสามคนไปยังพื้นที่เป้าหมาย" นี่คือคำสั่งของพลเรือเอกยามาโมโตะ



พลเรือเอกยาคุกันเน่ โฮวโชว เอ็นเตอร์ไพรส์เดินทางมาถึงสถานที่เป้าหมาย ก็เห็นพายุหมุนสีดำลูกหนึ่งอยู่บนผิวน้ำลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า แล้วฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง



"มากันอีกแล้วเหรอ?" ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นพูด

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2567

 [โลลิฮิริวแยกร่าง]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

[ฮิริวปรับสมรรถภาพ]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ 

 [ฮิริวคืนร่าง]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

 [โลลิฮิริว]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2567

 [ฮิริวเมต้า]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์



เกิดการระเบิดไปทั่วทุกมหาสมุทร ทะเลทุกทะเลเกิดระเบิดขึ้นหลายครั้งนับร้อย แล้วก็มีหมอกหนาคลุมไปทั่วบริเวณทะเลและมหาสมุทร



กลุ่มอำนาจทุกกลุ่มเลิกทำสงครามกันเองแล้วเป็นพันธมิตรกันชั่วคราว แล้วส่งหน่วยรบทั้งหมดไปทำการสืบสวนเรื่องราวทั้งหมด



เอ็นเตอร์ไพรส์ออกเดินทางบนพื้นผิวทะเล แล้วหมอกก็กลืนเธอเข้าไป เธอรีบติดต่อคนอื่นๆ แต่เครื่องมือสื่อสารของเธอใช้การไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทันใดนั้นเธอก็เห็นเงามืดหลายร่างในกลุ่มหมอก  "นั่นใครน่ะ!?" เอ็นเตอร์ไพรส์ถามแต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับเธอเลย



แล้วเอ็นเตอร์ไพรส์ก็เห็นเจ้าของร่างเงาชัดเจน นั่นคือ อาร์ค-รอยัล สาวผมสั้นสีดำขลับ ตาสีฟ้า ผมนั้นปิดตาไว้ข้างหนึ่ง ใส่เสื้อแขนยาวสีขาวสีแดงสีน้ำเงินแบบน้ำทะเลมีขอบทอง กระโปรงสั้นสีดำ ใส่ผ้าคลุมยาวสีน้ำทะเลตั้งแต่เอวถึงน่อง ร้องเท้าบูทยาวสีดำ ถุงมือสีขาว ทาคาโอะ สาวผมยาวสีดำมัดผมเป็นหางม้าที่ด้านหลังผูกโบว์สีขาว ตาสีเหลืองปนสีอำพัน ใส่เสื้อสีขาว กระโปรงสั้นสีขาว ถุงน่องยาวสีดำ รองเท้าสีดำ เหน็บดาบซามูไรไว้หนึ่งเล่ม และฮิริว 



"มาแล้วเหรอ เอ็นเตอร์ไพรส์? ฉันรออยู่แล้ว เหมือนยังขาดคนอื่นไปอีกนะ ไม่ละ ทุกคนที่ต้องอยู่ที่นี่อยู่กันครบแล้ว" เสียงของอาร์ค-รอยัลดังออกมา



"ทุกคน? มีใครอยู่ที่บ้างน่ะ? เราอยู่ที่ไหน?" เอ็นเตอร์ไพรส์ถาม



"เมื่อถึงเวลา เพื่อนฉัน เมื่อถึงตอนนั้นอาจมีเพื่อนคนอื่นเข้าร่วมกับเรา" อาร์ค-รอยัลตอบเพียงแค่นั้น



"อาร์ค-รอยัล ตอบด้วย! อาร์ค-รอยัล" คราวนี้อาร์ค-รอยัลไม่ตอบคำพูดนี้ของเอ็นเตอร์ไพรส์



เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกไปกี่ครั้ง ก็ไม่มีใครตอบกลับเธอเลย แล้วทั้งอาร์ค-รอยัล ทาคาโอะ ฮิริว ก็หายไปกับอากาศราวกับเป็นภาพหลอน อาร์ค-รอยัลหันหลังให้เอ็นเตอร์ไพรส์เดินเข้าไปในหมอก แล้วก็เลือนหายไปในกลุ่มหมอก



"อะไรกันแน่เนี่ย! อาร์ค-รอยัล! ภาพหลอนหรือไงนะ?" เอ็นเตอร์ไพรส์พึมพำ



เอ็นเตอร์ไพรส์เดินไปตามทิศทางที่ร่างของอาร์ค-รอยัลหายไป



"ตรวจจับอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างที่นี่เป็นภาพลวงตาหรือเปล่า?"



เสียงของอาร์ค-รอยัลถามขึ้นว่า "ทุกคนอยู่ที่นี่กันหมดแล้วใช่ไหม?" เสียงทาคาโอะขานกลับ "ตอนนี้ เหมือนจะมีคนมาไม่ถึงนะ" เสียงฮิริวพูดแทรกว่า "สงครามครั้งขมขื่นอะไรขนาดนี้" อาร์ค-รอยัลพูดขึ้นมาว่า "ฉันอยากออกไปจากที่นี่เหมือนกัน แต่เราปฏิบัติการร่วมกันไม่ได้ในตอนนี้ ตอนนี้ การอยู่ด้วยกันควรเป็นอย่างแรก มองโลกในแง่ดีหน่อย ตอนนี้ เอ็นเตอร์ไพรส์ก็อยู่ที่นี่ด้วย เพราะงี้แหละ ยังไงยังไง ทุกอย่างต้องเป็นไปได้แน่" ทาคาโอะตอบกลับว่า "ถ้าทุกอย่างมันง่ายจริงๆล่ะก็นะ คุณเอ็นเตอร์ไพรส์ กะทันหันไปหน่อยนะ แต่ระบุชื่อคุณที" "ฮะ? ชื่อ?" คำพูดทั้งนี้เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกไปด้วยความสงสัยทั้งสิ้น ทาคาโอะก็ตอบกลับว่า "ใช่ เปลวไฟที่ทะลุทะลวงตัดผ่านความมืด ทำให้เห็นทางเดินที่มุ่งสู่ข้างหน้า ถ้าให้ฉันพูดล่ะก็นะ" ฮิริวพูดขึ้นมาว่า "เราจะทำงานกับเจ้าพวกนั้นจริงๆเหรอ สัตว์ประหลาด "ไซเรน" พวกนั้นถูกสร้างมาแทนที่พวกเรา" "อะไรนะ!?"คำอุทานจากความตกใจของเอ็นเตอร์ไพรส์ ทาคาโอะตอบกลับว่า "อยู่แล้ว ดูไปก่อนว่าพวกทำกันยังไง" เอ็นเตอร์ไพรส์ตกใจถามไปว่า "คิดอะไรกันอยู่น่ะ!?" แล้วร่างของอาร์ค-รอยัล ทาคาโอะ ฮิริวก็เลือนหายไป



