วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566

 วันที่10 กันยา 1999 เป็นวันที่กูเกลียดที่สุด

เกิดมาทำไม? โตมาทำไม? ญี่ปุ่นไม่ได้ไป ไม่ได้เขียนบทหนังอุลตร้าแมน ไม่ได้กำกับอุลตร้าแมน ไม่ได้เป็นสูทแอคเตอร์อุลตร้าแมน ไม่แสดงในอุลตร้าแมน ยิ่งมาเจองานวิจัยที่ว่าคนฉลาดไม่มีทางประสบความสำเร๋จ คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่โชคดีต่างหาก แล้วกูจะตั้งใจเรียนไปทำเหี้ยอะไร? ได้เกรดดีๆไปทำเหี้ยไร? กูจะเรียนจบปริญญาไปทำเหี้ยไร ถ้าเราต้องพึ่งดวงขนาดนี้ กูจะขยันทำงานไปทำเหี้ยไร? กูเอาเงินไปแทงหวยอย่างเดียวจะดีกว่าไหม? ตอนเด็กกูจะเอาแต่อ่านหนังสือ เป็นเนิร์ดหนังสือไปทำไมวะ? แล้วกูเรียนเก่งเหรอ? ตอนม.3 ม.2อยู่ทับไหนแม่งก็อยู่ทับเดิมนั่นแหละ ถ้ากูเรียนเก่งจริงทำไมตอนม.3คณิตกูได้แค่เกรด2เองวะ? นี่กูฉลาดแล้วใช่ไหม? กูฉลาดเหรอ? เราจะเกิดมาทำไม ถ้าเราต้องใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าเป็นแพลงก์ตอนไปวันๆแบบนี กูจะทุ่มเทตั้งใจทำสุดความสามารถไปทำไม? กูเกลียดโลกใบนี้ แล้วกูก็เกลียดตัวเองด้วย

กูเจอดาราญี่ปุ่นเกิดวันเดือนปีเดียวกันกับกูด้วยว่ะ เช็กมาในวิกิพีเดียญี่ปุ่น ถ้าไม่ผิดพลาด เขาเป็นนักแสดงตั้งแต่เราอยู่ม.2 กูนี่23ปีแล้ว(เดือนหน้า24ละอีกปีก็เบญจเพศแล้วนะ)ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปทำอะไรต่อ ดวงกูนี่ซวยยันเรื่องยูกิเลยใช่ไหม(ไอ้ใบที่อยากได้ก็ไม่เคยขึ้น)

https://www.instagram.com/kitamura_y910/

จริงๆกูมีงานที่อยากทำนะ เขียนบทอุลตร้าแมน/ก็อตซิลล่า กำกับ+กำกับเทคนิคพิเศษหนังโทคุซัทสึ แต่กูคงเป็นไม่ได้หรอกมั้ง แถมกูไม่รู้ด้วยทำยังไงถึงจะเป็นได้

เชี่ย เลยวันพรุ่งนี้ไปก็วันเกิดกูแล้วนี่หว่า 24ปีแล้วเหรอวะ? ไอ้คนที่ทั้งครู(แม้กระทั่งครูศราพร)ทั้งนักเรียนร่วมห้องเดียวกัน(ตั้งแต่ม.1ม.2ม.3)ชมว่าเรียนเก่ง(เรียนเก่งแค่ไหนกูก็ไม่รู้ เพราะทุกคนบอกแค่ว่ากูเรียนเก่งเหมือนกันหมด)มันมาถึงจุดๆที่นึกขึ้นได้ว่าที่ผ่านมาไม่ได้คิดไม่ได้ฝันว่าจะเห็นพวกมึงเป็นมนุษย์เงินเดือนส่วนตัวเองติดแหงกอยู่ที่เดิมได้ไงวะ?

ชนิดที่ว่าถ้ามนุษย์ดาวกัตซ์มีจริงกูน่าจะโดนมันฆ่าตายไปนานละ เพราะกูติดแหงกอยู่ที่เดิม

24ปีแล้วนะ

https://www.instagram.com/kitamura_y910/

เกิดวันเดือนปีเดียวกันแต่เขาได้เป็นดารา ได้แสดงตั้งแต่2013

ส่วนกูนั่งเล่นplants vs zombiesจนปลดล็อคโหมดsurvival แถมเล่นถึงด่านหลังคาของโหมดsurvivalด้วย

เพื่อไรวะ?

24ปี ตอนนี้กูทำได้แค่เล่นplant bs zombieจนถึงโหมดsurvival

Vs bsอะไรเล่า

10 กันยายน 1999

สิบกันยายนหนึ่งเก้าเก้าเก้า ผู้หนึ่ง ได้เกิดมา

คิดไว้ ว่าโตมา หาได้ไม่

คิดว่า ยังอยู่ หามิได้

เวลา หมุนวน เป็นวงกลม

สิบกันยา ทวีคูณ

สิบกันยา อันใหม่ ตามมา

และตามมา

ผู้ที่ว่า คือ ความมืด

ทุกคนเห็น รู้จัก

อยู่ใกล้ชิดทุกคน เดินตามทุกผู้ อยู่กับทุกคน

แต่หามีผู้ใดสนใจไม่

ความมืดเป็นสิ่ง มองไม่เห็น หาได้ไม่

แต่ทำให้มองไม่เห็น

กระต่ายน้อยสีขาว ตัวนั้น คิดว่า จะอยู่ถึงปัจจุบันหามิได้

แต่ก่อนมีคน อยู่รอบข้าง

ตอนนี้ คนรอบตัว อันตรธานหาย

ชีวิตดั่งสายฝน

อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ดั่งสายฝน

วันหนึ่ง อาบัง เอาโรตี ใส่หมูสับ มาให้

ความคิดที่อธิบายไม่ได้ อยู่ในใจ

กระต่ายขาวน้อย ตัวนั้น เกลียดชีวิต

วันเกิดผม

สิบกันยาหน้า อาจเป็นวันตาย

อยากจะฆ่าตัวตายไปให้พ้นๆไป ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ เขียนก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้ เหนื่อยฉิบหาย พอกันที กับชีวิตที่ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จซักอย่าง ตอนอยู่อยว.มีผู้หญิงมาสารภาพรักจริงจังถึง2ครั้ง จำได้แม่นเลยตอนม.1 ม.2 ป่านนี้ยังไม่มีแฟนซักที ส่งงานเขียนให้สำนักพิมพ์ก็ไม่ผ่าน สำนักพิมพ์ที่เพิ่งตั้งใหม่แย่างสำนักพิมพ์ผวายังไม่รับเลย โกรธ เบื่อหน่าย และหงุดหงิด เริ่มหมดความอดทนแล้ว เริ่มหมดความพยายามแล้ว และจะไม่พยายามต่อไป ทั้งชีวิตมีแต่ความล้มเหลว โคตรน้อยใจโชคชะตาเลย ไอ้ที่อยากทำก็ไม่เคยได้ทำเลย โคตรน่าเบื่อ

"ผมไม่อยากเป็นนักเขียน

ผมไม่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์

ผมไม่เชื่อในความฝัน

ผมเกลียดความฝัน

........" .....

"ไม่เป็นยังไงเลย"

"ผมไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น"

"ไม่ โลกนี้ให้อะไรบ้างล่ะ? Godzillaภาคใหม่เหรอ?

"ไม่ล่ะ เค้กวันเกิดจะเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำมันก็บูด ไงก็ต้องกินอยู่ดีใช่ไหมล่ะ? ทุกวันเกิดที่ผ่านมาจำได้หรือเปล่าว่ากินเค้กอะไรไปบ้างน่ะ? ผ่านมาตั้ง23ปี เพิ่งจะมีคนบอกว่าหล่อ ทีตอนอยู่อยว.มีแต่คนบอกว่าหน้าเหมือนปลวก มาตอนนี้ จะให้คอยรับข้อเสนอนู่นนี่หรือไล่ตามความฝันไปอีกทำไม?"

"ความฝันมันมีชีวิตหรือไงล่ะ? มันเดินได้เหรอ? มันมีเมตาบอลึซึ่มอะไรนี่หรือเปล่า? เฮโมโกลบินยังไม่มีเลยมั้ง เดินปุ๊บๆ เฮ้ ความฝัน ผมชอบคุณ เรามาแต่งงานกันเถอะ ความฝันบอก 'โทษที ฉันคิดกับเธอแค่เพื่อน' งี้เหรอ? เอาจริงดิ? ความฝันมันมีวันเกิดหรือไงล่ะ? ผมเกิด10 กันยา 1999 ความฝันเกิด10 กันยา 1999ด้วยไหม? 23ปีที่ผ่านมา มีแต่คนบอกหน้าเหมือนปลวก ตอนนี้มีคนมาบอกว่าหล่อ เรียนเก่งอย่างงู้นอย่างงี้ ตอนสอบตั้งแต่ป.1ยันจบปริญญาตรีเนี่ย ไม่เคยอ่านหนังสือก่อนสอบเลยแม้แต่วิชาเดียว ไม่เคยสอบตก ไม่เคยซ้ำชั้น จบมาได้ก็โคตรจะบุญหัวแล้ว 23ปีที่ผ่านมา ชมก็ไม่ชม ช่วยก็ไม่ช่วย สนใจก็ไม่สนใจ แล้วอยู่ๆก็มาสนใจผมเอาอีตอนนี้ โลกนี้มันเป็นบ้าอะไรกันหมดแล้ว!!!!!?????"

"ทำไมล่ะ? ตอนเด็กถามมาได้ว่าฝันอยากเป็นอะไร แต่พอโตมาก็ไม่มีใครทำความฝันให้มันเป็นจริงซักคน ทำไมผมต้องตอบรับทุกคนในวันที่ทุกอย่างมันสายไปแล้วด้วย?"

