วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

 สัตว์ประหลาดสายรุ้ง

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"  "สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"  "สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง" "สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง" "สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง" "สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

ประโยคเดียวกันที่ถูกพูดถึงสิบครั้งข้างต้นเป็นเสียงพึมพำของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกทีมกู้ภัยพบในซากตึก

นักวิทยาศาสตร์หนุ่มคนหนึ่งกับเพื่อนของเขาที่เป็นนักสืบเอกชนค้นหาข้อมูลในบ้านนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ตายไปแล้ว

นักวิทยาศาสตร์หนุ่มพบสมุดบันทึกเล่มหน้าเตอะ เขาเปิดสมุดออกดู หน้าแรกมีข้อความว่า สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง

ไม่ว่านักวิทยาศาสตร์หนุ่มจะเปิดสมุดบันทึกไปยังหน้าใดๆก็ล้วนมีแค่ประโยคเดียว สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง

ทางนักสืบเอกชนผู้เป็นเพื่อนกับเขา นักสืบผู้นั้นเจอสมุดบันทึกเล่มหนาเตอะอีกเล่ม และไม่ว่าจะเปิดไปยังหน้าใด ก็มีแค่ประโยคเดียว สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"เหมือนกัน สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"เล่มนั้นก็เขียนว่าสัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมืองเหมือนกันเหรอ?"

"ใช่ สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

ที่ใจกลางกรุง

ทันใดนั้น สัตว์ประหลาดเหมือนกิ้งก่าบ้านมีแผงกระดูกบนหลังสองแถวแบบไดโนเสาร์สเตโกซอรัส เข้ามาอยู่ใจกลางกรุงแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

รุ้งปรากฏจากแผงกระดูกบนหลังสัตว์ประหลาด

แล้วรุ้งก็ทำหน้าที่ของมัน

สภาพกรุง เหมือนฝุ่นโดนไม้กวาดกวาดไป แต่เปลี่ยนจากฝุ่นเป็นตึกคอนกรีตที่เห็นได้ทั่วไปในกรุงเทพที่แสนรถติด เปลี่ยนจากไม้กวาดเป็นรุ้งที่สร้างระเบิดลูกไฟเมื่อสัมผัสโดนคอนกรีต

เหมือนแก๊งเด็กซิ่งมอเตอร์ไซค์ ที่ซิ่งบนพื้นน้ำขังแล้วน้ำปริมาณมากกระเซ็นใส่คนเดินบนทางเท้า แต่เปลี่ยนจากคนเดินบนทางเท้าเป็นตึกกระจกระฟ้า เปลี่ยนจากน้ำกระเซ็นเป็นระเบิดไฟกระเซ็น

เหมือนเทน้ำที่ซักผ้าเสร็จลงบนพื้น แต่เปลี่ยนพื้นเป็นตึกศิวิไลซ์ ตึกคอนกรีตบ้าง ตึกกระจกบ้าง เปลี่ยนจากน้ำซักผ้าเป็นระเบิดจากรุ้ง

กรุงโดนกวาดสิ้น