"ภาพหลอนเหรอ?" นี่คือคำถามที่ไม่มีคำตอบที่เอ็นเตอร์ไพรส์พูดออกมา



เครื่องมือติดต่อสื่อสารของเอ็นเตอร์ไพรส์กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เสียงจากเครื่องมือสื่อสารก็ดังออกมา



"เรดาร์พบหน่วยรบไม่ทราบฝ่าย ไปยังพิกัดนี้ด้วย" หลังจากเสียงจากเครื่องมือติดต่อสื่อสารแจ้งพิกัดแล้ว เอ็นเตอร์ไพรส์ก็มุ่งหน้าไปยังพิกัดนั้น เมื่อเอ็นเตอร์ไพรส์ไปถึง ก็พบกับร่างที่คุ้นเคยแต่กลับแตกต่างกันออกไป สาวหูกระต่ายผมยาวสีขาวแบบขี้เถ้า ตาสีฟ้า เธอคือฮิริว แต่เธอกลับไม่ได้มัดผมเป็นหางม้า เสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่ก็เปลี่ยนไป ราวกับนักรบเถื่อน มีเพียงเสื้อคลุมยาวสีดำและมีรอยไหม้ไฟ เสื้อตัวข้างในเสื้อคลุมก็สั้นและเล็กกว่าตัวเธอมาก กระโปรงสั้นสีขี้เถ้า ถุงน่องสีดำรองเท้าสีดำ เหน็บดาบซามูไรสองเล่มไว้ที่ขาขวา มีดาบซามูไรอีกเล่มที่ขาซ้าย ผิวหนังของฮิริวออกสีขี้เถ้าผิดไปจากปกติ เป็นฮิริวที่ต่างไปจากฮิริวปกติที่เป็นอยู่ ต่างไปจากที่ฮิริวเป็นอยู่ปกติ



"ฮิริว ไม่สิ มีอะไรไม่ใช่" เอ็นเตอร์ไพรส์ที่เจอฮิริวอีกครั้งพูดขึ้น แต่เอ็นเตอร์ไพรส์เห็นว่านี่ไม่ใช่ฮิริวแบบที่ฮิริวปกติเป็นอยู่ เอ็นเตอร์ไพรส์คิดว่ามีอะไรที่คนคนนี้ไม่ใช่ฮิริว แต่เมื่อคิดครบทุกด้านแล้ว ร่างนั้นคือฮิริวไม่ผิดแน่ แต่เหมือนเป็นฮิริวที่ไม่ใช่ฮิริว เป็นฮิริวตัวจริงแน่นอนแต่ไม่ใช่ฮิริวตัวจริงที่เธอรู้จัก



ฮิริวคนนั้นเพียงแค่พูดชื่อ  "เอ็นเตอร์ไพรส์?" ขึ้นมาสั้นๆ แล้วฮิริวก็หันหลังให้เอ็นเตอร์ไพรส์แล้ววิ่งจากไป "เดี๋ยวสิ! ฮิริว!" แต่ฮิริวไม่ได้ตอบสนองต่อคำพูดของเอ็นเตอร์ไพรส์



"ถึงพลเรือเอกยาคุกันเน่ พบฮิริวค่ะ" เอ็นเตอร์ไพรส์คิดว่าในสถานการณ์นี้ต้องติดต่อพลเรือเอกยาคุกันเน่จึงบอกเรื่องของฮิริวคนนั้นต่อพลเรือเอกยาคุกันเน่



พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ฟังเอ็นเตอร์ไพรส์บอกว่าเจอฮิริวก็รีบเอาเรือส่วนตัวมุ่งไปหาฮิริว ไปเจอเอ็นเตอร์ไพรส์อยู่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ให้เอ็นเตอร์ไพรส์พาไปหาฮิริว พอไปทางข้างหน้าได้หน่อยนึง ก็เจอพายุหมุนสีดำมหึมาเหนือผิวทะเล พายุหมุนนั้นมีปืนใหญ่ประหลาดอยู่ข้างใน ปืนใหญ่ทุกกระบอกในพายุหมุนนั้นก็ยิงไปทั่ว น้ำทะเลระเบิดกระจายไปทั่วพื้นผิวมหาสมุทร ฮิริวคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง



"นายเองเหรอ ผู้การ? คนที่ทำให้เอ็นเตอร์ไพรส์ต้องเจ็บปวด ไม่รู้เลยว่าทำไมเอ็นเตอร์ไพรส์ถึงแคร์นายนัก" ฮิริวคนนั้นพูด พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ยินฮิริวคนนั้นพูดก็ประหลาดใจถามขึ้นว่า "เอ็นเตอร์ไพรส์เหรอ?" ฮิริวคนนั้นกลับชิงตัดบทพูดว่า "ฮิริวแห่งหน่วยรบที่สอง ตอนนี้ยังเป็นนักรบ รู้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว" พลเรือเอกยาคุกันก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ พลเรือเอกยาคุกันเน่รู้ว่าฮิริวคนนี้เป็นฮิริวตัวจริงแน่แต่เหมือนมาจากโลกคู่ขนานอื่นยังไงยังงั้น "เดี๋ยวสิ พลเรือเอกทำฉันเจ็บปวดเหรอ? พลเรือเอกรักเธอไม่ใช่เหรอฮิริว?" แต่ฮิริวคนนั้นไม่ตอบกลับคำถามนี้ของเอ็นเตอร์ไพรส์