"เพราะมันไม่มีใครช่วยใครไง ความฝันอะไรนั่นมันไม่มีวันเป็นจริงหรอก ไม่มีใครรับอะไรจากคนนอก ส่งงานเขียนไปสำนักพิมพ์ไหนก็ไม่รับ มันจะไปอยู่ได้ไงล่ะ อยากเป็นพระเอกอุลตร้าแมนน่ะใช่ แต่เขาไม่รับหรอกน่า 23ปีแล้ว เสียเวลามาตั้ง23ปีแล้ว 10กันยา อีก2เดือนข้างหน้าก็24ปีแล้ว การ์ตูนเรื่องแรกที่เขียน เขียนตั้งแต่ตอนป.5 แถมยังเขียนไม่จบด้วย ไม่เอาแล้ว ไม่เอา เพราะงี้ไง เลยปฏิเสธโอกาสทั้งหมดที่เข้ามาในชีวิต ปฏิเสธงานที่มีคนเสนอเข้ามาทั้งหมด ปฏิเสธความช่วยเหลือทั้งหมด ต่อให้มีแมวมองมาพาไปเป็นดาราก็ไม่เอา จะทำอะไรขอทำเอง ไม่ขอให้ใครพาไปที่ไหนหรือช่วยอะไรทั้งนั้น ขอปฏิเสธทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตทั้งชีวิต

"ไม่ต้องการความช่วยเหลือ"

วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2566

 เควตซัลโคแอตลัส

เควตซัลโคแอตลัส เป็นเทอโรซอร์เหมือนกับเทอราโนดอนที่ปรากฏในหนังJurassic Park

ปลายปีกข้างหนึ่งวัดไปถึงปลายปีกอีกข้างได้ความยาว 12เมตร

นักวิทยาศาสตร์หนุ่มคนหนึ่งที่ตายไปแล้วได้เขียนบันทึกเอาไว้ว่า เควตซัลโคแอตลัสยังไม่สูญพันธุ์ มันซ่อนตัวอยู่ในถ้ำในภูเขา เขาบอกว่าถ้ามันมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เควตซัลโคแอตลัสก็จะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้หมด

หลังจากเขาตาย ก็เริ่มมีคนพูดประโยคที่ว่า "เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้ เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้หมด"

แม้แต่เด็กอนุบาลยังต้องร้องไห้ "เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้หมด เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้" แม้แต่เด็กอนุบาลก็ยังพูดประโยคนี้

แก๊งวัยรุ่นซิ่งมอเตอร์ไซค์ก็ยังเลิกทำตัวเป็นแก๊งซิ่ง พวกวัยรุ่นจอมซิ่งเหล่านั้นก็พูดว่า "เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้หมด เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้หมด"เช่นเดียวกัน

ผู้ใหญ่บ้านเริ่มทำตัวกระวนกระวาย และผู้ใหญ่บ้านก็พูดประโยคที่ว่า "เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้หมด เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้หมด" เช่นกัน

อบต.ก็เริ่มพูดประโยคที่ว่า "เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้หมด เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้หมด"

"เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้หมด เควตซัลโคแอตลัสจะกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้หมด" นายอำเภอเริ่มพูดประโยคนี้อย่างตื่นตระหนก

เควตซัลโคแอตลัสปรากฏตัว หน้าตาเหมือนนกกระสาที่มีขนาดใหญ่พอจนคลุมสวนหลังบ้าน ตัวบ้าน ไปจนถึงถนนหน้าบ้านด้วย ปีกทั้งสองข้างยาวไปถึงบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับบ้านของเรา หรืออาจจะอยู่ห่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่กรุงเทพหรือบ้านนอก ขนของมันไม่ใช่ขนแบบนก เป็นขนแบบแมว ขนสีขาว เควตซัลโคแอตลัสบินผ่านหมู่บ้าน หลังคาหญ้า แผ่นกระเบื้อง ขื่อ คาน ฝาผนัง รั้ว โครงสร้างเหล็ก ของบ้านทุกหลัง หลุดออกจากกันและปลิวเหมือนใบไม้ที่โดนพายุพัดในวันที่ฝนจากพายุฤดูร้อนตก หมู่บ้านถูกทำลายสิ้น

https://66degrees.com/google-cloud-next/
https://www.kpmg.com/us
https://www.doit.com/google-cloud-partner/
https://buildboldcloud.com/en/
https://software.broadcom.com/
https://www.intel.com/content/www/us/en/partner/showcase/google/overview.html
https://www.ltimindtree.com/enterprise-solutions/gcp/
https://www.eviden.com/
https://www.opentext.com/
https://www.pwc.com/us/en/services/alliances/google-cloud.html
https://www.vmware.com/cloud-solutions/google-cloud.html
https://www.onixnet.com/google-cloud/
https://www.dialpad.com/dialpad-for-google/
https://www.sap.com/googlecloud

https://www.nvidia.com/en-us/data-center/gpu-cloud-computing/google-cloud-platform/

 วันพิฆาตโลก

สัตว์ประหลาดหน้าตาเหมือนปูสูงเท่าตึกกระจกระฟ้าพ่นไฟออกมาจากปาก

ควันพวยพุ่งเหมือนตอนที่เผาหญ้า  ควันคลุมทั่ว คลุ้งไปหมดจนมืด ควันทำให้มืดประหนึ่งกลางคืน จากนั้นก็เกิดการระเบิดไปถึงฟ้า


แถวสิ่งก่อสร้างคอนกรีต บ้านหลังคาสังกะสีที่เนียวกันเป็นแถว ๆ ตึกที่เป็นแถวที่อยู่ติดกันเป็นพรืด ป้ายที่ติดบนสะพานปูน ป้ายที่ตั้งเรียงรายทุกข้างถนนลาดยาง ตึกกระจกโคตรสูงลิบลิ่วประหนึ่งจะปีนเมฆ ตึกห้างสรรพสิ้นค้าที่โคตรจะใหญ่ สะพานที่ให้รถข้าม ทั้งหมดที่ว่ามานี่โดนระเบิดลูกบอลไฟกลืนหมดสิ้น


เมืองไม่ต่างไปจากถ่านแดงที่ลุกแรงในเตาไฟฟืน

 ตึกคอนกรีตระเบิดเหมือนถังสีที่มีคนไปเอาสีออกเทน้ำมันเบนซินลงไปใส่ชนวนปิดฝาจุดชนวนแล้วระเบิด  สนามหญ้าไฟลุกโหมเหมือนตอนที่คนสวนเผากองไม้มะม่วงขนาดยักษ์ ทางด่วนระเบิดเป็นฝุ่น ระเบิดเป็นฝุ่นที่มีสภาพเหมือนแป้งในกระป๋องพุ่งออกมาตอนเราจะประแป้ง


ถนนระเบิดไฟลุกจากใต้พื้น แถวรถแท็กซี่ แถวมอเตอร์ไซค์ ที่กั้นถนนระเบิดกระเด็นปลิวไปหมด สะพานระเบิด แล้วสะพานก็ทับถนน แล้วสะพานก็เกิดระเบิดซ้ำขึ้นมาอีก


รถไฟฟ้าระเบิดไปพร้อมกับสะพาน

เกิดแสงแฟลชเหมือนเกิดฟ้าแลบไปทั่วท้องฟ้าทั่วทุกทิศ กระจกทุกบานแตกออก จากนั้นสิ่งปลูกสร้างทุกหลัง กำแพงอิฐ  โรงเรียน ระเบิดออกเหมือนมีใครเอาแป้งเทใส่ลูกโป่งแล้วเจาะลูกป่องใส่แป้งให้มันแตกเสียงดัง ต้นไม้ทั้งต้นหลุดออกจากพื้นดิน


ระเบิดไฟปกคลุม


ซากเมืองอยู่ในทะเลเพลิง


ตึกแถว ตึกกระจก ตึกระฟ้า บ้านธรรมดา ๆ  เสาไฟ สะพาน ระเบิดแตกออกไฟลุกหมดพร้อมกัน

ระเบิดลูกไฟลามไปยังตึกกระจกระฟ้าที่อยู่เรียงกันเป็นแถวตึกอื่น ๆ ลูกไฟลามไปยังถนนคนเดิน ลูกไฟลามไปยังตลาด ลูกไฟลามไปทั้งสะพานปูนและตึกคอนกรีต ลูกไฟลามไปสนามบิน ลูกไฟลามไปรันเวย์สนามบิน ลูกไฟลามไปเครื่องบินทีี่อยู่นิ่งบนพื้นเป็นแถว ๆ ลูกไฟลามไปถึงรถไฟใต้ดิน

ตึกคอนกรีตปลิวเหมือนใบไม้แห้งบนพื้นโดนพายุแรง ๆ พัด


ลูกไฟพุ่งเข้าใส่ตึกกระจกสูงเหมือนเวลาสปริงเกอร์ฉีดน้ำเป็นฝอย ๆ ไปยังต้นไม้หรือไม่ก็หญ้าบนพื้น


ลูกไฟมุ่งหากระจกสูงเหมือนน้ำท่วมแต่เปลี่ยนจากน้ำเป็นไฟ


เกิดเสียงดังก้องขึ้นดั่งเสียงอสุนีบาตแผดร้องก้องนภา ตึก  บ้าน  ถนน  ต้นไม้  รั้วเหล็ก  เสาไฟ  หอคอย  เสาโทรศัพท์  ท่อประปา  ถังน้ำ  พื้นดิน ทุกอย่างถูกยกจากระเบิดใต้ดินเหมือนมีคนถือกระดานหมากรุกที่มีตัวหมากอยู่บนกระดานครบแต่โยนหมากขึ้นไปข้างบนออกจากกระดานจนหมดแต่มือยังจับกระดานแน่นไว้ไม่ปล่อย สภาพเมืองก็ไม่แตกต่างกระดานหมากรุกที่ว่าเมื่อกี้นี้ จนทั้งเมืองกลายเป็นหลุมอุกกาบาต

จบ

https://www.tcs.com/what-we-do/services/cloud/google
https://www.capgemini.com/about-us/partnerships/google-cloud/
https://sada.com/

https://www.datadoghq.com/solutions/gcp/

จอห์นนี่ ดาร์กเนส

"นายจับจอห์นนี่ ดาร์กเนสไม่ได้หรอก ทุกคนที่เจอหน้าเขาตายหมดทุกคน"

"สายสืบที่ไปสืบเรื่องของจอห์นนี่ ดาร์กเนสตายหมดทุกคนเลย"

"ครั้งหนึ่งมีตำรวจจากสน.หนึ่งไปตามจับจอห์นนี่ ดาร์กเนสกันทั้งสน. ผลคือตายหมดทั้งสน."

"ทีมหน่วยสวาตทุกทีมที่ไปตามจับเขาตายหมดยกทีมทุกทีมเหมือนกัน"

"จอห์นนี่ ดาร์กเนส? แค่อ้าปากเขาก็รู้แล้วว่าเรากำลังจะพูดอะไร ถ้าพูดอะไรออกไปให้จอห์นนี่ ดาร์กเนสฟังเขาก็รู้แล้วว่าประสบการณ์ทั้งชีวิตเราเป็นแบบไหน"

"เขาอ่านใจได้หมดทุกคน ไม่ว่าเราวางแผนจับเขายังไง เขาทำลายแผนได้หมด แก๊งซิ่งมอเตอร์ไซค์สองแก๊ง แก๊งค้ายาสามแก๊ง โดนเขาฆ่าเรียบ"

"นี่คือรายงานเรื่องจอห์นนี่ ดาร์กเนสจากสายทุกคนที่ตายไป นายยอมแพ้เถอะ นายชนะเขาไม่ได้หรอก"

"ถ้าอิงจากรายงานที่เขารวมมาให้ จอห์นนี่ ดาร์กเนสน่าจะอยู่แถว ๆ นี้แหละ"

"ในที่สุดฉันก็เจอแก จอห์นนี่ ดาร์กเนส ยอมมอบตัวซะ"

"มอบตัวเรื่องอะไร?"

"ฆ่าคน"

"ฉันฆ่าใครไปบ้างล่ะ?"