"เอ็นเตอร์ไพรส์ ต้องให้เธอช่วยสู้ด้วย" ฮิริวคนนั้นพูดขึ้น "ฮะ!? อะ...ได้" เอ็นเตอร์ไพรส์เต็มไปด้วยคำถามเธอจึงไม่ทันเตรียมพร้อมต่อคำพูดของฮิริว แต่แล้วเธอยิงธนูลำแสงสีเหลืองใส่เข้าไปในพายุ ฮิริวชักดาบที่ข้าข้างซ้ายออกมาจากฝัก แล้วตวัดดาบเพียงครั้งเดียวก็มีลำแสงจันทร์เสี้ยวสีแดงอมดำกระจายไปทั่วพื้นผิวทะเลทั้งด้านหน้า ด้านซ้าย และด้านขวา เกิดระเบิดขนาดใหญ่ขึ้น แล้วพายุนั้นก็หายไป



"เอาล่ะ ได้เวลาบอกลาแล้ว" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดขึ้น



"เดี๋ยวสิ เธอจะไปที่ไหนเหรอฮิริว" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"ถ้าจะตามล่ะก็ อย่า อย่าทำให้ผมเป็นภัยคุกคามต่อนายเหมือนที่ผมเป็นภัยคุกคามต่อพายุหมุนประหลาดเมื่อกี้เลย.... โทษที นายทำให้ความทรงจำที่ฉันไม่ได้รู้สึกมานานมากแล้วผุดออกมา ผมหวังว่าเราจะได้เจอกันอีก ไม่รู้นะว่าในสถานการณ์ไหน เราอาจจะอยู่ด้วยกันแบบใจสัมผัสใจ ไม่ก็ต่อยกันในฐานะศัตรู" ฮิริวผมสีขี้เถ้าตอบกลับไปเพียงแค่นั้น



ฮิริวคนนั้นพูดต่อไปว่า "อ้อ! จริงสิ! ผู้การ ผมยังไม่ได้บอกอะไรบางอย่างที่ผู้การต้องชอบแน่อีกเหรอเนี่ย ผู้การอยู่กับหน่วยรบด้วยกันอยู่ตลอดเวลาแม้จะเลยวินาทีสุดท้ายไปแล้ว ผมจะมอบสิ่งดีๆให้ผู้การ ผู้การรู้ไหมผมจะให้อะไรคุณ"



ฮิริวผมสีขี้เถ้าคนนั้นเอื้อมมือไปแผ่นหลังของเธอใต้เสื้อคลุม เดินมาหาพลเรือเอกยาคุกันเน่ ฮิริวเอามือสอดเข้าไปที่กระเป๋าเสื้อของยาคุกันเน่แล้วเอามือออก



"เอาล่ะ ได้เวลาไปแล้วผู้การ ไม่ต้องห่วง ฉันจะมาหา ที่จริง ผมรู้วิธีติดต่อคุณ ผมรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ขอให้เราได้เจอกันอีก" ฮิริวผมสีขี้เถ้าพูดทิ้งท้าย แล้วฮิริวผมสีขี้เถ้าก็เลือนหายไปในหมอกหนา แล้วหมอกทั้งหมดบนพื้นผิวทะเลก็หายไปอย่างกะทันหัน



(ฐานทัพอาณาจักรซากุระ)



"น่าทึ่งมากเลยนะที่นายกับเอ็นเตอร์ไพรส์ออกมาจากภาวะเอกฐานได้"



"ภาวะเอกฐานเหรอ?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบสนองต่อคำพูดที่น่าสงสัยของพลเรือเอกยามาโมโตะทันที


"ใช่ ภาวะเอกฐาน" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบ



"แล้วภาวะเอกฐานคืออะไร?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถาม



"พื้นที่ที่ไม่อยู่ในจักรวาลและอวกาศและไม่อยู่ในกาลเวลาใดๆ น่าทึ่งมากเลยนะที่นายกับเอ็นเตอร์ไพรส์รอดออกมาจากภาวะเอกฐานได้ นายเจอฮิริวที่นั่นด้วยเหรอ?" พลเรือเอกยามาโมโตะตอบพร้อมถามพลเรือเอกยาคุกันเน่เรื่องฮิริว



"ใช่" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบ



"ฮิริวไม่เหมือนเดิมใช่ไหม?" พลเรือเอกยามาโมโตะถาม



"ใช่" พลเรือเอกยาคุกันเน่ตอบ



"ฮิริวคนนั้นแหละที่สร้างภาวะเอกฐานขึ้น" พลเรือเอกยามาโมโตะพูด



พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตกใจถามขึ้นไปว่า "อะไรนะ?"



พลเรือเอกยามาโมโตะพูดว่า "สหภาพอินทรีส่งข้อมูลมาให้เรา มีสัตว์ประหลาดทะเลชื่อ "ไซเรน" ออกอาละวาดไปทั่วทะเล แต่พวกมันถูกกำจัดในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับภาวะเอกฐาน ฮิริวคนนั้นที่นายเจอ เป็นไปได้มากเลยล่ะว่า เป็นฮิริวจากโลกคู่ขนานอื่น หรือไม่ก็เป็นฮิริวในโลกนี้ โลกของเรานี่แหละแต่เป็นฮิริวที่มาจากอนาคต"



[จบ]

 [ท้องฟ้าที่ไม่มีมังกรบิน]



ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์



ฮิริวแปลว่ามังกรที่บินอยู่บนฟ้า


วันนี้ท้องฟ้าโปร่งไม่มีเมฆ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าใส แต่แดดไม่จ้า มองออกนอกหน้าต่างที่พักเห็นทะเลสีฟ้าสวยคลื่นซัดสาดที่งาม ชายหาดทรายโล่ง ต้นมะพร้าวขึ้นเป็นทิวแถว ใครเห็นก็ต้องไม่เชื่อแน่ว่าที่นี่คือค่ายทหาร ที่จริงมันก็สวยอยู่หรอก



ผ่านมาหลายวันนับตั้งแต่ที่ฮิริวเธอจมลงทะเลไป แต่ยอมรับเลยว่าผมทำใจไม่ได้เลย ผมทำใจไม่ได้เลยซักนิด ทักครั้งที่ผมมองไปที่ชายหาดริมทะเล ผมจะเห็นฮิริวยืนเตรียมพร้อมทำภารกิจอยู่เสมอ ตอนนี้ไม่แล้ว



"จดหมายครับ โยนจดหมายเป็นเครื่องบินกระดาษแบบนี้ไม่ได้เหรอครับ? ไม่เป็นไรหรอกครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่เอาจดหมายมาให้(ด้วยการโยน) ตอนนี้ไม่มีสาวกระต่ายทอมบอยที่แทนตัวเองด้วยคำว่าผมโยนจดหมายมาให้อีกแล้ว



"ภารกิจเหรอครับ? จะยากแค่ไหนก็พร้อมเสมอครับ" สาวกระต่ายทอมบอยคนนั้นพูดแบบนี้ทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายภารกิจ ตอนนี้ทุกครั้งที่อยู่ในที่ทำงาน ไม่มีใครคอยรับภารกิจ ไม่มีฮิริวมารับภารกิจ ไม่ได้ยินคำพูดนั้นแล้ว อยากได้ยินอีก อยากได้ยินฮิริวพูดออกมาอีก



"ผลตอบแทนของภารกิจครับ ช่วยตรวจสอบด้วยครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่ภารกิจเสร็จสิ้น ตอนนี้ไม่มีภารกิจ ห้องทำงานก็ว่าง ไม่มีทั้งฮิริว ไม่มีทั้งคำพูดนั้น



"รายงานการรบครับ เอาไปประเมินได้เลยครับ" ฮิริวพูดทุกครั้งที่กลับมาที่ฐานทัพ ตอนนี้ฐานทัพว่างเปล่า ไม่มีฮิริวก็เหมือนไม่มีอะไรเลย



บางครั้งที่เผลอไปเดินชนเธอจนมือไปโดนตัวเธอ ฮิริวจะพูดว่า "ช่วยระวังด้วยครับ ถ้าใกล้กว่านี้ผู้การจะเจ็บเอานะ" หรือไม่ก็ "ผู้การ ขอถามก่อนผมจะชกคุณ ไม่เห็นผมเป็นผู้หญิงใช่ไหม? ไม่ได้คิดเลยใช่ไหม?" ตอนนี้ไม่เดินชนฮิริวแล้ว ก็เพราะว่าไม่มีฮิริว ไม่มีทอมบอยหูกระต่ายคนนั้นคอยพูดแบบนั้นใส่อีกแล้ว ได้แต่เดินอากาศเปล่าๆอยู่



บางครั้งก็เห็นภาพหลอนฮิริวอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงของฮิริวพูดคำพูดที่ฮิริวเคยพูดออกมา พอคุยด้วย เอามือไปจับมือฮิริว เธอก็หายไปกับอากาศ ได้แต่ตะโกนร้องหาฮิริวอยู่ตลอดเวลา มีโฮวโชว สาวผมยาวสีม่วง ตาสีม่วง ถุงน่องดำ รองเท้าแดง ที่มาหาในบางครั้งเท่านั้น คอยบอกอยู่ตลอดว่าฮิริวจมทะเลไปแล้ว ที่คุยอยู่ด้วยคือภาพหลอนที่ไม่มีอยู่จริง




แบบนี้ฐานทัพนี้ก็มีแต่อากาศเท่านั้น




อากาศ?



ใช่ อากาศ



ที่นี่ไม่มีอะไรเลย มันมีแต่อากาศเท่านั้นแหละ ไม่มีฮิริวอีกต่อไปแล้ว



ฮิริวแปลว่ามังกรที่บินอยู่บนท้องฟ้า



มังกรในตำนานจีนคอยทำหน้าที่ควบคุมสภาพอากาศ ตอนนี้ สภาพอากาศทั้งหมดคงเกิดขึ้นพร้อมกันในวินาทีเดียวกัน ตอนนี้ ลูกเห็บ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ฝน พายุ สึนามิ ภัยแล้ง น้ำท่วม คงจะเกิดขึ้นพร้อมกันในที่เดียวกันในวินาทีเดียวกัน เพราะไม่มีเธอแล้วฮิริว ไม่มีมังกรอยู่บนฟ้าอีกต่อไปแล้ว



ไม่มีมังกรบินอยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว ไม่มีเธออยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว ไม่มีฮิริวอยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไปแล้ว



หากได้เจอกันอีกครั้ง ฉันจะขอบินอยู่บนฟ้าข้างเธอชั่วนิรันดร์



หากได้เจอกันอีกครั้ง ฉันจะขอบินอยู่บนฟ้าข้างฮิริวชั่วนิรันดร์



                      [บันทึกความทรงจำของพลเรือเอกยาคุกันเน่]

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2567

 [ฮิริว]


ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


"เดินทัพ"


(ฝั่งสหภาพอินทรี)


"ท่านครับ ทัพของอาณาจักรซากุระเคลื่อนพลแล้วครับ"


"ทัพซากุระรวมกันหรือเปล่า?"


"ไม่ครับ ทัพซากุระแยกกระจายออกจากกันครับ"


"ไปบอกเอ็นเตอร์ไพรส์กับฮอร์เน็ตให้เตรียมตัวรบ"


"รับทราบ"


"ยอร์กทาวน์ล่ะ?"


"เวสทัลรักษาพยาบาลอยู่ครับ"


"ไปบอกเวสทัลว่ายอร์กทาวน์ต้องพร้อมรบใน72ชั่วโมง"


"รับทราบ"


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


"โชวโฮวจมไปแล้วครับ"


"ซุยคาคุกับโชวคาคุพร้อมรบหรือเปล่า?"


"ไม่พร้อมครับ"


"มีใครพร้อมรบบ้าง?"