"สายสืบของตำรวจ ตำรวจที่ตามจับแก หน่วยสวาต แก๊งวัยรุ่นซิ่งมอเตอร์ไซค์ แก๊งค้ายา"

ทันใดนั้นจอห์นนี่ ดาร์กเนสก็ตอบกลับรวดเดียวจบ

"เจ้าพวกนั้นมันฆ่าตัวตาย

มีเรื่องอยากบอก สายสืบที่มาสืบเรื่องฉันรับสินบนกันหมดทุกคน เปล่า ไม่ได้รับสินบนจากฉัน รับสินบนจากผู้ใหญ่บ้าน คนของตำบล นายอำเภอ มีแต่พวกคนไม่รู้จักโตทั้งนั้น สายสืบพวกนั้นถูกฆ่าตายเพราะตกลงเรื่องเงินกับคนที่ให้สินบนพวกมันไม่ได้

ตำรวจที่ตามจับฉัน เจ้าพวกนี้ก็ฆ่าตัวตายเหมือนกัน ผัวเมียนอกใจกันบ้าง มีกิ๊กบ้าง โดนเมียโดนแฟนวางยาฆ่าตาย ไปโกงเขาแล้วเขาตามมากระทืบถึงบ้าน ยังไม่นับไอ้พวกที่ไปกร่างผอ.โรงเรียน ไปกร่างใส่วัยรุ่นที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรอีกนะ แล้วก็โดนรุมกระทืบจนตาย

หน่วยสวาตเหรอ? ก็ไม่แตกต่างไปจากพวกตำรวจเมื่อกี้นี้หรอก

แก๊งวัยรุ่นซิ่งมอเตอร์ไซค์ เจ้าพวกนี้ขับรถชนกันตาย แค่จัดปาร์ตี้ให้เฉย ๆ เจ้าพวกนี้กินเหล้าคนละ12ขวด บอกไปแล้วว่าต่อให้คอแข็งไม่ได้หมายความว่าจะไม่โดนรถชนตาย ไม่ได้หมายความว่าจะขับรถไหว แล้วเป็นไง ชนกันตายกันหมด

แก๊งค้ายาน่ะเหรอ? แค่บอกความจริงไปว่า อีกแก๊งมีทองร้อยล้านบาท มีเพชรจริงเก็บไว้ในโกดัง เจ้าพวกนั้นก็ฆ่ากันเอาของแล้ว ถึงได้ตายกันหมดไง

จะจับฉันข้อหาอะไร? ฆ่าคน? ฉันฆ่าใครเหรอ? ฉ้อโกง? โกหกเจ้าพนักงาน? ฉันโกหกตำรวจด้วยเหรอ? ฉันก็บอกความจริงอยู่นี่ไง ขัดขวางการปฏิบัติงานของตำรวจ? รู้ไหมใครแจ้งความคดีทั้งหมดนี่? ฉันเองไง จับฉัน ไหนล่ะ? หลักฐาน? ไหนล่ะ? พยาน? บอกไปแล้ว ทุกคนฆ่าตัวตายกันเอง พวกเขาบอกมาว่า ทุกคนที่เจอหน้าจอห์นนี่ ดาร์กเนสตายกันหมดทุกคนล่ะสิ ทุกคนที่เจอหน้าฉันตายกันหมดทุกคนเลยคิดว่าฉันเป็นคนฆ่างั้นเหรอ? ไหนบอกหน่อยซิ ว่าฉันฆ่าใคร?

แกไม่ได้แพ้ฉัน แกแพ้ตัวแกเอง"

จบ



วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

 มังกรจากมิติที่เหนือกว่า

"การย้อนเวลา การเดินทางข้ามไปอนาคต ไม่สามารถเป็นไปได้ การย้อนเวลา การเดินทางข้ามไปในอนาคต ที่เป็นไปไม่ได้นั้น ความจริงแล้ว เป็นไปได้ แต่ต้องทำในมิติอื่นเท่านั้น อะไรก็ตามที่ไม่สามารถได้ในวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน อะไรก็ตามที่มีอยู่ในสมมติฐานแต่ไม่มีอยู่จริงในความเป็นจริง เพราะมันมีอยู่จริงในมิติอื่น อธิบายได้ในมิติอื่น และหากมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในมิติอื่น ๆ นั้น ห้ามให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเข้ามาในมิติของเราเด็ดขาด สิ่งมีชีวิตต่างมิติตัวเดียวก็สามารถทำลายระบบสุริยะทั้งระบบได้"

ทฤษฎีบูลต้อน–ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

นี่คือทฤษฎีที่เสนอโดยนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ แต่ตัวเขาได้ตายไปเมื่อ1ปีที่แล้ว(ค.ศ.2023)

เขาตั้งชื่อทฤษฎีของเขาว่า "ทฤษฎีบูลต้อน" ซึ่งตั้งตามชื่อสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งในเรื่องอุลตร้าแมน

เขามักเน้นย้ำหลายครั้ง ว่าจะมีสัตว์ประหลาดจากมิติที่เหนือกว่า "ดูด" ดวงดาว ดูดที่ว่าก็คือดูดทุกอย่างของดาวทั้งดาวฤกษ์และดาวเคราะห์

หลังจากทฤษฎีบูลต้อนถูกพัฒนาโดยสมบูรณ์ หลังจากนั้น สิบห้าวัน ตัวปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์ได้บอกกับชุมชนนักวิทยาศาสตร์ว่า "สิ่งมีชีวิตจากมิติที่เหนือกว่าจะดูดทุกอย่างจากโลกไป" แล้วก็ได้เสนอสมการที่เอาไว้จัดการไม่ให้โลกนี้ถูกสิ่งมีชีวิตจากมิติที่เหนือกว่าดูดไป

แต่ไม่มีใครสน จนกระทั่งเขาตาย

หลังจากนั้นครึ่งปี ก็มีคนสองสามคนตื่นตระหนกบอกกับทุกคน โลกจะถูกสิ่งมีชีวิตจากมิติที่เหนือกว่าดูดทุกอย่างไปจนโลกนี้โดนทำลาย

จนกระทั่งปีนี้

อยู่ๆก็มีมังกรที่ร่างกายเหมือนทำมาจากพลาสติกที่โปร่งใสปรากฏจากอวกาศทะลุท้องฟ้ามาที่โลกโดยที่ร่างของมันยาว ยาวซะจนเห็นแต่หัวที่โคตรจะยาวของมันเท่านั้น แต่ไม่เห็นส่วนลำตัวและหาง

หากเห็นส่วนลำตัวและหางมันอาจจะยาวยิ่งกว่านี้อีก

เครื่องบินรบทำการยิงจรวดใส่ แต่จรวดทะลุตัวมันไปทุกลูก ประหนึ่งมันเป็นอากาศธาตุ

จากนั้นมันก็อ้าปากแล้วจุ่มตัวเองลงไปในน้ำ

มหาสมุทรน้ำแห้ง ทะเลน้ำแห้ง ทะเลสาบน้ำแห้ง แม่น้ำน้ำแห้ง ภูเขาไฟทุกลูกบนโลกปะทุพร้อมกัน ทั่วชั้นบรรยากาศโลกปกคลุมไปด้วยควันสีดำและแสงสีแดง

จากนั้นดาวโลกก็ระเบิด

วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

 สัตว์ประหลาดสายรุ้ง

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"  "สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"  "สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง" "สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง" "สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง" "สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

ประโยคเดียวกันที่ถูกพูดถึงสิบครั้งข้างต้นเป็นเสียงพึมพำของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกทีมกู้ภัยพบในซากตึก

นักวิทยาศาสตร์หนุ่มคนหนึ่งกับเพื่อนของเขาที่เป็นนักสืบเอกชนค้นหาข้อมูลในบ้านนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ตายไปแล้ว

นักวิทยาศาสตร์หนุ่มพบสมุดบันทึกเล่มหน้าเตอะ เขาเปิดสมุดออกดู หน้าแรกมีข้อความว่า สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง

ไม่ว่านักวิทยาศาสตร์หนุ่มจะเปิดสมุดบันทึกไปยังหน้าใดๆก็ล้วนมีแค่ประโยคเดียว สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง

ทางนักสืบเอกชนผู้เป็นเพื่อนกับเขา นักสืบผู้นั้นเจอสมุดบันทึกเล่มหนาเตอะอีกเล่ม และไม่ว่าจะเปิดไปยังหน้าใด ก็มีแค่ประโยคเดียว สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง

"สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"เหมือนกัน สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

"เล่มนั้นก็เขียนว่าสัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมืองเหมือนกันเหรอ?"

"ใช่ สัตว์ประหลาดจะยิงรุ้งทำลายเมือง"

ที่ใจกลางกรุง

ทันใดนั้น สัตว์ประหลาดเหมือนกิ้งก่าบ้านมีแผงกระดูกบนหลังสองแถวแบบไดโนเสาร์สเตโกซอรัส เข้ามาอยู่ใจกลางกรุงแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

รุ้งปรากฏจากแผงกระดูกบนหลังสัตว์ประหลาด

แล้วรุ้งก็ทำหน้าที่ของมัน

สภาพกรุง เหมือนฝุ่นโดนไม้กวาดกวาดไป แต่เปลี่ยนจากฝุ่นเป็นตึกคอนกรีตที่เห็นได้ทั่วไปในกรุงเทพที่แสนรถติด เปลี่ยนจากไม้กวาดเป็นรุ้งที่สร้างระเบิดลูกไฟเมื่อสัมผัสโดนคอนกรีต

เหมือนแก๊งเด็กซิ่งมอเตอร์ไซค์ ที่ซิ่งบนพื้นน้ำขังแล้วน้ำปริมาณมากกระเซ็นใส่คนเดินบนทางเท้า แต่เปลี่ยนจากคนเดินบนทางเท้าเป็นตึกกระจกระฟ้า เปลี่ยนจากน้ำกระเซ็นเป็นระเบิดไฟกระเซ็น

เหมือนเทน้ำที่ซักผ้าเสร็จลงบนพื้น แต่เปลี่ยนพื้นเป็นตึกศิวิไลซ์ ตึกคอนกรีตบ้าง ตึกกระจกบ้าง เปลี่ยนจากน้ำซักผ้าเป็นระเบิดจากรุ้ง

กรุงโดนกวาดสิ้น

วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566

 มนุษย์ต่างดาวบุกรุก

ข่าวทีวีรายงานการทำลายล้าง "เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ถูกจานบินขนาดยักษ์ยิงลำแสงทำลายไปแล้ว"

"จานบินขนาดยักษ์ได้ยิงลำแสงทำลายเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดาไปแล้ว"

"ขณะนี้ จานบินขนาดยักษ์ได้ยิงลำแสงทำลายเมืองเม็กซิโกซิตี เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโกไปแล้ว"

"ขณะนี้ จานบินขนาดยักษ์ได้ยิงลำแสงทำลายประเทศคิวบาไปแล้ว"

"ขณะนี้ จานบินขนาดยักษ์ได้ยิงลำแสงทำลายเมืองเซาเปาลู ประเทศบราซิลไปแล้ว"

"ขณะนี้ จานบินขนาดยักษ์ได้ยิงลำแสงทำลายประเทศไอร์แลนด์ ประเทศไอซ์แลนด์ และสหราชอาณาจักรไปแล้ว"

"ขณะนี้ จานบินขนาดยักษ์ได้ยิงลำแสงทำลายประเทศโปรตุเกสไปแล้ว"

"ขณะนี้ จานบินขนาดยักษ์ได้ยิงลำแสงทำลายประเทศสเปนไปแล้ว"

"ขณะนี้ จานบินขนาดยักษ์ได้ยิงลำแสงทำลายประเทศอิตาลีไปแล้ว"

"ขณะนี้ จานบินขนาดยักษ์ได้ยิงลำแสงทำลายประเทศฝรั่งเศสไปแล้ว"

"ขณะนี้ จานบินขนาดยักษ์ได้ยิงลำแสงทำลายประเทศเยอรมนีไปแล้ว"