"อาคากิ คากะ โซวริว ฮิริวครับ"


"ตั้งอาคากิกับคากะเป็นหน่วยรบที่1 ตั้งโซวริวฮิริวเป็นหน่วยรบที่2 เคลื่อนทัพสู่มิดเวย์"


เครื่องบิน10ลำของสหภาพอินทรีบินอยู่บนฟ้า


"พบกำลังรบของอาณาจักรซากุระ"


อาคากิ  สาวหูจิ้งจอก ผมยาวสีน้ำตาลเข้มจัด ตาแดง มีหางจิ้งจอกสีน้ำตาลเก้าหาง เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวข้างนอกสีดำข้างในสีแดง กระโปรงสั้นสีแดง ถุงน่องดำ รองเท้าแดง ถุงมือดำเว้นว่างนิ้วโป้งไว้คากะ สาวจิ้งจอก ผมสั้นทรงบ๊อบสีขาว ตาสีฟ้า มีหางจิ้งจอกสีขาวเก้าหาง เสื้อชั้นในสีน้ำเงินเข้ม เสื้อคลุมยาวข้างนอกสีขาวข้างในสีน้ำเงินเข้ม กระโปรงสั้นสีน้ำเงินเข้ม ถุงน่องขาว รองเท้าสีแดง ยืนอยู่บนผิวน้ำของทะเล เสกเครื่องบินขับไล่เพื่อสอยเครื่องบินรบของสหภาพอินทรี


เครื่องบินขับไล่ของฝ่ายอาณาจักรซากุระมีไม่พอสำหรับทั้งบริเวณสนามรบ ลมเปลี่ยนทิศ มีลมหัวด้วน เมฆมาก มีหมอก ทำให้กองบินของอาณาจักรซากุระไม่อาจจัดการได้ทั่วทั้งสนามรบ


จากนั้นอาคากิกับคากะได้เสกเครื่องบินทิ้งระเบิดไปทิ้งระเบิดฐานทัพภาคพื้นดินของฝ่ายสหภาพอินทรี


"ท่านครับ เรดาร์จับหน่วยรบของศัตรูได้ครับ"


"ให้เครื่องบินขับไล่ขึ้นบินไล่อีกฝ่ายออกไป"


"รับทราบ"


เครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งหมดของอาคากิกับคากะถูกเครื่องบินขับไล่ของสหภาพอินทรียิงใส่ ทั้งหมดเสียหายและไม่อาจทิ้งระเบิดใส่ฐานทัพภาคพื้นดินของสหภาพอินทรีได้ ฐานทัพภาคพื้นดินของสหภาพอินทรีไม่ถูกระเบิด เครื่องบินรบของสหภาพอินทรีลำหนึ่งกราดยิงใส่อาคากิ เครื่องบินรบลำหนึ่งพุ่งชนอาคากิแล้วเกิดระเบิด อาคากิยังไม่จม


(ฝ่ายสหภาพอินทรี)


"เวสทัลรักษายอร์กทาวน์เสร็จหรือยัง?"


"เสร็จแล้วครับ"


"เอ็นเตอร์ไพรส์กับฮอร์เน็ตพร้อมหรือยัง?"


"พร้อมแล้วครับ"


"ให้เอ็นเตอร์ไพรส์ ฮอร์เน็ต ยอร์กทาวน์ออกไปโจมตีอาณาจักรซากุระ"


"รับทราบ"


เอ็นเตอร์ไพรส์ สาวผมยาวสีขาวเทาเงิน ตาสีม่วง ใส่เสื้อไร้แขนสีขาว เสื้อคลุมยาวสีดำ กระโปรงสั้นสีดำ ถุงน่องสีดำ ใส่หมวกทหารมีปีกปีกสีดำตัวหมวกสีขาวไว้บนหัว ถือธนูสากล ฮอร์เน็ต สาวผมทวินเทลสีบลอนด์ ตาสีเขียว ใส่ชุดจะว่าชุดคาวบอยก็ไม่ใช่จะว่าชุดว่ายน้ำก็ไม่ใช่อีก กางเกงยีนส์ขาสั้น ชุดคลุมสีดำ ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีเงิน ใส่หมวกคาวบอยสีดำ ยอร์กทาวน์ สาวผมยาวสีขาวเทาเงิน ตาสีม่วง ใส่ชุดเดรสสีดำขาว ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีน้ำเงิน ทั้งหมดวิ่งไปบนพื้นผิวน้ำ เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูขึ้นไปบนฟ้า ลูกธนูแปลงร่างเป็นเครื่องบินรบ ฮอร์เน็ตกับยอร์กทาวน์ก็เสกเครื่องบินรบออกไป


ฝูงเครื่องบินรบของฮอร์เน็ตพลาดเป้าหมายไป ฝูงเครื่องบินของเอ็นเตอร์ไพรส์ทิ้งตองตอร์ปิโดโดนโซวริว สาวหูกระต่าย ผมยาวสีดำอมม่วง ตาสีฟ้า ใส่แว่นตากลม เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวสีเขียวอมน้ำเงิน กระโปรงสั้นสีเขียวอมน้ำเงิน ถุงน่องสีดำ รองเท้าสีเขียวอมน้ำเงิน ใส่ถุงมือสีดำข้างเดียวที่มือข้างซ้ายเว้นว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยไว้ แต่โซวริวหลบตอร์ปิโดของเครื่องบินรบของเอ็นเตอร์ไพรส์ได้ เครื่องบินรบของยอร์กทาวน์ทั้งหมดถูกเครื่องบินรบของอาณาจักรซากุระทำลายโดยไม่อาจทำลายหน่วยรบของอาณาจักรซากุระได้เลย ตอร์ปิโดจากเครื่องบินรบของหน่วยรบของสหภาพอินทรีระเบิดไปทั่วทะเลแต่ไม่โดนหน่วยรบของอาณาจักรซากุระเลย หลังจากเห็นฝูงบินรบของสหภาพอินทรีบินทั่วท้องฟ้า อาคากิ คากะ โซวริว และฮิริว สาวหูกระต่าย ผมยาวสีขาว ไว้ผมแสกกลาง ท้ายผมมัดเป็นหางม้า ตาสีฟ้า เสื้อชั้นในสีขาว เสื้อคลุมยาวสีน้ำเงิน กระโปรงสั้นสีน้ำเงิน คาดผ้าคาดหน้าผากสีน้ำเงินมีสัญลักษณ์ดอกเบญจมาศตรงกลาง ถุงเท้าสั้นสีขาว รองเท้ากีฬาสีน้ำเงิน ใส่ถุงมือสีดำข้างเดียวที่มือข้างขวาเว้นว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยไว้  ก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้


เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูลำแสงสีเหลือง ลูกศรเหลืองก็แปลงร่างเป็นเครื่องบินรบ ฮอร์เน็ตยอร์กทาวน์ก็เสกฝูงเครื่องบินรบออกไป ฝูงบินทั้งหมดทิ้งระเบิดโจมตีคากะจากนั้นก็ทิ้งระเบิดโจมตีอาคากิต่อ คากะบาดเจ็บสาหัสเลือดไหลไปทั่วเหมือนแม่น้ำใหญ่ที่แยกออกไปเป็นแม่น้ำเล็กหลายสาย หางหางหนึ่งกับผมของอาคากิติดไฟลุกไหม้ ฝูงบินของยอร์กทาวน์โจมตีโซวริวไปสามครั้ง เกิดระเบิดรุมล้อมโซวริวไว้ทั้งแปดทิศ ไฟไหม้เสื้อคลุมและผมของโซวริว หลังจากนั้นฝูงบินรบของสหภาพอินทรีก็ทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตีใส่ฮิริว แต่ฮิริวหลบหลีกการโจมตีได้ทั้งหมดเกิดระเบิดไปทั่วทะเล แต่ระเบิดนั้นไม่ใกล้ฮิริวเลย


อาคากิ โซวริว เลือดไหลอาบทั้งร่างกายทุกส่วน ไฟลุกลามไปทั่วร่างกายแล้วจมลงสู่ทะเล


นอติลุส สาวผมสั้นทรงบ๊อบสีฟ้าน้ำเงินสว่าง ตาสีเหลืองปนน้ำตาล ใส่ชุดดำน้ำสีขาวเขียวดำ ถุงน่องสีดำ รองเท้าเงิน ดำน้ำอยู่ใต้พื้นผิวทะเล นอติลุสยิงตอร์ปิโดโจมตีคากะจากใต้พื้นผิวทะเล ทะเลใต้เท้าคากะระเบิด แล้วคากะก็จมลงสู่ทะเล


"โจมตีก่อนชนะก่อน ฝูงบิน ขึ้นบินได้!"


สิ้นสุดเสียงของฮิริว ฮิริวโยนไพ่ดอกไม้ขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วไพ่ดอกไม้ทั้งหมดก็แปลงร่างเป็นฝูงเครื่องบินรบ เครื่องบินรบทั้งหมดของฮิริวทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตียอร์กทาวน์ ทะเลระเบิดเป็นแนวยาวเป็นเส้นตรงพุ่งไปหายอร์กทาวน์ ระเบิดรุมล้อมยอร์กทาวน์ไว้ทั้งแปดทิศ ผมของยอร์กทาวน์ติดไฟลุกไหม้ ยอร์กทาวน์ก็รีบหนีออกไป


จากนั้นฮิริวโยนไพ่ดอกไม้ขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง ไพ่ดอกไม้ทุกใบแปลงร่างเป็นเครื่องบินรบแล้วมุ่งไปทิ้งระเบิดและตอร์ปิโดโจมตีใส่ยอร์กทาวน์อีกครั้ง ยอร์กทาวน์ล้มลงกับชายหาด ยอร์กทาวน์ขยับไม่ได้อีกต่อไป


เอ็นเตอร์ไพรส์ยิงธนูลำแสงแล้วธนูลำแสงแปลงร่างเป็นเครื่องบินขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง ยอร์กทาวน์แม้ขยับไม่ได้ก็ยังเสกเครื่องบินรบไปได้อยู่ ฮอร์เน็ตส่งฝูงเครื่องบินรบออกไปเป็นคนสุดท้าย เครื่องบินของฝ่ายสหภาพอินทรีทั้งหมดโจมตีโดนฮิริว ระเบิดและตอร์ปิโดโดนฮิริวหมดทุกลูกและระเบิดที่ตัวฮิริวหมดทุกลูก เสื้อคลุมก็ติดไฟลุกไหม้ กระโปรงก็ติดไฟลุกไหม้


"อย่าได้กลัวปืน" ฮิริวพึมพำ


ฮิริวมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ทั้งที่เสื้อคลุมของเธอยังไฟลุกกระโปรงของเธอก็ยังไฟลุก


(ฝั่งอาณาจักรซากุระ)


ที่ฐานทัพของอาณาจักรซากุระ พลเรือเอกยาคุกันเน่เดินมาหาพลเรือเอกยามาโมโตะและพลเรือเอกนากากุโมะ


พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามขึ้นว่า "คุณส่งอาคากิ คากะ โซวริว ฮิริวไปโจมตีมิดเวย์ใช่ไหม?"


พลเรือเอกยามาโมโตะตอบขึ้นว่า "คำสั่งฉันเองแหละ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็โกรธตบหน้าพลเรือเอกยามาโมโตะไปหนึ่งที แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พูดว่า "คุณคิดบ้าอะไรอยู่ กองกำลังก็ไม่พร้อมรบ กองกำลังเราก็มีไม่พอ ทุกหน่วยรบก็แยกออกจากกัน ทุกหน่วยรบกระจายกำลังกันไปหมด ไม่มีหน่วยไหนไปช่วยหน่วยไหนได้ ทุกหน่วยรบช่วยกันไม่ทันเวลา ผิดหลักพิชัยสงครามทั้งหมดเลย คุณส่งสี่คนนั้นไปตายชัดๆ"


มีพลทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาบอกว่า "พบฮิริวที่เขตทะเลบริเวณมิดเวย์ครับ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ถามขึ้นว่า "แล้วอาคากิ คากะ โซวริวล่ะ?" พลทหารคนนั้นก็ตอบว่า "จมลงทะเลหมดแล้วครับ" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ลงเรือส่วนตัวของตัวเองไปแล้วรีบเร่งออกเรือไปหาฮิริว


พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พบฮิริว ไฟยังลุกติดไหม้เสื้อคลุมและกระโปรงของฮิริวอยู่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เอาถังดับเพลิงดับไฟบนเสื้อคลุมและกระโปรงฮิริวนั้นแล้วก็จับแขนฮิริวเอาไว้จะดึงขึ้นมาบนเรือของตน ฮิริวพูดขึ้นไปว่า "ผู้การ..." เมื่อได้เห็นพลเรือเอกยาคุกันเน่