"ขณะนี้ จานบินขนาดยักษ์ได้ยิงลำแสงทำลายกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียไปแล้ว"

แล้วจานบินขนาดยักษ์ที่มีขนาดครึ่งหนึ่งของท้องฟ้าก็เข้ามาในน่านฟ้าประเทศไทย จานบินยักษ์ยิงลำแสงสีฟ้าใส่ตึกระฟ้าตึกหนึ่ง ตึกระฟ้าก็เกิดระเบิดไฟขึ้นทั้งตึก ระเบิดไฟเข้าปกคลุมตึก ระเบิดไฟลามไปยังตึกกระจกระฟ้าที่อยู่เรียงกันเป็นแถวตึกอื่น ๆ ระเบิดไฟลามเข้ามาในถนนคนเดิน ระเบิดไฟลามเข้ามาในตลาด ทั้งสะพานปูนและตึกคอนกรีตโดนระเบิดไฟเข้าปกคลุม ระเบิดไฟลามเข้าสนามบิน ระเบิดไฟลามเข้าไปยังรันเวย์สนามบิน เครื่องบินทุกลำไม่รอดจากระเบิดไฟ ระเบิดไฟลามเข้าไปยังทางรถไฟใต้ดิน ระเบิดไฟลามเข้าไปยังสะพานและตัวรถไฟBTS ทั่วทั้งเมืองถูกทำลายจนสิ้น

 แมมมอธฟลาวเออร์

"รีบไปเผามันซะ รีบไปเผาเม็ดพืชอวกาศนั่นซะ ก่อนที่ดอกของมันจะบานแล้วระเบิดเมืองทิ้งหมด" ผู้หญิงคนหนึ่งโวยวาย

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์หลายค้นหางานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ตายไปแล้วภายในบ้านร้างของนักวิทยาศาสตร์คนนั้น พวกเขาพบกองสมุดบันทึกหนาๆกองหนึ่ง

ดอกของมันจะระเบิดเมืองทั้งเมืองทิ้ง นี่คือประเด็นของเนื้อหาในสมุดบันทึกที่กองกันอยู่นั้น

"มันอยู่ใต้ตึก! มันอยู่ใต้ตึก! รีบไปเผามันซะ ก่อนที่ดอกมันจะระเบิดทั้งเมือง" ผู้หญิงอีกคนหนึ่งโวยวายในขณะที่โดนตำรวจควบคุมตัว

ทหารหญิงคนหนึ่งเดินมาส่งสมุดบันทึกสามเล่มให้กับผู้บังคับบัญชาของตน

เมื่อผู้บังคับบัญชาคนนั้นเปิดสมุดออก เขาก็เห็นคำว่า พืชอวกาศ แมมมอธฟลาวเออร์ ดอกไม้ระเบิด ดอกไม้จะระเบิดเมืองทิ้งได้ในวินาทีเดียว อยู่ในบรรดาหน้ากระดาษของสมุดบันทึกเหล่านั้น

"ดอกไม้อวกาศระเบิดเมืองทิ้งได้ทั้งเมือง?"

"ใช่ค่ะ ก่อนตายเขาก็พูดว่าดอกไม้อวกาศจะระเบิดเมืองทิ้งได้ทั้งเมืองเหมือนกัน"

"เพื่อนเขาน่ะพูดว่าไง?" บรรดาพลทหารที่กำลังสืบเรื่องพืชอวกาศถามกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เพื่อนร่วมงานของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ตายไปแล้วซึ่งเขาได้ทิ้งเรื่องของพืชอวกาศเอาไว้ให้

"เพื่อนเขาเองก็บอกว่าดอกไม้อวกาศจะระเบิดเมืองทิ้งได้ทั้งเมืองเหมือนกันครับ"

"แล้วตอนนี้เพื่อนเขาไปไหนแล้วล่ะ?"

"หายตัวไปแล้วครับ"

"แล้วแฟนเขาล่ะ?"

"แฟนเขาก็พูดว่า ดอกไม้อวกาศระเบิดเมืองทั้งเมืองทิ้งได้เหมือนกันครับ"

ใจกลางกรุง ดอกไม้หน้าตาเหมือนดอกบานชื่นสีชมพูขนาดคลุมอยุธยาพาร์คได้เกิดทะลุตึกระฟ้ากระจกแห่งหนึ่ง แล้วดอกไม้นั้นก็บาน

ยามเมื่อดอกไม้บาน ดอกไม้นั้นก็พ่นควันสีขาวออกมา ระเบิดไฟก็ค่อย ๆ เข้าปกคลุมตึกแถว ตึกกระจก ตึกระฟ้า อนุสาวรีย์เกิดระเบิดไฟ อาคารสถานีโทรทัศน์เกิดระเบิดไฟ หมู่บ้านที่บ้านเรียงติดกันเป็นตับก็เกิดระเบิดไฟ เสาไฟโดนระเบิดไฟคลุม ตึกระฟ้ากระจกแตกกระจุยออกจากแรงกระแทก สะพานแตกกระจาย

 สงครามโลกครั้งที่สาม

คริสตศักราช 2025

รัสเซียกับอเมริกาประกาศสงครามโลกครั้งที่สามต่อกัน

สงครามโลกครั้งที่สามเป็นสงครามระเบิดนิวเคลียร์

"รัสเซียยิงระเบิดนิวเคลียร์ใส่ประเทศไหนวะ?" จอห์นนี่ถามโหยเพื่อนของเขา

"ญี่ปุ่น"

"ญี่ปุ่นโดนนิวเคลียร์อีกแล้วเหรอ?"

"ใช่"

รายการข่าวโทรทัศน์รายงานข่าว "ทางอเมริกาได้ยิงระเบิดนิวเคลียร์ไปยังกรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ กรุงเปียงยางถูกทำลายไปแล้ว"

โทรทัศน์ยังคงรายงานข่าวสงครามต่อไป "ทางรัสเซียได้ยิงระเบิดนิวเคลียร์ตอบโต้ ตอนนี้ระเบิดนิวเคลียร์ของทางฝั่งรัสเซียได้ทำลายเมืองโทรอนโตของแคนาดาไปแล้ว"

ข่าวโทรทัศน์รายงานข่าวสงครามอย่างต่อเนื่อง "ทางรัสเซียและอเมริกาได้ทำการตอบโต้อีกฝ่าย ตอนนี้ระเบิดนิวเคลียร์ของฝั่งรัสเซียได้ทำลายกรุงออตตาวา เมืองหลวงของแคนาดาไปแล้ว และระเบิดของทางฝั่งอเมริกาได้ทำลายเมืองเซี่ยงไฮ้ของประเทศจีนไปแล้ว"

"ทางรัสเซียได้ตอบโต้ ยิงระเบิดนิวเคลียร์ไปยังเมืองนิวยอร์กของทางอเมริกาแล้ว เมืองนิวยอร์กได้ถูกทำลายด้วยระเบิดนิวเคลียร์"

"ตอนนี้ทั้งทางอเมริกาและรัสเซียได้ประกาศว่าจะยิงระเบิดนิวเคลียร์ใส่ทุกประเทศทั่วโลก"

ในที่สุดระเบิดนิวเคลียร์ก็มาถึงประเทศไทย

เมื่อระเบิดนิวเคลียร์ตกจากท้องฟ้า ท้องฟ้าเหนือเกาะเมืองอยุธยา เกิดแสงวาบจ้าอันรุนแรง กระจกทุกบานแตกออกจากสิ่งปลูกสร้างทุกหลัง จากนั้นสิ่งปลูกสร้างทุกหลังก็แตกจากระเบิด กำแพงอิฐแดงแตกจากระเบิด โบราณสถานแตกจากระเบิด โรงเรียนแตกจากระเบิด น้ำในบึงพระรามระเหยออกจนหมด ต้นไม้หลุดลอยออกจากพื้นดินทั้งต้น

ทั่วทั้งเกาะเมืองอยุธยาถูกระเบิดไฟปกคลุม

ซากเมืองของเกาะเมืองอยุธยาอยู่ในทะเลเพลิง

เกิดเมฆรูปเห็ดลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นก็มีฝนกัมมันตภาพรังสีสีดำตกลงบนเมืองทะเลเพลิงนั้น

วันพุธที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566

 สัตว์ประหลาดนิวเคลียร์


ทีมกู้ภัยในชุดกันกัมมันตภาพรังสีสีเงินเดินเข้ามาในซากเมืองขนาดยักษ์แห่งหนึ่ง   ซากเมืองที่แทบไม่ต่างจากกองขยะในพื้นที่กำจัดขยะที่รอวันฝังกลบ ซากเมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยรอยไหม้สีดำ เครื่องมือของพวกเขาตรวจจับกัมมันตภาพรังสีในปริมาณถึงตายได้ พวกเขาพบผู้รอดชีวิตหนึ่งคน

"สัตว์ดึกดำบรรพ์ใต้ทะเลลึก มันกินระเบิดนิวเคลียร์เข้าไป มันขึ้นมาจากทะเล แล้วก็ยิงควันกัมมันตภาพรังสี เผาเมืองทั้งเมือง"  นี่คือคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตคนนั้น

ไม่มีผู้รอดชีวิตอื่นใดในเมืองนี้ และนี่ไม่ใช่เมืองเดียวที่กลายเป็นซาก ซากของเมืองที่สองมีผู้รอดชีวิตหนึ่งคน "สัตว์ดึกดำบรรพ์ล้านปีก่อนพ่นควันกัมมันตภาพรังสีเผาเมืองทั้งเมือง"  คำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตคนที่สองใกล้เคียงกับคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตคนแรก

ในซากเมืองที่สามก็มีผู้รอดชีวิตบอกว่าสัตว์ดึกดำบรรพ์พ่นควันกัมมันตภาพรังสีเผาเมืองทั้งเมือง

ผู้รอดชีวิตจากซากเมืองที่สี่ก็บอกว่ามีสัตว์นิวเคลียร์พ่นควันกัมมันตภาพรังสีเผาเมืองทั้งเมืองเช่นกัน

ผู้รอดชีวิตในซากเมืองที่ห้าก็พูดว่า  "สัตว์ดึกดำบรรพ์พ่นควันกัมมันตภาพรังสีเผาเมืองทั้งเมือง"

ประโยคที่ว่า "สัตว์ดึกดำบรรพ์พ่นควันกัมมันตภาพรังสีเผาเมืองทั้งเมือง"  ถูกพูดอีกครั้งจากปากของผู้รอดชีวิตจากซากเมืองที่หก

ผู้รอดชีวิตจากซากเมืองที่เจ็ดพูดประโยคที่ว่า "สัตว์ดึกดำบรรพ์พ่นควันกัมมันตภาพรังสีเผาเมืองทั้งเมือง"  เช่นกัน

"สัตว์ดึกดำบรรพ์พ่นควันกัมมันตภาพรังสีเผาเมืองทั้งเมือง"  ถูกพูดเป็นครั้งที่แปด จากผู้รอดชีวิตจากซากเมืองที่แปด

ครั้งที่เก้าแล้ว ที่ประโยค "สัตว์ดึกดำบรรพ์พ่นควันกัมมันตภาพรังสีเผาเมืองทั้งเมือง"  ถูกพูดขึ้น ผู้รอดชีวิตจากซากเมืองที่เก้ายังคงพูดเช่นเดียวกันกับแปดคนก่อนหน้านี้

ผู้รอดชีวิตจากซากเมืองที่สิบพูดว่า "สัตว์ดึกดำบรรพ์พ่นควันกัมมันตภาพรังสีเผาเมืองทั้งเมือง" เช่นกัน ประโยคที่ว่า "สัตว์ดึกดำบรรพ์พ่นควันกัมมันตภาพรังสีเผาเมืองทั้งเมือง"  ถูกพูดทั้งหมดสิบครั้ง

ในยามกลางคืนมืดสนิท ที่ชายหาด เกิดคลื่นขนาดยักษ์ สัตว์ยักษ์ที่ใหญ่กว่าแนวภูเขาสองเท่าออกมาจากคลื่นยักษ์นั้น สัตว์ยักษ์ตัวเหมือนกิ้งก่า เกล็ดเหมือนเกล็ดจระเข้ มีตุ่มเหมือนตุ่มน้ำเหลืองขนาดยักษ์คลุมไปทั่วทั้งตัว

สัตว์ยักษ์ขึ้นบก เดินมาถึงเมืองกรุง

สัตว์ยักษ์อ้าปาก ควันกัมมันตภาพรังสีพวยพุ่ง ควันมหึมาเหมือนตอนที่ชาวนาหรือชาวสวนเผาหญ้าแล้วควันก็เข้าบ้านเต็มไปหมด แย่หน่อยที่ควันกัมมันตภาพรังสีนี้รุนแรงกว่าควันที่เกษตรกรเผาหญ้า ควันคลุมเมืองทั้งเมือง ควันบดบังแสงจากเสาไฟ ควันบดบังแสงจากตึงมืดหมดสิ้น จากนั้นเกิดการระเบิดกัมปนาท ระเบิดนั้นมีขนาดไปถึงดวงดาวหรือดวงจันทร์บนท้องฟ้า ระเบิดนี้นั้นใหญ่กว่าดอยอินทนนท์สิบเท่า

ตึกแถวระเบิด คอนโดมิเนี่ยมระเบิด อพาร์ทเมนต์ระเบิด ป้ายบนถนนระเบิด เสาไฟระเบิด สะพานระเบิด ถนนระเบิด กลุ่มตึกกระจกระเบิด ตึกระฟ้าทั้งหลายระเบิด ห้างสรรพสินค้าระเบิด ตลาดระเบิด ร้านค้าระเบิด บ้านคนทั่วไปก็ระเบิด ถนนระเบิด ระเบิดอันรุนแรงที่ระเบิดแรงไปถึงขอบฟ้าและดวงจันทร์บนท้องฟ้า

เมืองกรุงเป็นซากเมืองที่เป็นเชื้อเพลิงให้มหาสมุทรเพลิงที่ทำให้กลางคืนสว่างดั่งตอนเที่ยงวัน

 วันพิพากษาโลก

หญิงสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง มีอาการตื่นตระหนก สั่นหวั่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด เธอพูดว่า "เทพปีศาจปล่อยแสงระเบิดกวาดล้างเมือง" ซ้ำไปซ้ำมา

ประโยค "เทพปีศาจปล่อยแสงระเบิดกวาดล้างเมือง" ถูดพูดขึ้นมาอีกครั้งจากชายหนุ่มญี่ปุ่นคนหนึ่ง

"เทพปีศาจปล่อยแสงระเบิดกวาดล้างเมือง" เด็กหญิงอนุบาลก็พูดเช่นกัน

"เทพปีศาจปล่อยแสงระเบิดกวาดล้างเมือง" กรรมกรคนหนึ่งพูดขึ้น

"คุณครับ เกิดอะไรขึ้น?" ทีมกู้ภัยถามผู้รอดชีวิตในซากตึกคนหนึ่ง ผู้รอดชีวิตนั้นก็ตอบว่า "เทพปีศาจปล่อยแสงระเบิดกวาดล้างเมือง"

"เขาบอกว่าไง?" นักสืบเอกชนคนหนึ่งถามกับคู่หูของเขา "เทพปีศาจปล่อยแสงระเบิดกวาดล้างเมือง"

"เทพปีศาจปล่อยแสงระเบิดกวาดล้างเมือง?"

"ใช่ เทพปีศาจปล่อยแสงระเบิดกวาดล้างเมือง"

"เทพปีศาจปล่อยแสงระเบิดกวาดล้างเมือง....มันหมายความว่ายังไงกันนะ?" แม้แต่ตำรวจก็ยังงุนงงกับคำพูดนี้

"เทพปีศาจปล่อยแสงระเบิดกวาดล้างเมือง" แม้แต่ทหารก็ยังพูดคำพูดนี้ ทำเพื่อนทหารผู้ร่วมงานก็ยังงุนงงไปตาม ๆ กัน

แล้วทุกอย่างก็ประจักษ์

ทุกสิ่งได้รับการเฉลย

มีสิ่งหนึ่งลงมาจากฟ้า สิ่งหนึ่งที่เหมือนมนุษย์ แต่สันฐานอสมมาตร

เมื่อสิ่งนั้นเท้าถึงพื้นดิน มันก็อ้าปาก ปล่อยแสงออกจากปาก

แสงนั้นตัดผ่านตึกคอนกรีต ตึกคอนกรีตระเบิดตูมตาม แสงนั้นตัดผ่านสนามกีฬา สนามกีฬาระเบิด แสงนั้นตัดผ่านสระน้ำ สระน้ำระเบิดอันตรธานไป แสงนั้นตัดผ่านเซเว่นอีเลเว่น เซเว่นอีเลเว่นนั้นระเบิดหมด แสงนั้นตัดผ่านเทสโก้โลตัส เทสโก้โลตัสนั้นก็ระเบิดจนสิ้น แสงนั้นตัดผ่านทางด่วน ทางด่วนระเบิดพินาศ

แสงนั้นโดนถนน ถนนก็ระเบิดอย่างรุนแรง แถวรถแท็กซี่กระเด็นลอย วินมอเตอร์ไซค์ระเบิดหมด ที่กั้นถนนถูกระเบิด แสงโดนสะพานปูน สะพานระเบิดสิ้น แล้วสะพานก็ทับถนน แสงนั้นโดนซากสะพานที่ทับถนนอยู่นั้นซ้ำอีก มันก็ระเบิดขึ้นมาอีก

แสงนั้นโดนอนุสาวรีย์ชัย อนุสาวรีย์ชัยระเบิด อนุสาวรีย์หล่นทับวงเวียนรอบมันแล้วระเบิดซ้ำ แสงโดนสะพานรถไฟฟ้า ทั้งสะพานและรถไฟฟ้าก็ระเบิดพร้อม ตึกกระจก ตึกคอนกรีต รอบๆอนุสาวรีย์ชัยนั้น จะเล็กจะสูงจะใหญ่จะต่ำ ระเบิดหมด กรุงเทพโดยระเบิดหมดสิ้น


ควันกัมมันตภาพรังสีพวยพุ่ง ควันมหึมาเหมือนตอนที่ชาวนาหรือชาวสวนเผาหญ้าแล้วควันก็เข้าบ้านเต็มไปหมด แย่หน่อยที่ควันกัมมันตภาพรังสีนี้รุนแรงกว่าควันที่เกษตรกรเผาหญ้า ควันคลุมเมืองทั้งเมือง ควันบดบังแสงจากเสาไฟ ควันบดบังแสงจากตึงมืดหมดสิ้น จากนั้นเกิดการระเบิดกัมปนาท ระเบิดนั้นมีขนาดไปถึงดวงดาวหรือดวงจันทร์บนท้องฟ้า ระเบิดนี้นั้นใหญ่กว่าดอยอินทนนท์สิบเท่า


ตึกแถวระเบิด คอนโดมิเนี่ยมระเบิด อพาร์ทเมนต์ระเบิด ป้ายบนถนนระเบิด เสาไฟระเบิด สะพานระเบิด ถนนระเบิด กลุ่มตึกกระจกระเบิด ตึกระฟ้าทั้งหลายระเบิด ห้างสรรพสินค้าระเบิด ตลาดระเบิด ร้านค้าระเบิด บ้านคนทั่วไปก็ระเบิด ถนนระเบิด ระเบิดอันรุนแรงที่ระเบิดแรงไปถึงขอบฟ้าและดวงจันทร์บนท้องฟ้า


เมืองกรุงเป็นซากเมืองที่เป็นเชื้อเพลิงให้มหาสมุทรเพลิงที่ทำให้กลางคืนสว่างดั่งตอนเที่ยงวัน


  เกิดเสียงดังก้องขึ้นดั่งเสียงฟ้าผ่าอันสนั่น ตึก  บ้าน  ถนน  ต้นไม้  รั้วเหล็ก  เสาไฟ  หอคอย  เสาโทรศัพท์  ท่อประปา  ถังน้ำ  พื้นดิน  ทุกอย่างถูกระเบิดลอยขึ้นทะลุก้อนเมฆ  เกิดระเบิดเพลิงคลุมไปทั่วบริเวณ  ทิ้งหลุมยักษ์ที่แทบจะไร้ขอบเขตไว้  ยามเมื่อทุกสิ่งที่ลอยอยู่บนชั้นบรรยากาศก็ร่วงหล่นลงมาลงสู่หลุมยักษ์   ด้วยแรงกระแทกมหาศาลที่เกินกว่าจะวัดได้  ก็ทำให้หลุมยักษ์นั้นยุบตัวลงไปขึ้นแล้วก็ทำให้หลุมยักษ์นั้นเพิ่มขนาดอย่างมโหฬารขึ้นไปอีก


มหาสมุทรน้ำแห้ง ทะเลน้ำแห้ง ทะเลสาบน้ำแห้ง แม่น้ำน้ำแห้ง ภูเขาไฟทุกลูกบนโลกปะทุพร้อมกัน ทั่วชั้นบรรยากาศโลกปกคลุมไปด้วยควันสีดำและแสงสีแดง


จากนั้นผืนดิน ภูเขา ต้นไม้ ใบไม้ ต้นหญ้า ดวงดาว และท้องฟ้าก็บิดเบี้ยว จากนั้นทั้งจักรวาลก็บิดเบี้ยว มีแสงวาบประหลาดเกิดขึ้น แล้วทุกอย่างก็ระเบิดพินาศ

จากนั้นดาวโลกก็ระเบิด

วันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566

                       หุ่นยนต์ยักษ์บุกโจมตี

             ชายคนหนึ่งถูกพบในสภาพหมดสตินอนคว่ำหน้า   ใกล้ๆกับซากเมืองขนาดใหญ่เมืองหนึ่งที่อยู่ในหลุม

            ชายคนนั้นถูกส่งโรงพยาบาล ตำรวจสืบสวนหาความจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้น  ตำรวจสอบถามชายคนนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น

            "หุ่นยนต์ยักษ์สูงเสียดฟ้ายิงมิสไซล์ยกเมืองทั้งเมืองลอยขึ้นฟ้า ปล่อยให้เมืองตกลงมาจนกระทั่งกลายเป็นหลุมอุกกาบาต"

             เพราะเขาเป็นชาวเมืองเพียงคนเดียวจากชาวเมืองนับสองหมื่นคนที่รอดชีวิต  ทางตำรวจจึงไม่มีทั้งพยานหรือหลักฐานใดๆอีกนอกจากเขาเพียงคนเดียว