พลเรือเอกยาคุกันเน่บอกฮิริวว่า "รีบขึ้นมาบนเรือก่อน" แต่ฮิริวปัดแขนพลเรือเอกยาคุกันเน่ออก พลเรือเอกยาคุกันเน่เห็นก็ตกใจตะโกนถามฮิริวไปว่า "ทำไมกันล่ะ?" ฮิริวก็ตอบไปว่า "ความพ่ายแพ้เป็นเรื่องของเวลา" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตอบไปว่า "ไม่เกี่ยวกันเลยซักนิด เธอทำทันเวลาแล้วด้วยซ้ำ ที่เธอแพ้เพราะพวกนั้นจะรบจะรบกันต่างหากล่ะ ขึ้นมาก่อนเถอะ ฮิริว" ฮิริวพูดขึ้นว่า "ฉันคิดอยู่แต่เรื่องการต่อสู้ ทุกคนพูดว่าฉันไม่มีความเป็นผู้หญิงเลย งั้น เอ่อ ผู้การ...ช่วยทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที" พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตอบว่า "ได้สิ ฮิริว ตอนนี้เธอขึ้นเรือมาก่อน" ฮิริวพูดขึ้นว่า "ผมไม่ได้เป็นผู้หญิงแบบที่ผู้หญิงทุกคนควรจะเป็น ผมไม่ได้เป็นแบบท่านพี่โซวริว ผมมั่นใจในการต่อสู้ จะรับผู้หญิงแบบนี้เป็นเจ้าสาวไหม?" พลเรือเอกยาคุกันเน่ได้ยินที่ฮิริวพูดก็ตกใจถามขึ้นว่า "เธอพูดอะไรของเธอน่ะ ฮิริว?" ฮิริวก็เอาสำรับไพ่ดอกไม้ทั้งสำรับให้พลเรือเอกยาคุกันเน่ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ตกใจขึ้นถามขึ้นว่า "ทำอะไรของเธอน่ะ ฮิริว!!!?!" แล้วฮิริวก็ผลักเรือของพลเรือเอกยาคุกันเน่ออกไปให้ห่าง พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็ยิ่งตกใจขึ้นกว่าเดิม ถามฮิริวไปว่า "ทำอะไรของเธอน่ะ ฮิริว!!!?!" ซ้ำเข้าไปอีก ฮิริวเพียงแค่ยิ้มตอบกลับมา


ฮิริวล้มลง เลือดไหลไปทั่วร่างกายราวกับรากฝอยของต้นไม้ที่แผ่กระจายไปทั่วพื้นดิน ฮิริวหอบและหายใจ เปลือกตาของเธอเริ่มหย่อนคล้อน ฮิริวรู้ตัวว่าเธอไม่ไหวแล้ว ฮิริวหลับตาลง แล้วจมลงสู่ทะเล


นั่นคือภาพสุดท้ายของฮิริวที่พลเรือเอกยาคุกันเน่เห็น


พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็กลับฐาน แล้วเดินเข้าไปหาพลเรือเอกยามาโมโตะกับพลเรือเอกนากากุโมะ พลเรือเอกยาคุกันเน่ก็พูดขึ้นว่า "ฮิริวจมแล้ว" แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็เอาสำรับไพ่ดอกไม้ของฮิริวฟาดหน้าพลเรือเอกยามาโมโตะด้วยความโกรธ แล้วพลเรือเอกยาคุกันเน่ก็จับหัวของพลเรือเอกนากากุโมะไปกระแทกกำแพงจนเลือดออกจากนั้นยาคุกันเน่ก็เตะพลเรือเอกยามาโมโตะล้มลงแล้วนั่งคร่อมยามาโมโตะต่อยรัวๆจนยามาโมโตะเลือดออกปาก แล้วยาคุกันเน่ก็เดินออกไป


[จบ]

 [ช่วยทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที]


ผู้เขียน: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567

เลิกเขียนถาวร

 เลิกเขียนถาวร

ผมเคยมั่นใจว่าผมเขียนเรื่องสั้นได้และเก่งด้วยแต่พอได้ทำจริงผมถึงได้รู้ว่าผมทำไม่ได้และไม่เก่งเลยและไม่มีความสามารถเลยผมไม่ได้ฉลาดไม่ได้เก่งอะไรและไม่มีความสามารถเลยแม้แต่0.01%และผมทำไม่ได้ฉันเป็นแค่คนโง่และไร้ความสามารถที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปคนหนึ่งเท่านั้นผมจะลาออกไปทำอะไรที่ถนัดกว่าล่ะครับ

ฉันเคยมั่นใจว่าฉันเขียนเรื่องสั้นได้และเก่งด้วยแต่พอได้ทำจริงฉันถึงได้รู้ว่าฉันทำไม่ได้และไม่เก่งเลยและไม่มีความสามารถเลยฉันไม่ได้ฉลาดไม่ได้เก่งอะไรและไม่มีความสามารถเลยแม้แต่0.01%และฉันทำไม่ได้ฉันเป็นแค่คนโง่และไร้ความสามารถที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปคนหนึ่ง

ฉันไม่มีจินตนาการ

เรื่องสั้นของฉันไม่มีจุดเด่นอะไรเลย

ฉันไม่เชื่อว่าฉันมีจินตนาการที่สนุกสนาน

ฉันไม่เชื่อว่าฉันมีจินตนาการ

เรื่องสั้นของฉันมันไม่ได้เข้มข้นขนาดนั้น

เรื่องสั้นของฉันมันไม่ได้เข้มข้น

เรื่องสั้นของฉันมันไม่ได้สนุกขนาดนั้น

เรื่องสั้นของฉันมันไม่สนุก

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกขนาดนั้น

จินตนาการของฉันมันไม่สนุก

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกมันไม่สนานขนาดนั้น

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกมันไม่สนาน

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกสนานขนาดนั้น

จินตนาการของฉันมันไม่สนุกสนาน

ต่อให้ฉันเชื่อคำวิจารณ์ของนักวิจารณ์ให้ตายยังไง ต่อให้ฉันใช้คำวิจารณ์ของนักวิจารณ์ให้ตายยังไง เรื่องสั้นของฉันก็ไม่โดดเด่นขึ้นมาได้หรอก เรื่องสั้นของฉันไม่เด่นขึ้นมาได้หรอก