           ทางตำรวจได้รับแจ้งจากชายคนหนึ่งว่ามีหุ่นยนต์ยักษ์สูงเสียดฟ้ายิงมิสไซล์ใส่เมืองอีกเมืองยกเมืองขึ้นฟ้าจนเมืองตกลงมากลายเป็นซากอยู่ในหลุม

           จากนั้นก็มีคนอีกคนแจ้งตำรวจว่ามีหุ่นยนต์ยักษ์สูงเสียดฟ้ายิงมิสไซล์ระเบิดเมืองขึ้นไปบนฟ้าแล้วจมลงไปในหลุมขนาดยักษ์ชนิดที่ว่าถ้ายักษ์มีอยู่จริง  หลุมที่สร้างจากมิสไซล์ของหุ่นยนต์ยักษ์ก็ใช้ฝังศพยักษ์ได้ห้าพันตน

           แล้วก็มีอีกคนบอกตำรวจว่า  มีหุ่นยนต์ยักษ์สูงเสียดฟ้าตัวหนึ่งยิงมิสไซล์ถล่มเมืองกระจุยกระจาย เมืองก็กระจายขึ้นท้องฟ้าก่อนเมืองจะร่วงหล่นลงมา  พื้นดินก็ยุบเป็นหลุมยักษ์  เมืองโดนถล่มเป็นเมืองที่สี่

            จากนั้นมีคนที่ห้ามาบอกตำรวจว่า หุ่นยนต์ยักษ์สูงเสียดฟ้าเจ้าเก่ายิงมิสไซล์ระเบิดเมืองขึ้นฟ้าสร้างหลุมยักษ์  เมืองพินาศเป็นเมืองที่ห้า

             ดูเหมือนว่าตำรวจคงจะได้รับข้อความเดิม ๆ นี่อีกสักห้าครั้งหรืออีกสี่ครั้งนับจากนี้  มีคนบอกตำรวจว่าเจ้าหุ่นยนต์ยักษ์สูงเสียดฟ้ายิงมิสไซล์ระเบิดเมืองขึ้นฟ้าสร้างหลุมยักษ์  เมืองพินาศเป็นเมืองที่หกแล้ว

             ไม่ว่าจะเป็นคนรอดชีวิตจากเมืองที่โดนระเบิดหรือแค่คนเห็นเหตุการณ์เฉยๆ แต่เขาคนนี้ก็มาบอกตำรวจว่า มีหุ่นยนต์สูงเสียดฟ้ายิงมิสไซล์ระเบิดเมืองขึ้นฟ้าก่อนจะปล่อยให้เมืองจมลงอยู่ในหลุมยักษ์เป็นเมืองที่เจ็ดแล้ว

             เช่นเคย  ไม่ว่าจะเป็นคนที่รอดชีวิตจากเมืองที่โดนยิงมิสไซล์ใส่หรือแค่ผ่านทางมาแล้วเห็นเหตุการณ์เฉยๆ  แต่เขาคนนี้ก็ทำเช่นเดียวกับทุกคนก่อนหน้านี้  เขาบอกกับตำรวจว่าเมืองที่แปดโดนหุ่นยนต์ที่สูงเสียดฟ้ายิงมิสไซล์ระเบิดเมืองขึ้นฟ้าปล่อยให้เหลือแต่หลุมยักษ์ที่มีซากเมืองที่หล่นลงมาจากฟ้าจมอยู่ในนั้น

            มีคนมาบอกกับตำรวจว่า หุ่นยนต์สูงเสียดฟ้ายิงมิสไซล์ยกเมืองขึ้นฟ้าปล่อยให้เหลือแต่หลุมยักษ์เป็นเมืองที่เก้าแล้ว

           ตำรวจคงกำลังสับสน มีคนพูดแบบเดียวกันตั้งเก้าคน ก็ยังมีคนที่สิบมาพูดเรื่องเดียวกันอีกต่างหาก  เช่นเดิม  คนที่สิบบอกว่าหุ่นยนต์สูงเสียดฟ้ายิงมิสไซล์ระเบิดเมืองขึ้นฟ้า  ปล่อยให้เหลือไว้แต่เพียงหลุมยักษ์

          แล้วก็มีหุ่นยนต์ยักษ์สีเงินรูปร่างเหมือนชุดเกราะอัศวินที่มีกลไกของเครื่องจักรไอน้ำปรากฏอยู่อย่างชัดเจนบินมาจากท้องฟ้าลงสู่พื้นดิน หุ่นยนต์ยักษ์มีความสูงมากกว่าความสูงของเสาสัญญาณโทรศัพท์สองเท่า

        ส่วนที่เป็นนิ้วมือของหุ่นยนต์เปิดออกเผยให้เห็นมิสไซล์และกลไกยิงมิสไซล์

       หุ่นยนต์ยักษ์ยิงมิสไซล์เจาะเข้าใต้ดินของเมือง  เกิดเสียงดังก้องขึ้นดั่งเสียงฟ้าผ่าอันสนั่น ตึก  บ้าน  ถนน  ต้นไม้  รั้วเหล็ก  เสาไฟ  หอคอย  เสาโทรศัพท์  ท่อประปา  ถังน้ำ  พื้นดิน  ทุกอย่างถูกระเบิดลอยขึ้นทะลุก้อนเมฆ  เกิดระเบิดเพลิงคลุมไปทั่วบริเวณ  ทิ้งหลุมยักษ์ที่แทบจะไร้ขอบเขตไว้  ยามเมื่อทุกสิ่งที่ลอยอยู่บนชั้นบรรยากาศก็ร่วงหล่นลงมาลงสู่หลุมยักษ์   ด้วยแรงกระแทกมหาศาลที่เกินกว่าจะวัดได้  ก็ทำให้หลุมยักษ์นั้นยุบตัวลงไปขึ้นแล้วก็ทำให้หลุมยักษ์นั้นเพิ่มขนาดอย่างมโหฬารขึ้นไปอีก  ทุกอย่างจบสิ้นแต่เพียงเท่านี้

วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ความน่ากลัวของจักรวาล

พลังงานมืดคือพลังงานที่ไม่รู้จักมีคนเสนอว่ามันคือค่าคงที่ของจักรวาลหรือความหนาแน่นของพลังงานคงที่สสารมืดเป็นสสารในสมมุติฐานซึ่งมองไม่เห็นด้วยสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งหมดแต่สสารส่วนใหญ่ในเอกภพไม่สามารถมองเห็นได้สสารมืดไม่ปล่อยหรือดูดกลืนแสงหรือรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าใดๆ สสารทั่วไปมีสี่สถานะ ของแข็ง/ของเหลว/แก๊ส/พลาสม่า สสารประกอบด้วยอนุภาคมูลฐานสองประเภท ควาร์กและเลปตอน สสารธรรมดาในเอกภพส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นเนื่องจากดาวฤกษ์และก๊าซที่มองเห็นได้ภายในกาแล็กซีและกระจุกดาวมีสัดส่วนน้อยกว่า10%ของสสารธรรมดาที่ก่อให้เกิดความหนาแน่นของมวล-พลังงานของเอกภพ สสารธรรมดาและแรงที่กระทำต่อกันสามารถอธิบายได้ในรูปของอนุภาคมูลฐานไม่มีใครรู้โครงสร้างพื้นฐานของมันและไม่ทราบว่ามันประกอบด้วยอนุภาคมูลฐานที่เล็กกว่าหรือไม่อนุภาคมูลฐานอธิบายได้ดีที่สุดด้วยกลศาสตร์ควอนตัม โฟตอนคือควอนตัมของแสงและรูปแบบอื่นๆของรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นพาหะของแรงแม่เหล็กไฟฟ้าโฟตอนมีมวลนิ่งเป็น0

นี่ไม่ใช่เอกสารทางวิชาการแต่อย่างใดแต่มันก็เกือบๆแหละ ผมกำลังเขียนวิทยานิพนธ์ไว้จบปริญญาโดยเลือกจักรวาลมาเป็นหัวข้อผมกะจะคิดค้นทฤษฎีใหม่ไว้ในวิทยานิพนธ์นี้ด้วยอธิบายเรื่องที่ทฤษฎีฟิสิกส์ทั้งหมดอธิบายไม่ได้ ฟิสิกส์นี่โคตรจะซับซ้อนเลยแฮะ ไม่ใช่แค่สัมพัทธภาพแล้วยังมีทฤษฎีสตริงทฤษฎีควอนตัมกับทฤษฎีอื่นอีกมีเรื่องของอวกาศสามมิติมารวมกับเวลาหนึ่งมิติกลายเป็นแนวคิดกาลอวกาศอีก เพื่อที่คิดทฤษฎีผมออกมานอนบนพื้นหญ้าโล่งๆที่ไม่มีต้นไม้เลยในตอนกลางคืน มองท้องฟ้ายามค่ำคืนผมชอบท้องฟ้าที่ดวงดาวเต็มทั้งท้องฟ้าผมชอบเห็นทางช้างเผือกและกาแล็กซีผมชอบแสงเหนือหรือออโรร่าแต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปดู สมองผมแล่นตลอดเวลาอยู่แล้วสมองผมไม่เคยหยุดพักจริงๆจะพูดงั้นผมก็ไม่รู้ว่าถูกไหมแต่ถ้าผมบอกว่าสมองผมไม่เคยหยุดคิดผมมั่นใจว่าถูกแน่ และกำลังคิดทฤษฎีใหม่ที่จะทำให้ทุกทฤษฎีสมเหตุสมผลโดยที่ไม่ต้องมีอะไรมาอธิบายเพิ่มอีก ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องคิดอีก เราสามารถสังเกตุเอกภพได้ในขอบเขตที่จำกัดไม่มีใครรู้ว่าเอกภพมีขอบเขตจำกัดหรือว่าไม่มีที่สิ้นสุดรวมไปถึงเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่สังเกตุได้ถูกจำกัดไว้ที่ค่าที่แคบมากเท่านั้นหากค่าต่างกันเพียงเล็กน้อยจะไม่มีสิ่งมีชีวิตซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจริงหรือไม่

ถ้าเราค้นหาความจริงเรื่องพวกนี้หรืออธิบายเรื่องพวกนี้ได้ก็จะสามารถคิดทฤษฎีที่สามารถอธิบายทุกอย่างได้ ตอนที่ผมมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยผมเห็นว่าทุกอย่างมันก็ยังปกติแน่นอนมันควรทำให้ผมคิดทฤษฎีออก แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น ทฤษฎีสัมพัทธภาพบอกไว้ว่าผู้สังเกตุการณ์สองคนในสภาพที่ต่างกัน(คน1นิ่งอีกคนเคลื่อนที่)จะมองเห็นเหตุการณ์เดียวกันต่างกัน นั่นหมายความว่าตอนนี้ผมที่อยู่นิ่งๆก็ควรจะสังเกตุเห็นท้องฟ้าแบบเดียวกันกับที่คนนิ่งๆควรจะเห็น แต่ดูเหมือนว่าผมสามารถมองเห็นเหตุการณ์เดียวกันที่แตกต่างกันสองรูปแบบในเวลาเดียวกันได้มันไม่น่าเป็นไปได้เลยในทางทฤษฎีสัมพัทธภาพ ทฤษฎีสัมพัทธภาพเกี่ยวกับแสงกับสนามความโน้มถ่วงโดยมีเวลาเป็นจุดสังเกตุนี่เป็นเรื่องหลักๆของทฤษฎีสัมพัทธภาพ ดังนั้นในเวลาที่แตกต่างกันก็ควรจะมองเห็นเหตุการณ์ที่ต่างกันด้วย แต่ดูเหมือนเวลาทุกเวลามันจะมารวมกันที่จุดเดียวกันหมด ที่ผม เพราะผมสามารถมองเห็นเหตุการณ์เดียวกันที่แตกต่างกันทุกรูปแบบได้ในเวลาเดียวกันพร้อมๆกัน ผมเห็นแสงแปลกประหลาดบนท้องฟ้าและบนพื้นโลกด้วยผมมองเห็นวัตถุดำๆแปลกประหลาดบนท้องฟ้าด้วย จากนั้นเทหวัตถุทั้งหมดก็เคลื่อนที่ออกห่างจากกันแต่ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ว่างบนท้องฟ้าจะเพิ่มขึ้นมีเทหวัตถุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นจำนวนมากในพื้นที่ว่างเหล่านั้น ทั้งๆที่ไม่มีอะไรแต่ผมสัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างชนกับตัวผมผมมองไม่เห็นอะไรเลยถ้าอะไรในทางวิทยาศาสตร์ที่มองไม่เห็นแล้วล่ะก็มันน่าจะเป็นพลังงานมืดไม่ก็สสารมืดทั้งสองอย่างนี้มันมองไม่เห็นสังเกตุเห็นได้ไม่ชัดมีลำแสงประหลาดพุ่งใส่ผมแล้วมันก็ผลักผมลากดึงผมระยะหนึ่งโฟตอนมันมวลเป็น0มันมีปฏิสัมพันธ์พื้นฐานในระยะไกลได้แต่ผมไม่มั่นใจว่าโฟตอนทำแบบนี้ได้จากนั้นผมก็เห็นจุดเล็กๆแปลกประหลาดจำนวนมากบนท้องฟ้า แล้วก็มีสิ่งมีชีวิตประหลาดโพล่มาบนท้องฟ้าทำให้ผมพร้อมที่จะวิ่งหนีหาที่ซ่อน สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีอวัยวะมีแต่หนวดเท่านั้น แล้วผมก็ค้นพบ สิ่งมีชีวิตหนวดนั่นสามารถควบคุมคุณสมบัติทั้งหมดของจักรวาลทั้งจักรวาลได้และทำให้ผมมองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็นสิ่งที่ยังไม่ค้นพบอย่างเช่นแทคิออนและสิ่งที่อยู่ในสมมติฐานในทฤษฎีฟิสิกส์ทุกทฤษฎีได้ทำให้ผมมองเห็นเวลาจนมองเห็นทั้งกาลอวกาศได้รวมไปถึงควาร์กและเลปตอนได้

สิ่งมีชีวิตหนวดนั่นเหมือนจะมีความสามารถมากกว่าที่ผมคิดไว้ ท้องฟ้าเริ่มบิดเบี้ยวอย่างแปลกประหลาดดวงดาวเหมือนจะระเบิดหลอมละลายและหลอมรวมใหม่ลำแสงแปลกประหลาดพุ่งออกมาจากสิ่งมีชีวิตหนวดนั่นคุณสมบัติของโฟตอนของลำแสงของสิ่งมีชีวิตหนวดรุนแรงกว่าที่โฟตอนในทฤษฎีฟิสิกส์อธิบายไว้ในทางทฤษฎีเราสามารถมองเห็นคุณสมบัติของโฟตอนได้ในระดับจุลทรรศน์แต่นี่ผมเห็นคุณสมบัติของโฟตอนทั้งหมดได้ด้วยตาเปล่า มันปล่อยวัตถุแปลกประหลาดออกมาจากตัวมันในทั้งสี่สถานะของแข็งของเหลวและพลาสม่า พลังงานเป็นสิ่งที่ไม่สามารถสร้างได้และไม่สามารถทำลายได้มันมีของมันเองอยู่แล้ว แต่สิ่งมีชีวิตหนวดนั่นสามารถสร้างพลังงานได้สามารถสร้างพลังงานมืดได้สามารถสร้างควาร์กและเลปตอนได้จนสามารถสร้างสสารธรรมดาสามารถสร้างโฟตอนรวมไปถึงรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าได้ทุกชนิด มันสามารถควบคุมบิดเบือนสร้างและทำลายแรงทุกแรงตั้งแต่แรงมหภาคไปจนถึงแรงที่อธิบายในรูปของอนุภาคมูลฐานได้ควบคุมสร้างและทำลายโฟตอนรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานพลังงานมืดสสารธรรมดาควาร์กเลปตอนได้สัตว์ประหลาดตัวนั้นสามารถปล่อยพลังงานมืดสสารมืดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากตัวมันได้ ขยายหรือลดขนาดและควบคุมอวกาศได้ ย้อนเวลาไปอนาคตได้ทำให้เวลาเดินช้าลงหรือเดินเร็วขึ้นได้ทำให้เวลาเดินถอยหลังก็ได้ มันควบคุมกาลอวกาศทั้งหมดได้ และควบคุมแรงโน้มถ่วง แรงนิวเคลียร์ แรงแม่เหล็กไฟฟ้าได้ รู้สึกต้นไม้แต่ละต้นมันจะสูงเกินความสูงเฉลี่ยของมันยังกับมันโตไวเท่าต้นไผ่แน่ะ น้ำจากก๊อกก็รู้สึกว่ามันจะไหลแรงขึ้นกว่าปกติทุกวันทุกวัน ไม่มีใครมากวาดถนนเลยหรือไงนะ?รู้สึกว่าใบไม้มันจะรกถนนขึ้นมากกว่าแต่ก่อนอีก ดินเริ่มแปลกต้นไม้เริ่มแปลกพวกสัตว์ที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงก็ดูเริ่มแปลกไป คุณว่าแปลกผิดปกติไหม? แล้วลมแรงมากๆก็เริ่มพัดจนทุกอย่างสั่นไหวไปหมด แสงดูจะแปลกประหลาดเหมือนแสงสะท้อนจากเพชร ทุกอย่างดูสว่างสุกใสแต่ก็มืดครึ้มในเวลาเดียวกัน "เงา"มัน"มืดกว่าปกติจนมองด้วยตาเปล่าก็รู้เลยว่ามันผิดปกติ เหมือนว่าเวลาเวฟของมันก็ดูจะยาวนานกว่าวิ่งมาราธอนอีก นาฬิกาของทุกคนในที่นั้นก็ดูจะไม่ตรงกันเลย และผมรู้สึกว่าเหมือนพื้นที่มันจะขยายตัวออกไปไร้ที่สิ้นสุดซะอีก ผมตัดสินใจวิ่งกลับเข้าบ้านแต่อย่างที่บอกรู้สึกว่าเหมือนพื้นที่มันจะขยายตัวออกไปไร้ที่สิ้นสุดซะอีก การวิ่งภายใต้ความมืดนี้ผมรู้สึกว่ามันเป็นการหนีจากอะไรบางอย่างจากสิ่งที่เราไม่มีวันวิ่งหนีพ้น เหมือนกับการวิ่งหนีจากตัวเอง เหมือนกับการวิ่งหนีจากจักรวาล รู้สึกรอบๆตัวมันบิดเบี้ยวมากขึ้น พื้นดินเริ่มไม่สม่ำเสมอ ต้นไม้รูปร่างไม่สมส่วน ภูเขา ผืนน้ำ ใบไม้ พื้นดิน เริ่มมีสันฐานที่อสมมาตร ยิ่งวิ่งยิ่งรู้สึกว่าทางมันยาวขึ้น ผมหันหลังกลับไปมองไปบนท้องฟ้า สิ่งมีชีวิตหนวดนั่นยังอยู่บนท้องฟ้า ผมวิ่ง ทางยิ่งยาวขึ้น สัตว์ประหลาดหนวดยังอยู่ที่เดิม มันเหมือนกับว่าทั้งผมและสัตว์ประหลาดหนวดนั่นยังอยู่ที่เดิม

ผมวิ่งมาถึงรถยนต์คันหนึ่ง ผมขับรถยนต์ออกไปไกลแสนไกล  เห็นแต่เพียงท้องฟ้ายามค่ำคืน

ผมแหงนขึ้นไปมองท้องฟ้ารู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางทะเลดาวกว้างใหญ่ไพศาล พร้อมๆกับเหตุการณ์จากความสามารถของสัตว์ประหลาดหนวดตัวนั้น

ผมไม่มีเข็มทิศ ผมไม่มีแผนที่ ผมไม่มีโทรศัพท์ และก็ไม่มีวิทยุ

ผมเรียกใครมาช่วยไม่ได้ 

ขับรถยนต์ตรงไปเรื่อยๆเร่งความเร็วขึ้น

ผมนึกได้ว่าผมใส่นาฬิกาข้อมือไว้ที่แขนซ้าย ผมดูนาฬิกาของผม สี่ทุ่มตรง

มองเห็นเพียงแต่ทะเลดาว ไม่มีผู้คน

มันมืด มืดจนแทบมองนาฬิกาไม่เห็น

ผมไม่รู้ว่าจะต้องไปต่อตรงไหน โทรหาใครไม่ได้ เรียกใครมาช่วยไม่ได้

มีกองทัพแมลงสาบยักษ์ยาวซักหนึ่งเมตรสูงห้าสิบเซนติเมตรวิ่งมาหาตรงเข้าหาผมประหนึ่งขบวนรถติดยาวในยามที่รถติดที่สุดและแสนแน่นขนัดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอย่างน้อยๆก็สมัยที่ผมเห็นตอนอนุบาล

ผมขับรถทับแมลงสาบที่แสนใหญ่โตเหล่านั้น

เหล่าแมลงสาบที่โดนรถทับจนแบนเหล่านั้นหนวดของมันขยับดูเหมือนกับว่ามันยังไม่ตาย หนวดของมันดิ้นอย่างรุนแรง

บรรดาแมลงสาบยักษ์เหล่านั้น ตอนนี้อวัยวะภายในของมันทะลักออกมาเกลื่อนเต็มพื้น

ผมขับรถทับพวกแมลงสาบยักษ์ไปดรื่อยๆ ทับมันอีก ทับมันอีก อวัยวะภายในของแมลงสาบเหล่านั้นกระจุยกระจาย

ตอนนี้บนพื้นมีเพียงอวัยวะที่แยกออกจากกันของบรรดาแมลงสาบเหล่านั้น

คุณตัดสินใจกัดส่วนหัวของมันทั้งหมดโดยเว้นหนวดของมันไว้ หนวดของมันก็ดิ้นอย่างแรง

ยังมีฝูงแมลงสาบนับพันฝูงวิ่งตรงเข้ามาเรื่อยราวกับว่าแมลงสาบพวกนี้มันแยกร่างได้นับพันร่าง