เรื่องสั้นของฉันไม่โดดเด่นขึ้นมาได้หรอก เรื่องสั้น

ของฉันไม่เด่นขึ้นมาได้หรอก

ให้ตายยังไงเรื่องสั้นของฉันไม่โดดเด่นขึ้นมาได้หรอก ให้ตายยังไงเรื่องสั้นของฉันไม่เด่นขึ้นมาได้หรอก

เรื่องสั้นของฉันไม่มีคุณค่า

เรื่องสั้นของฉันไม่เคยส่งต่อคุณค่าให้ผู้อ่าน

เรื่องสั้นของฉันไม่ได้ทำหน้าที่สำเร็จลุล่วงด้วยตัวมันเองเลยแม้แต่น้อย

เรื่องสั้นของฉันมันเพ้อฝัน

เรื่องสั้นของฉันมันเพ้อเจ้อ

เรื่องสั้นของฉันมันไร้สาระ

เรื่องสั้นของฉันไม่เคยสำเร็จ

เรื่องสั้นของฉันมันห่วยแตก

ฉันเกลียดเรื่องสั้นของฉันเอง

ฉันเกลียดตัวฉันเอง

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567

 ความฝันมันเพ้อเจ้อ ความสำเร็จมันเพ้อเจ้อ การทำในสิ่งที่ใจรักมันเพ้อเจ้อ สิ่งที่ใจรักมันเพ้อเจ้อ ความสุขมันเพ้อเจ้อ

ทั้งหมดนั้นมันไม่มีอยู่จริงหรอก

การทำในสิ่งที่ใจรักมันไม่มีวันทำให้มีความสุขได้หรอก!

เนื้อคู่ไม่มีอยู่จริง ความรักมันไม่มีอยู่จริงหรอก รักแท้ไม่มีอยู่จริง ให้ตายเนื้อคู่ก็ไม่มีอยู่จริง ให้ตายความรักมันก็ไม่มีอยู่จริง ให้ตายรักแท้ก็ไม่มีอยู่จริง

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2567

 เมื่อมีความขัดแย้งของสองฝ่าย ฝ่ายที่สามจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อีกสองฝ่ายจนหมดสิ้น

เมื่อมีความขัดแย้งของสามฝ่าย ฝ่ายที่สี่จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อีกสามฝ่ายจนหมดสิ้น

เมื่อนักเรียนสองโรงเรียนตีกัน สุดท้ายจะโดนตำรวจจับเข้าคุกทั้งสองโรงเรียน

เมื่อนักเลงสองแก๊งสามแก๊งยิงกันเอง ประชาชนผู้โกรธแค้นจะรุมประชาทัณฑ์จนตาย

ตาอินกับตานาขัดแย้งกันเรื่องปลา เมื่อมีตาอยู่เข้ามา สุดท้ายก็ไม่มีใครได้กินปลาเลย

ในยุคจ้านกว๋อของจีน ก่อนจะมีฮ่องเต้พระองค์แรก หกแคว้นขัดแย้งกันเอง พันธมิตรหกแคว้นแตกสลาย

สุดท้าย แคว้นที่เจ็ด แคว้นฉิน ฉินสือหวงตี้(จิ๋นซีฮ่องเต้) ก็กวาดล้างหกแคว้นเสียสิ้น พังพินาศ ยับเยิน เละเทะ ตั้งตนเป็นจ้าว ตั้งตัวเองเป็นองค์พระจักรพรรดิพระองค์แรกของจีน เข้าสู่ยุคราชวงศ์ฉิน ปิดฉากยุคจ้านกว๋ออย่างสมบูรณ์

เมื่อเกิดสงคราม

เมื่อมนุษย์ขัดแย้ง

จะไม่ปีประเทศใดได้รับชัยชนะ

จะไม่มีใครได้รับชัยชนะ

พายุสุริยะจะชนะ

น้ำแข็งขั้วโลกละลายจะได้รับชัยชนะ

ชั้นโอโซนถูกทำลายจะได้รับชนะ

ใน500ล้านปีข้างหน้า แดดจะระเหยน้ำไปจนหมด และแผดเผาโลกนี้ให้เป็นขี้เถ้า 5000ล้านปีข้างหลังสิ้นสิ่งมีชีวิต ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นดาวแคระแดง

มนุษย์จะพ่ายแพ้ต่อภาวะโลกร้อน

มนุษย์จะพ่ายแพ้ต่อน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลาย

มนุษย์จะพ่ายแพ้ต่อพายุสุริยะ

มนุษย์จะพ่ายแพ้ต่อชั้นโอโซนที่ถูกทำลาย

มนุษย์จะพ่ายแพ้ต่องดวงอาทิตย์ยามเมื่อมันสิ้นอายุขัย

ท้ายที่สุด มนุษย์จะพ่ายแพ้ต่อวันสุดท้ายของจักรวาล อายุขัยของจักรวาล ยามเมื่อจักรวาลมันยุบ ยามเมื่อจักรวาลตาย ยามเมื่อจักรวาลถูกทำลาย ยามเมื่อจักรวาลทำลายตัวเองในท้ายที่สุด

น่าประหลาด หนังฮีโร่สำหรับเด็ก ที่ผู้ใหญ่บางคน(แต่ก็หลายคนเหลือเกิน) สบประมาท ปรามาส ตราหน้าว่าปัญญาอ่อนนั้น

กลับทำนายความเลวร้ายของมนุษย์ และการที่มนุษย์จะทำลายตัวเอง นับตั้งแต่เมื่อ50ปีก่อนแล้ว


https://66degrees.com/google-cloud-next/

https://www.kpmg.com/us

https://www.doit.com/google-cloud-partner/

https://buildboldcloud.com/en/

https://software.broadcom.com/

https://www.intel.com/content/www/us/en/partner/showcase/google/overview.html

https://www.ltimindtree.com/enterprise-solutions/gcp/

https://www.eviden.com/

https://www.opentext.com/

https://www.pwc.com/us/en/services/alliances/google-cloud.html

https://www.vmware.com/cloud-solutions/google-cloud.html

https://www.onixnet.com/google-cloud/

https://www.dialpad.com/dialpad-for-google/

https://www.sap.com/googlecloud


https://www.nvidia.com/en-us/data-center/gpu-cloud-computing/google-cloud-platform/