ทุกครั้งที่ผมขับรถทับพวกมัน เครื่องในของพวกมันจะทะลัก

และอวัยวะของพวกมันก็จะย้อมเต็มพื้นดินเหมือนกับกระดาษวาดรูปที่เปื้อนโคลนสีน้ำตาล

ผมไม่รู้ว่าผมจะทำอะไรต่อ

ท้องฟ้าไม่มีแสงจันทร์ มีแต่ดวงดาวเต็มทั้งท้องฟ้า

อยู่ๆรถก็ดูเหมือนถูกอะไรบางอย่างกระแทกอย่างแรง

ฝูงแมงมุมตัวใหญ่สีน้ำตาลขายาว ตัวของมันใหญ่กว่าเด็ก ขายาวเท่าคนที่สูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร

ผมมองไปรอบๆแล้วเห็นว่านอกจากฝูงแมงมุมยักษ์แล้วยังมีตะขาบยักษ์ ถ้าถนนสายไหนที่ยาวซักร้อยเมตรบรรดาตะขาบยักษ์เหล่านี้ก็ยาวเท่านั้นแหละ ตะขาบยักษ์ยาวร้อยเมตร

ผมเร่งความเร็วของรถยนต์ให้เร็วขึ้นมากไปกว่าเดิม ขับรถทับบรรดาแมงมุมและตะขาบยักษ์เหล่านั้น ฝ่าพวกมันไปให้เร็วยิ่งกว่าตอนขับรถฝ่ากองทัพแมลงสาบยักษ์

มีควันลอยมาเต็มพื้นที่ ผมมองไม่เห็นต้นไม้แล้ว.ผมมองไม่เห็นดวงดาว คุณมองไม่เห็นอะไรเลย ผมเห็นเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นคือควัน

ผมไปไหนไม่ได้เพราะผมมองทางไม่เห็นเพราะควัน

คุณเหม็น คุณแสบตา คุณระคายเคืองคอ คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้

สักพักหนึ่ง ควันเริ่มจางลง จากนั้นควันก็หายไปทั้งหมด

ผมมองเห็นต้นไม้ทุกต้น มันยังคงอยู่ในรูปทรงเดิมของมันแต่มันกลายเป็นถ่านสีดำทุกต้น

ต้นไม้ทุกต้นยังคงเป็นต้นแต่มันกลายเป็นถ่านทั้งหมด

ต้นไม้ใหญ่ทุกต้นกลายเป็นถ่านสีดำที่ตั้งตระหง่าน

แม้แต่หญ้าบนพื้นก็ยังเป็นสีดำและเหี่ยวแห้ง

ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย ไม่มีคนอยู่แม้แต่คนเดียว

ผมขับรถไปที่แม่น้ำซึ่งมีสะพานข้าม ส่วนน้ำในแม่น้ำนั้นก็เป็นน้ำเน่า ที่นี่บ้านคนตั้งริมน้ำตั้งอยู่เรียงรายกันไปทั้งสองฟากแม่น้ำ

ผมขับรถขึ้นสะพาน

แล้วคุณก็เห็นบ้านริมน้ำที่อยู่ต่อหน้าคุณถล่มลงน้ำเน่าทีละหลังทีละหลังเรียงต่อกันไปเรื่อยๆ

ผมหันหลัง

ผมเห็นบ้านริมน้ำถล่มลงไปในน้ำเน่าเรียงไปทีละหลังเหมือนกัน

บ้านทุกหลังริมสองฝั่งแม่น้ำถล่มลงไปในน้ำเน่าหมดแล้วทุกหลัง รวมถึงผู้คนด้วย

ผู้คนที่อยู่ในแม่น้ำเน่าพยายามว่ายน้ำขึ้นฝั่งแต่พวกเขาขึ้นฝั่งไม่ได้ พวกเขาทุกคนในน้ำเน่าเหมือนถูกอะไรบางอย่างฉุดลงไปใต้น้ำ แล้วพวกเขาทุกคนก็จมลงไปในน้ำอย่างสมบูรณ์

ผมมองน้ำเน่า

ผมตัดสินใจจะขับรถข้ามสะพานนั้นต่อไปยังอีกฝั่ง

ผมรู้สึกบางอย่าง

ผมหันหลังไป

สะพานไม้ด้านหลังผมกำลังถล่มลงไปในน้ำเน่า

ผมขับรถด้วยความเร็วสูงสุด

ผมขับรถข้ามสะพานมาจนถึงอีกฝั่ง ผมหันหลังกลับไปมองอีกครั้ง

สะพานค่อยๆถล่มลงไปในน้ำเน่า จนตอนนี้สะพานก็ถล่มลงน้ำเน่าทั้งหมดอย่างสมบูรณ์

ผมขับรถต่อไป จนตอนนี้ผมผ่านลานทิ้งขยะขนาดใหญ่พร้อมด้วยกองขยะขนาดใหญ่  ผมขับรถผ่านมันไป

เกิดเสียงระเบิดขึ้น

ผมหันหลังกลับไปมอง เปลวไฟมาจากกองขยะ

เปลวไฟลุกไหม้กองขยะ คนกลุ่มหนึ่งอยู่ในกองขยะ เขาพยายามจะเดินออกมาแต่เขากลับจมลงไปในกองขยะเรื่อยๆ

ตอนนี้มีแค่หัวของพวกเขาโผล่ออกมาจากกองขยะ พวกเขาพยายามเรียกให้ช่วยแต่พวกเขาก็จมหายลงไปในกองขยะทั้งตัวแม้แต่ส่วนหัว

แล้วกองขยะด้านบนก็ไถลถล่มลงมาทับพวกเขาซ้ำ

ผมอยู่บนถนนซึ่งขยะเกลื่อนกลาดทั้งสองข้างทาง

จู่ๆก็มีแสงฟ้าแลบเกิดขึ้น ผมมองไปที่นาฬิกา สี่ทุ่มครึ่ง

ผมมองไปที่ท้องฟ้า หนวดของสัตว์ประหลาดตัวที่อยู่บนท้องฟ้าสั่นไหวอย่างรุนแรง

จากนั้นผืนดิน ภูเขา ต้นไม้ ใบไม้ ต้นหญ้า ดวงดาว และท้องฟ้าก็บิดเบี้ยว จากนั้นทั้งจักรวาลก็บิดเบี้ยว มีแสงวาบประหลาดเกิดขึ้น แล้วทุกอย่างก็ระเบิดพินาศ

จบ


วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2566

 ผมชื่อว่าจอห์นนี่เกิดเมื่อสิบกันยายนหนึ่งเก้าเก้าเก้าอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านสาไรซอยเก้าท่าช้างนครหลวงพระนครศรีอยุธยาผมชอบอุลตร้าแมนกับก็อตซิลล่าแต่เพราะงี้เพื่อนผมแกล้งผมเรื่องพวกนี้แหละพวกผู้หญิงก็ด้วยพอขึ้นม.ต้นผมได้พบกับสาวญี่ปุ่นผมเปียสองข้างดวงตาสีม่วงเธอชอบอุลตร้าแมนเหมือนกับผม ผมรักเธอ เธออยู่ด้วยกันทุกวันทำอะไรด้วยกัน(อย่าคิดลึก)ทุกวันผมหวังว่าผมจะสมหวังกับเธอแต่เธอก็มีทานิกาวะคุงหนุ่มญี่ปุ่นผมสีน้ำตาลตาสีน้ำตาลที่ตามมารุยามะซังมาจากที่ญี่ปุ่นมาคุยกันอยู่แล้วถึงแม้ว่าผมจะอยู่กับมารุยามะซังตลอดเวลามากกว่าทานิกาวะคุงก็เถอะตอนนี้ผมจบปริญญาตรีแล้วผมหวังว่าผมจะยังคงมีโอกาสสมหวังกับมารุยามะซังแต่ตอนที่ผมไปเยี่ยมมารุยามะซังที่บ้านผมเห็นทั้งมารุยามะซังกับทานิกาวะคุงตกลงเป็นแฟนกันพวกเขาใส่แหวนหมั้นให้กันด้วยผมล้มเลิกความตั้งใจที่จะไปหาเธอในวันนั้นวันเกิดมารุยามะซังผมส่งของขวัญให้เธอไปทางไปรษณีย์ของขวัญเป็นสมุดเล่มใหญ่พอๆกับหนังสือที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกเพราะผมทำสมุดเล่มนั้นขึ้นมาเองหนึ่งปีต่อมารุยามะซังแต่งงานและมีลูกกับทานิกาวะคุงผมไม่ได้ไปงานแต่งของมารุยามะซังแค่ส่งสมุดไปอีกเล่มเป็นของขวัญให้มารุยามะซังเท่านั้นเมื่อถึงวันเกิดมารุยามะซังผมส่งของขวัญวันเกิดไปให้มารุยามะซังเป็นอัลบั้มรูปของผมกับมารุยามะซังตอนที่พวกเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาและไดอารี่ของผมเองที่จดช่วงเวลาที่ผมกับมารุยามะซังอยู่ด้วยกันเพราะอยากให้มารุยามะซังรู้ว่านี่เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายจากผมหน้าปกของทั้งไดอารี่และอัลบั้มเลยเขียนไว้ว่า"lastdayofjohnny"กับจดหมายที่เขียนเอาไว้ว่า"มารุยามะคือของขวัญชิ้นสุดท้ายในชีวิตของผมขอบคุณที่มาทำให้ผมรักขอบคุณที่มาเป็นดวงอาทิตย์ให้โลกที่ไร้ดวงอาทิตย์ของผม หลังจากนี้ผมจะไม่ได้เจอมารุยามะซังอีกเลยลาก่อน ผมช้าเกินไปเองแหละ"และหลังจากนี้ผมไม่ต้องการอะไรอื่นอีกไม่ว่าใครจะให้อะไรผมไม่รับผมไม่เอาผมไม่ต้องการมารุยามะซังเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายในชีวิตของผมและมารุยามะซังจะเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายในชีวิตผมตลอดไปผมช้าเกินไปเองแหละหอยทากคงจะแซงชินคันเซ็นสุดท้ายแล้วหอยทากก็ต้องโดนนกกินอยู่ดี

วันพุธที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566

 10 กันยายน 1999

สิบกันยายนหนึ่งเก้าเก้าเก้า ผู้หนึ่ง ได้เกิดมา

คิดไว้ ว่าโตมา หาได้ไม่

คิดว่า ยังอยู่ หามิได้

เวลา หมุนวน เป็นวงกลม

สิบกันยา ทวีคูณ

สิบกันยา อันใหม่ ตามมา

และตามมา

ผู้ที่ว่า คือ ความมืด

ทุกคนเห็น รู้จัก

อยู่ใกล้ชิดทุกคน เดินตามทุกผู้ อยู่กับทุกคน

แต่หามีผู้ใดสนใจไม่

ความมืดเป็นสิ่ง มองไม่เห็น หาได้ไม่

แต่ทำให้มองไม่เห็น

กระต่ายน้อยสีขาว ตัวนั้น คิดว่า จะอยู่ถึงปัจจุบันหามิได้

แต่ก่อนมีคน อยู่รอบข้าง

ตอนนี้ คนรอบตัว อันตรธานหาย

ชีวิตดั่งสายฝน

อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ดั่งสายฝน

วันหนึ่ง อาบัง เอาโรตี ใส่หมูสับ มาให้

ความคิดที่อธิบายไม่ได้ อยู่ในใจ

กระต่ายขาวน้อย ตัวนั้น เกลียดชีวิต

วันเกิดผม

สิบกันยาหน้า อาจเป็นวันตาย